หลายคนอาจรู้สึกแปลกใจเมื่อได้รับวารสารผลิใบฉบับพิเศษในโอกาสขึ้นปีที่
11 แม้จะมีขนาดเล่มเท่าเดิม แต่จำนวนหน้าขยับเพิ่ม รวมกับปกแล้วได้หนึ่งร้อยสี่หน้า
อุดมไปด้วยเนื้อหาประจำคอลัมน์เช่นเคย แต่พิเศษตรงที่คณะทำงานได้คัดสรรสารคดีปก
3 เรื่องมานำเสนอพร้อมกันในเล่ม คือ เกษตรกรรมปลอดพิษ ชีวิตปลอดภัย,
หากพรุ่งนี้ไม่มีน้ำ, และคนกับช้าง
วิถีทางของการเกื้อกูล
ทั้งสามเรื่องมีความเกี่ยวเนื่องกันในการถอดรหัสโจทย์สิ่งแวดล้อม
แต่เดิมนั้นบรรพบุรุษของแต่ละชุมชนโลก ต่างเรียนรู้และมีวิถีการดำเนินชีวิตที่เคารพธรรมชาติ
กินอยู่อย่างผู้อาศัยธรรมชาติ ดำรงชีวิตสัมพันธ์กับจังหวะโมงยามที่ธรรมชาติกำหนด
ครั้นเมื่อกระแสการพัฒนาไหลบ่าจากวัฒนธรรมหนึ่งมาสู่อีกวัฒนธรรมหนึ่ง
ส่งผลให้แนวคิดที่มีต่อธรรมชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง แปรสภาพเป็นว่ามนุษย์คือผู้กำหนดธรรมชาติ
เพราะมนุษย์สามารถประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีและพัฒนาเครื่องยนต์กลไก
เพื่อต้านทานแรงกฎแห่งธรรมชาติได้
ความจริงเป็นเช่นนั้นหรือ
หากมองด้วยดวงตาที่เปิดกว้างและใจที่เป็นธรรม จะพบสัจธรรมข้อหนึ่งที่ว่า
มนุษย์เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แถมยังเรียกได้ว่า
มนุษย์คือผลิตผลของธรรมชาติ
แต่ทำไม มนุษย์ถึงอหังการคิดว่า ตนเองอยู่เหนือธรรมชาติอยู่ร่ำไป
ทุกวันนี้ ผลพวงจากการทำร้ายธรรมชาติกำลังย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์เอง
ในแต่ละคำของอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น เราเคยนึกถึงแหล่งที่มาและวิธีการเพาะปลูกหรือไม่ว่าทำร้ายผืนดินและสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด
ในแต่ละครั้งที่เปิดน้ำจากก๊อก เราเคยนึกถึงผืนป่า แหล่งซับน้ำ
ตลอดจนแม่น้ำ คู คลอง หนอง บึงต่างๆ ที่ทำหน้าที่โอบอุ้มความชุ่มชื้นและเก็บน้ำไว้ให้เป็นต้นทุนชีวิตหรือไม่
ในแต่ละวิถีการดำเนินชีวิต เราเคยนึกหรือไม่ว่า เราเป็นผู้ทำร้ายทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม
วัฏจักรของปัญหาสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด
หากมนุษย์ไม่รู้จักคิด เรียนรู้ และลงมือปฏิบัติตามกรอบกติกาของธรรมชาติ
หากมนุษย์หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีเพื่อการเกษตร อาหารแต่ละคำสำหรับ
"ทุกชีวิต" ก็ปลอดภัย
หากมนุษย์รักษาผืนป่า และใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ธรรมชาติก็ยังคงรักษาลมหายใจแห่งสายน้ำ
เพื่อเป็นต้นทุนสำหรับ "ทุกชีวิต"
หากมนุษย์รักชีวิตของตนเอง ก็จงรู้จักแบ่งปันและรักชีวิตของผู้อื่นบ้าง
เพราะ "ทุกชีวิต" ต่างก็รักตัวกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น
รหัสปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้ง 3 โจทย์จะค่อยๆ คลี่คลายและได้คำตอบชัดเจนขึ้น
หาก "มนุษย์" ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการพลิกฟื้นวิกฤติสิ่งแวดล้อม
เริ่มลงมือปฏิบัติจริงตั้งแต่วันนี้
แล้วกลับมาพบกันใหม่ในผลิใบฉบับรวมเล่มพิเศษ ฉบับที่ 2 ประจำปีพ.ศ.2547
อีกไม่นานเกินรอค่ะ