| ภาคธุรกิจนับเป็นภาคีที่สำคัญภาคีหนึ่งต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก
เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งในแง่ของการเป็นผู้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตและให้บริการ
และการเป็นผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ตามห่วงโซ่อุปทาน (supply chain)
ดังที่ทราบกันทั่วไปว่า ห่วงโซ่อุปทานของการผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งๆ
ประกอบด้วยองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กจำนวนมาก
ตั้งแต่ ต้นน้ำ (upstream) จนถึงปลายน้ำ (downstream) องค์กรธุรกิจหนึ่งๆ
จึงสามารถเป็นได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในห่วงโซ่อุปทาน
การจัดการห่วงโซ่อุปทาน จัดเป็นกลยุทธ์ด้านการบริหารเชิงธุรกิจที่สามารถดำเนินการควบคู่ไปกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
เพื่อทำให้เกิดปรับปรุงการบริหารจัดการและสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรอย่างยั่งยืน
โดยเชื่อมโยงกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิต
การจัดซื้อ การขนส่ง และการส่งมอบสินค้าไว้ด้วยกัน โดยสร้างความร่วมมือภายในองค์กรและบริษัทคู่ค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
และส่งเสริมให้มีการนำหลักการผลิตที่สะอาดและการป้องกันมลพิษมาใช้ในองค์กรที่เกี่ยวข้อง
เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มผลผลิตและลดค่าใช้จ่ายขององค์กร
ในทำนอง "พี่ช่วยน้อง" นั่นคือ องค์กรธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มีอำนาจในการซื้อ
(buyers) ช่วยเหลือ SMEs ซึ่งเป็นคู่ค้า (suppliers) ของตน
ให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยผ่านการฝึกอบรม การเป็นพี่เลี้ยง
การให้รางวัลโดยการสั่งซื้อของเพิ่มขึ้น เป็นต้น
แนวคิดเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมผ่านห่วงโซ่อุปทาน กำลังได้รับความนิยมนำมาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายโดยบริษัทข้ามชาติและองค์กรขนาดใหญ่ในต่างประเทศ
เพื่อตอบสนองต่อกระแสการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน และข้อตกลงด้านการค้าระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะกับสหภาพยุโรป ซึ่งนับวันจะให้ความสำคัญต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
บริษัทผู้ซื้อจึงจำเป็นต้องคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือมีความสามารถผลิตสินค้าตามสเปคที่กำหนดให้ได้
ซึ่งการคัดเลือกดังกล่าว อาจอยู่ในรูปของการคัดสรรคู่ค้าที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการ
หรือ การช่วยปรับปรุงคู่ค้าที่มีอยู่ให้สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ต้องการได้
โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดและให้การฝึกอบรม หรือ
อาจงดเว้นการซื้อแล้วหาบริษัทซัพพลายเออร์อื่นแทน
ดังนั้น เพื่อความอยู่รอดของบริษัทซัพพลายเออร์ขนาดเล็ก โดยเฉพาะบริษัทที่มีเจ้าของเป็นคนไทย
ซึ่งจะต้องพยายามปรับกระบวนการผลิตและสินค้าของตนให้เข้ากับความต้องการของบริษัทผู้ซื้อให้ได้
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจึงได้ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบ (model)
วิธีการดำเนินงานการจัดการสิ่งแวดล้อมผ่านคู่ค้าทางธุรกิจ
(ห่วงโซ่อุปทาน) ในบริบทไทย ภายใต้โครงการการพัฒนารูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมผ่านคู่ค้าทางธุรกิจในบริบทไทย
พร้อมกับเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มธุรกิจต่างๆ ได้รับทราบ
เพื่อให้องค์กรธุรกิจของไทยเกิดความรู้ความเข้าใจต่อแนวคิดดังกล่าว
และสามารถนำมาปรับใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรได้ รวมทั้งการจัดตั้งเครือข่ายการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
(Thailand Green Purchasing Network: TGPN) เพื่อขยายตลาดสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งเป็นการจัดการด้านอุปสงค์ (demand-side) ควบคู่ไปกับการจัดการด้านอุปทาน
(supply-side) ผลท้ายสุดคือ เกิดจิตสำนึก ความตระหนัก และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในภาพรวมของประเทศ
กิจกรรม GSC
คณะทำงาน ได้สำรวจประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นกับบริษัทคู่ค้าเพื่อคัดเลือกประเด็น
และกำหนดขอบเขตในการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยมีการหารือและทำความตกลงร่วมกันบนพื้นฐานความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยี
และสร้างทีมงานเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว ระหว่าง buyer
และ supplier ดังนี้
บริษัท แอดวานซ์ อะโกร จำกัด ได้คัดเลือก supplier
2 ราย ได้แก่
1. บริษัท 304 transport จำกัด มีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมคือ
1.1 การตรวจสภาพรถตามระยะเวลาที่กำหนด
1.2 การไม่บรรทุกน้ำหนักเกิน
1.3 ออกมาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
2. บริษัท AA Core จำกัด มีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมคือ
2.1 การประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงาน
2.2 การจัดการขยะในโรงงาน
2.3 การจัดทำระบบ
5 ส. ในโรงงาน
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ได้คัดเลือก supplier
3 ราย ได้แก่
1. บริษัท พรชัย 1991 จำกัด มีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมคือ
1.1 การจัดทำระบบ 5 ส.
ในโรงงาน และด้านความปลอดภัยในการทำงาน
1.2 การจัดการของเสียในโรงงาน
2. บริษัท พีทีพัฒนากลการ จำกัด มีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมคือ
2.1 การจัดทำระบบ 5 ส.
ในโรงงาน
2.2 การจัดการระบบระบายน้ำและการคัดแยกขยะในโรงงาน
3. บริษัท อี.ที. ชลบุรีขนส่ง (1996) จำกัด มีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมคือ
3.1 การจัดทำระบบ 5 ส.
ในโรงซ่อม
3.2 การปรับปรุงบ่อดักไขมันในโรงซ่อม
3.3 ออกมาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
บริษัท ปูนซิเมนต์นครหลวง จำกัด ได้คัดเลือก supplier
1 ราย ได้แก่
1. บริษัท บ้านแพน เอนจิเนียริ่ง แอนด์ โฮลดิ้ง จำกัด มีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมคือ
1.1 การควบคุมมลพิษทางอากาศที่ปล่อยออกจากปล่องเตาเผาให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฏหมาย
1.2 การคัดแยกกากของเสียและการจัดการกากของเสียที่ไม่สามารถเผาได้
1.3 การจัดทำระบบ 5 ส
ในโรงงาน และด้านความปลอดภัยในการทำงาน
ซึ่งทั้งหมดกำลังอยู่ในขั้นดำเนินการและมีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเป็นอย่างมากในทุกๆ
supplier
เครือข่ายการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย
นอกจากกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมาแล้ว คณะทำงานยังจะจัดทำเว็บไซต์
"เครือข่ายการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย"
ภายใต้โครงการนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เผยแพร่ข้อมูลองค์กรผู้ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
และข้อมูลรายละเอียดของสินค้าฉลากเขียว/สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
โทรศัพท์ 0-2503-333 ต่อ 303 หรือที่
|