เรื่องเด่น
โครงการ
สัมมนาประจำปี


......................................
       
......................................


             

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2548 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการนานาชาติ อิมแพค เมืองทองธานี นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้เกียรติเป็นประธานในการมอบรางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยในระดับเทศบาลนคร รางวัลยอดเยี่ยมระดับประเทศ ได้แก่ เทศบาลนครสงขลา จ.สงขลา ในระดับเทศบาลเมือง ได้แก่ เทศบาลเมืองพิจิตร จ.พิจิตร และ ในระดับเทศบาลตำบล ได้แก่ เทศบาลตำบลเมืองแกลง จ.ระยอง

ทั้งนี้ " โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน และการประเมินผลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ประจำปี 2547" เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาตัวชี้วัด ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เทศบาลได้นำไปประเมินผลการพัฒนาเมืองของตนเองไปสู่ความน่าอยู่อย่างยั่งยืนในอนาคต โดยการพัฒนาตัวชี้วัดเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนดังกล่าวนี้ ได้กำหนดกรอบแนวคิดบนหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนและการบริหารยุทธศาสตร์ โดยกำหนดองค์ประกอบที่สำคัญของการเป็นเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน คือ เป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจพัฒนา มีสังคมน่าอยู่ และมีสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการเรียนรู้และพัฒนาภายในองค์กร และการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลของคณะผู้บริหารเมือง โดยมุ่งเป้าประสงค์สูงสุดคือ ความพึงพอใจและความสุขของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น

การดำเนินการพัฒนาตัวชี้วัดเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนนั้น เริ่มจากการศึกษาข้อมูลตัวชี้วัดความน่าอยู่ของเมืองต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของบุคลากรสำคัญ (key persons) ของหน่วยงานและเทศบาลที่มีประสบการณ์การดำเนินการพัฒนาเมืองน่าอยู่ จำนวน 12 แห่ง เพื่อนำมาพัฒนาและยกร่างตัวชี้วัดฯ ร่างที่ 1 จากนั้น ได้ดำเนินการสอบถามความคิดเห็นต่อร่างตัวชี้วัดฯ ดังกล่าว โดยการส่งแบบสอบถามไปยังเทศบาลทุกแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งจัดประชุมเทศบาล จำนวน 12 แห่ง ที่เป็นตัวแทนเทศบาลทุกภาคทุกระดับ เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างตัวชี้วัดฯ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนปรับปรุงเป็นร่างตัวชี้วัดเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ร่างที่ 2 โดยมีการเสนอต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการ ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่อตัวชี้วัดดังกล่าวร่วมด้วย

หลังจากนั้น คณะผู้ศึกษาได้นำข้อคิดเห็นและเสนอแนะจากทุกส่วน มาพัฒนาเป็น "คู่มือการพัฒนาตัวชี้วัดและแนวทางการประเมินผลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน" ขึ้น และจัดให้มีการอบรมการใช้คู่มือดังกล่าวแกเทศบาลที่สนใจขึ้น 1 ครั้ง โดยมีเทศบาลกว่า 100 แห่งสนใจเข้าร่วม นอกจากนี้ ผลจากการอบรมดังกล่าวได้มีเทศบาลจำนวน 12 แห่งอาสาที่จะนำตัวชี้วัดฯ ที่พัฒนาขึ้นนี้ไปใช้ประเมินผลจริง ซึ่งทำให้คณะผู้ศึกษาได้นำบทเรียนที่ได้จากการประเมินจริงรวมทั้งข้อเสนอแนะจากเทศบาลเหล่านั้นมาพัฒนาเป็น "คู่มือแนวทางการพัฒนาตัวชี้วัดและประเมินเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน" ฉบับสมบูรณ์ เพื่อเผยแพร่แก่เทศบาลทั่วประเทศได้นำไปใช้ต่อไป ซึ่งสมาคมสันนิบาตเทศบาลเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้เห็นชอบและอนุมัติงบประมาณให้แก่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะผู้ศึกษาตัวชี้วัดฯ ในการจัดการฝึกอบรมแก่บุคลากรของเทศบาลทั้ง 5 ภาค รวม 5 ครั้ง ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2548 เรื่อง "ตัวชี้วัด…เครื่องมือในการสร้างยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาเมืองไปสู่ความน่าอยู่อย่างยั่งยืน" ซึ่งมีผู้แทนจากเทศบาลต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 500 คน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองน่าอยู่ เป็นไปในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ทั้งสามหน่วยงาน ได้มีความเห็นร่วมกันว่า ควรมีการจัดการประเมินผลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ประจำปี พ . ศ . 2547 ขึ้นมาควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เทศบาลเกิดการตื่นตัวในการที่จะใช้ตัวชี้วัดที่พัฒนาขึ้นนี้ไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเมืองไปสู่ความน่าอยู่อย่างยั่งยืนในทิศทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น รวมทั้งค้นหาเทศบาลที่มีการพัฒนาเทศบาลไปสู่ความน่าอยู่อย่างยั่งยืนจนบรรลุผลในระดับหนึ่งมาเป็น "แบบอย่างที่ดี" (Best Practices) แก่เทศบาลที่ยังไม่ผ่านการประเมิน เพื่อให้เกิดแรงกระตุ้นและมีแนวทางในการพัฒนาให้บรรลุถึงเป้าหมายการเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสมมากยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป

โครงการประเมินผลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ประจำปี 2547 นี้ ได้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น โดยการสนับสนุนจากสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ผ่านคณะอนุกรรมาธิการฝ่ายอนามัยและสิ่งแวดล้อม และมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะอนุกรรมการประสานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย มูลนิธิเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน สถาบันพระปกเกล้า ร่วมส่งผู้เชี่ยวชาญมาเป็นคณะกรรมการในการประเมินเพื่อตัดสินเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนในครั้งนี้ด้วย

ขั้นตอนในการการประเมินผลเริ่มจาก การพัฒนาเกณฑ์ชี้วัดการเป็นเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนสำหรับปีขึ้นมา รวมทั้งสิ้น 40 เกณฑ์ ครอบคลุม 6 องค์ประกอบ คือ การเรียนรู้และพัฒนาภายในองค์กร การบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล การพัฒนาสภาพทางกายภาพของเมือง การพัฒนาด้านเศรษฐกิจของเมือง การมีสังคมที่น่าอยู่ และการมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยประชาสัมพันธ์ไปยังเทศบาลทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ส่งผลงานเข้าร่วมในการประเมิน ซึ่งพบว่าในปีนี้มีเทศบาลจำนวนทั้งสิ้น 108 แห่ง ให้ความสนใจส่งผลงานเข้าร่วมในการประเมินผล

ในขั้นตอนการสรรหาเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนนั้น สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ ได้แก่ "คณะกรรมการสรรหาเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนระดับภูมิภาค" และ "คณะกรรมการประเมินเพื่อตัดสินเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนระดับประเทศ" โดยคณะกรรมากรชุดแรกได้พิจารณาสรรหาจากเอกสารผลงานในปีงบประมาณ 2547 ของเทศบาลที่ส่งผลงานเข้าร่วมทั้ง 108 แห่ง ผลปรากฏว่า มีเทศบาลที่ผ่านเกณฑ์การประเมินจากการพิจารณาในขั้นตอนนี้ ทั้งสิ้น 24 แห่งจาก 108 แห่ง แบ่งเป็น เทศบาลนคร 9 แห่ง, เทศบาลเมือง 6 แห่ง และเทศบาลตำบล 9 แห่ง จากนั้น คณะกรรมการประเมินเพื่อตัดสินเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนระดับประเทศ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ชุดย่อย ได้แก่ ชุดประเมินผลเทศบาลระดับนคร ชุดประเมินผลเทศบาลระดับเมือง และชุดประเมินผลเทศบาลระดับตำบล ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังการนำเสนอและตรวจเยี่ยมพื้นที่จริงของทั้ง 24 เทศบาล พร้อมกับมีการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการพัฒนาเทศบาลควบคู่ไปด้วย เพื่อพิจารณาคัดเลือกเทศน่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยมและดีเด่นระดับประเทศสำหรับเทศบาลในแต่ละระดับ ซึ่งเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ประจำปี 2547 ทั้ง 24 แห่งนี้ได้เข้ารับ "โล" รวมทั้งได้รับการสนับสนุนเพื่อการเป็น "ศูนย์การเรียนรู้เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน" ในระดับภูมิภาค ต่อไป

จากการพิจารณาของคณะกรรมการประเมินเพื่อตัดสินเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนระดับประเทศ ได้คัดสรรเทศบาลจาก 24 แห่งที่ผ่านเกณฑ์ในระดับภาค เพื่อเข้ารับรางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนดีเด่นระดับภาค เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนดีเด่นระดับประเทศ และเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ ตามลำดับ ดังปรากฏผลดังนี้

 

เทศบาลระดับนคร

รางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ได้แก่

  • เทศบาลนครสงขลา จ.สงขลา

รางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ดีเด่น ระดับประเทศ มี 4 เทศบาล ได้แก่

  • เทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น
  • เทศบาลนครพิษณุโลก จ.พิษณุโลก
  • เทศบาลนครเชียงราย จ.เชียงราย
  • เทศบาลนครตรัง จ.ตรัง

รางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ดีเด่น ระดับภาค มี 4 เทศบาล ได้แก่

  • เทศบาลนครอุดรธานี จ.อุดรธานี
  • เทศบาลนครนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
  • เทศบาลนครภูเก็ต จ.ภูเก็ต
  • เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา

เทศบาลระดับเมือง

รางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ได้แก่

  • เทศบาลเมืองพิจิตร จ.พิจิตร

รางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ดีเด่น ระดับประเทศ มี 4 เทศบาล ได้แก่

  • เทศบาลเมืองท่าข้าม จ.สุราษฎร์ธานี
  • เทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี
  • เทศบาลเมืองหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
  • เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จ. ฉะเชิงเทรา

รางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ดีเด่น ระดับภาค มี 1 เทศบาล ได้แก่

  • เทศบาลเมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์

เทศบาลระดับตำบล

รางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ได้แก่

  • เทศบาลตำบลเมืองแกลง จ.ระยอง

รางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ดีเด่น ระดับประเทศ มี 4 เทศบาล ได้แก่

  • เทศบาลตำบลบ้านแก่ง จ.อุตรดิตถ์
  • เทศบาลกะทู้ จ.ภูเก็ต
  • เทศบาลตำบลสำโรงทาบ จ.สุรินทร์
  • เทศบาลตำบลแหลมฉบัง จ.ชลบุรี

รางวัลเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ดีเด่น ระดับภาค มี 4 เทศบาล ได้แก่

  • เทศบาลตำบลช้างเผือก จ.เชียงใหม่
  • เทศบาลตำบลเวียงฝาง จ.เชียงใหม่
  • เทศบาลตำบลธรรมศาลา จ.นครปฐม
  • เทศบาลตำบลกำแพง จ.สตูล

 

----------------------------------------------------------------------
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ โปรดติดต่อ
คุณธารี กาเมือง ผู้จัดการโครงการ
โทร. 0-2503-3333 ต่อ 208
อีเมล tharee@tei.or.th