เปิดม่าน

บก.. ไกรสุข

วันหนึ่งของสล่าคำ

ศิริชัย นฤมิตรเรขการ

จิ้งจกทัก

ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา และคณะ

3 คืนในโตเกียว(ผู้หญิงและชาตินิยม)

ดร.สมฤดี นิโครวัฒนยิ่งยง

เงินกู้เพื่อวัฒนธรรม

วีระพันธุ์ ชินวัตร

บอกเล่า

นางเมร

คำถามนี้มีที่มา

หนูหริ


เปิดม่าน

บก. ไกรสุข

เปิดม่านครั้งนี้ ต้องฝ่าหมอกฝนออกมา แต่ก็เป็นความสดชื่นที่เรารอคอย หลังจากเผชิญไอแดดที่ระอุไปแล้วไม่ใช่หรือ วันเวลาและ ฤดูกาลของบ้านเรา ยังเป็นวัฒนธรรมที่ผูกพันอยู่กับชีวิต บ่งบอกความรู้สึกนึกคิดหลายๆอย่าง เฉพาะฝนนี้ อ.ศิริชัย นฤมิตรเรขการ ที่ปรึกษากองทุนสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรมของเรา ได้ผ่านฝนมาครบ 72 ฤดูกาลพอดี ท่านได้โปรยปรายความชุ่มฉ่ำมากับเรื่องเอก ประจำฉบับ นอกเหนือจากที่ท่านผันความยินดี และของขวัญมาเป็นการบริจาคให้กับกองทุนสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรมในโอกาสนี้ด้วย

เพื่อนกองทุนฯของเรา ได้รับไอแดดส่งความอบอุ่นเป็นไมตรีมาถึงเรา เป็นน้ำใจเพิ่มขึ้นตามลำดับ คงต้องมองหาหนทางตอบสนองน้ำใจ และรวมพลังนี้ ให้แปรเป็นพลังรวมรักษ์สิ่งแวดล้อมวัฒนธรรม แพร่กระจายเข้าไปในหัวจิตหัวใจของคนให้มากขึ้นๆต่อไปใน อนาคต

วันหนึ่งที่ผ่านมาไม่นานนี้ ขณะกำลังรับ อุ่นไอแดดยามบ่ายๆ บริเวณวัดพระนอนไกรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี ได้ยินเสียงพิณพาทย์และฆ้องวง บรรเลงเพลงไทย ดังแว่วมาจากด้านในกำแพง วิหารพระนอน ขณะกำลังจะเดินเข้าไปไหว้พระ เห็นเด็กวัยเรียนทั้งหญิงชาย 3-4 คน กำลังเล่นพิณพาทย์และฆ้องวงบนพื้น ในห้องโล่งที่กั้นบริเวณห้องโล่งนั้นไว้เป็นสัดส่วน ได้คำตอบจากครูผู้สอนว่า เกิดจากความสมัครใจถ่ายทอดเพื่อรักษาวัฒนธรรมด้านดนตรีไทยไว้กับท้องถิ่น ทำให้ย้อน คิดคำนึงถึงวัดส่วนใหญ่ในอดีต เป็นทุกอย่างที่ เป็นวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น เริ่มต้นจากวัด ศูนย์กลางของชุมชนและสังคม วัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ประจำท้องถิ่น เป็นวิทยาลัยช่างฝีมือ นอกจากโรงเรียนสอนหนัง