ชม "เมืองหลวงพระบาง" กับ "กองทุนสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรม"

...สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมที่ยังอบอวลอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย...

ชื่อนี้ ในอดีตเมื่อราว 30-40 ปีก่อน อาจไม่มีผู้ใดให้ความสนใจสักเท่าใด นอกจากกลุ่มคนสองคน ได้แก่ บุคคลในแวดวงการเมือง เกี่ยวพันด้วยเหตุผลด้านการเมือง จากการที่ลาวเป็นคอมมิวนิสต์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายนักต่อสู้ที่เข้าป่า และได้มีโอกาสไปแอ่วหลวงพระบาง อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กลุ่มนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดี ฯลฯ ที่ไม่ยอมให้ฝ่ายการเมืองมาขีดเส้นสมมติแบ่งเขตแดน แต่ถือเอาชีวิตการตั้งถิ่นฐาน ประเพณี วัฒนธรรมต่างหากเป็นตัวกำหนด ซึ่งทุกท่านที่ได้มีโอกาสไปเยือน
"หลวงพระบาง" ต่างก็พูดถึงความประทับใจไม่รู้ลืมของนครลับแลใจอดีตแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้คน วิถีชีวิต อาคารบ้านเรือน หรือแม้แต่วัดวาอาราม ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นลมหายใจของพระพุทธศาสนา ก็ยังคงอบอวลอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปร

หลายปีมานี้ "หลวงพระบาง" ก็ได้รับการสถาปนาให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก นัยว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตของชาวลาว ที่ดำรงอารยธรรมเดิมให้อยู่รอดมาได้ตราบเท่าทุกวันนี้ นับเป็นการท้าทายอย่างยิ่งต่อชาวหลวงพระบางว่าจะสามารถดำรงสถานะดังกล่าวได้
ต่อไปท่าม กลางกระแสโลกาภิวัฒน์ที่กำลังแพร่สะพัดจากตะวันตกมาตะวันออกได้นานแค่ไหน?

กองทุนสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรม ขอพาท่านไปสัมผัสเมือง "หลวงพระบาง" ในมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ศิลปะ โดยมีท่านอ.เสนอ นิลเดช ให้เกีรติเป็นผู้นำชม นอกจากท่านจะได้รับความรู้และมุมมองด้านประวัติศาสตร์ศิลปะที่แหลมคมของ อ.เสนอ
ด้วยแล้ว ท่านจะได ชื่นชม และ
ัมผัส กลิ่นอายวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่ยังคงอบอวลอยู่ชั่วนาตาปี.......สัมผัส ความซื่อ ใสสะอาดจากนำใจ
ของผู้คน (ที่หาไม่ค่อยได้อีกแล้วในเมืองหลวง) ...สัมผัส การดำรงอยู่ของวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม ตลอดจนอาคารสถานที่อย่างเป็น
ธรรมชาติ ไม่เสแสร้งและมิใช่ "การจัดฉาก" อย่างที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในบ้านเรา

แล้วท่านจะเข้าใจลึกซึ้งกับคำว่า "สิ่งแวดล้อมวัฒนธรรม"

มุมสูงของหลวงพระบางเมื่อมองจากพระธาตุพูสี

 

กำหนดการเดินทาง สู่ "เมืองหลวงพระบาง"

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2543

8.20 น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง ผู้โดยสารขาออกภายนอกประเทศ อาคาร 1 เพื่อทำการเช็คอิน
10.20 น. ออกเดินทางโดยสายการบิน Angel Airlines เที่ยวบินที่ 8G 513 (BKK-LPQ) แวะพักเครื่องที่ จ.เชียงราย
12.55 น. ถึงเมือง...หลวงพระบาง มรดกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของลาว
13.30 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารแคมคาน
14.30 น. นำท่านเที่ยวชม...พระราชวังเก่าเจ้ามหาชีวิตของลาว ชมความงามสง่างามที่บริสุทธิ์ โปร่งเบาและสมถะ เข้าสู่ท้องพระโรง ชมเครื่องราชูปโภคและห้องหับต่างๆ นมัสการ...พระบาง พระพุทธรูปคู่บ้านเมืองของหลวงพระบาง
- จากนั้นไปเยือนที่พำนักของอดีตพระสังฆราชลาวองค์สุดท้าย ก่อนที่จะเสด็จไปยังประเทศไทย ...วัดใหม่สุวันภูมา แม้จะชื่อว่าวัดใหม่ แต่ก็สร้างมาแล้วเกือบ 200 ปี ภายในมีโบราณวัตถุที่งดงามเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ เรียกว่า อูบมุง ด้วย
- และนำท่านขึ้น...พระธาตุพูสี แม้พระธาตุองค์นี้ จะอายุไม่เกินหนึ่งศตวรรษ แต่ความโดดเด่นอร่ามเรืองที่สถิตสูงส่งอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
ในหลวงพระบาง บวกกับตำนานเก่าแก่เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุ รอยพระพุทธ บาทและถ้ำฤาษี ทำให้พระธาตุองค์นี้มีฐานะเป็น
พระธาตุหลักเมือง และเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง และแม้จะต้องขึ้นบันไดถึง 328 ขั้น แต่กลิ่นหอมอวลของดอกจำปาลาว ช่วยให้หาย
เหนื่อยได้ ด้านบนมองเห็นทิวทัศน์และตัวเมืองที่สวยงาม ว่ากันว่าหากใครขึ้นไปไม่ถึงพระธาตุ
พูสีถือว่าไปไม่ถึงหลวงพระบางเลยทีเดียว
- ได้เวลาพอสมควรนำท่านเข้าพักที่โรงแรม รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม และร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ตามธรรมเนียมล้านช้างแต่โบราณ


ภาพ โดย เกรียงไกร ไวยกิจ

วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2543

7.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
8.00 น. - นำท่านนั่งเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขง ชมเกาะแก่งกลางลำน้ำ มุ่งสู่...ถ้ำติ่ง พุทธสถานริมผา ณ ปากน้ำอูสบน้ำโขง ประกอบด้วย 2 ถ้ำ คือ ถ้ำบนและถ้ำล่าง แต่ก่อนมีพระพุทธรูปทอง, เงิน,นาก ปัจจุบันเหลือแต่พระพุทธรูปไม้ จำนวนนับพันองค์ วางเรียงรายตามซอกหลืบหิน เป็นผลงานสะสมมานานกว่าร้อยปีของผู้มีจิตศรัทธานำมาวางถวายเป็นพุทธบูชา และตามโบราณราชประเพณี กษัตริย์ลาวทุกพระองค์ ต้องเสด็จมานมัสการทุกวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ (ควรเอาไฟฉายติดตัวไปด้วย) ฝั่งตรงข้าม เป็นทัศนียภาพของแม่น้ำอูมากับแม่น้ำโขงไหลบรรจบกันเป็นแม่น้ำสองสี
- ระหว่างทางนำท่านแวะชม...หมู่บ้านสร้างไห ซึ่งเคยเป็นแหล่งหัตถกรรมสำคัญทางเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปี ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านต้มเหล้าตามแบบโบราณซึ่งนับวันจะหาชมได้ยากทุกที เชิญชาวคณะลิ้มชิมรสเหล้าขาวที่เพิ่งต้มเสร็จใหม่ๆ
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านวิซุน
13.00 น. - เที่ยวชม...วัดเชียงทอง สุดยอดสถาปัตยกรรมสกุลช่างล้านช้าง ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งโขง บนหัวดอน หัวโค้งของแผ่นดินที่มีแม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ความงามของวัดอยู่ที่ความสงบ สง่า สะอาด มีการวางผังออกแบบ และบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยม ภายในอุโบสถตกแต่งด้วยภาพเขียนสีทอง ลวดลายของราชสำนักพระไชยเชษฐา ชมวิหารประดับกระจก และหอพระนอนซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปสำริด ปางไสยาสน์ อันงดงามที่สุดของเมืองหลวงพระบาง ขนาดเท่าคนจริง ชมโรงราชรถและพระโกศ ที่ใช้ในพระราชพิธีศพของอดีตกษัตริย์ลาว ชมฝีมือการแกะสลักไม้เล่าเรื่องรามเกียรติ์ โดยเพียตัน ศิลปินแห่งชาติลาว ซึ่งเป็นศิลปินที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงยกย่อง
- จากนั้นชมวัดสำคัญในหลวงพระบาง ได้แก่...วัดแสน...วัดวิซุน และชมความงามยามอาทิตย์อัศดงซบลำน้ำโขงที่...วัดพระบาทใต้
18.00 น. รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารวุฒิมีชัย

วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2543

7.00 น. รับประธานอาหารเช้าที่โรงแรม
8.00 น. - นำท่านเดินทางไป
...หมู่บ้านผานม หมู่บ้านทอผ้าของไทลื้อ ซึ่งอพยพมาจากสิบสองปันนา ฝีมือการทอผ้าสวยงามมาก เลือกชมและซื้อตามอัธยาศัยในราคาเยาว์
- จากนั้นไป...วัดพระธาตุ วัดซึ่งมีสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิของเจ้ามหาชีวิตหลายพระองค์
- และไปช้อปปิ้งที่...ตลาดดารา เพื่อซื้อของฝาก ซึ่งมีสิ่งของพื้นเมืองต่างๆ อาทิ ผ้าไหม เครื่องเงิน ฯลฯ
11.30 น. รับประทานอาหารที่ร้านอาหารวิซุน
13.40 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Angel Airlines เที่ยวบินที่ 8G 504
16.15 น. กลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

หมายเหตุ กองทุนฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า