|
ทำไมต้องเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
หมู่บ้านโปร่งสำโรง บ้านป่าแดง บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ บ้านร่วมใจพัฒนาและบ้านเขาแหลม คือเพียงหนึ่งในหมู่บ้านรอบ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่กำลังประสบปัญหาจากช้างป่า ที่รุกล้ำเข้ามาหากินในพื้นที่เกษตรกรรม สร้างความเสียหาย ต่อผลผลิต เช่น สับปะรด ตลอดจนพืชไร่ชนิดต่างๆ ในที่ดินทำกิน ของชาวบ้าน
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดขึ้นจากการขยายตัวของชุมชน ทั้งในเรื่องพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรม ประกอบกับสภาพป่าชั้นในเสื่อมโทรม ทำให้ช้างต้องถอยร่น หาแหล่งอาหารเรื่อยมา กระทั่งพรมแดนสุดท้าย "พื้นที่ทำกิน" ของชาวบ้าน ปัจจุบันช้างได้แยกหากินเป็นโขลงเล็กๆ 5 - 15 ตัว กระจายออกไปตามแนวเขตพื้นที่ทำกินหลายจุด เฉลี่ยเดือนละ ประมาณ 10 ครั้งและมีแนวโน้มถี่ขึ้นตลอด โดยจะลงทำลาย มากในฤดูแล้ง
ภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของช้าง หรือผลผลิตจากเรือกสวนไร่นาที่ได้รับความเสียหายก่อนฤดูกาลเก็บเกี่ยว คือรอยทางแห่งความขัดแย้งที่จำต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน นับวัน ช้างกลุ่มนี้จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นถึงประมาณร้อยละ 10 ตัวต่อปี ทีเดียว (โดยการสังเกตจากปริมาณลูกช้างในแต่ละโขลง)
คนกับช้าง : วิถีทางแห่งการเกื้อกูล
โครงการที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ ด้านแหล่งอาหารและแหล่งน้ำให้แก่ช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน อันจะเป็นหนทางในการลดปัญหาช้างป่า บุกรุกทำลายพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือนใน 7 หมู่บ้านรอบพื้นที่อุทยานฯ โดยมีแนวทาง การดำเนินงานดังนี้
แผนระยะสั้นและเร่งด่วน
- สร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหารเสริมในป่าลึก ในเขตอุทยานฯ ได้แก่ การสร้างฝายน้ำล้น การปลูกพืช ที่เป็นอาหารของช้าง การทำโป่งเทียม
- นำช้างบ้านมาเป็นกันชนช้างป่า บริเวณรอยต่อ ระหว่างอุทยานฯ กับพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน
- การให้ข้อมูลและประชาสัมพันธ์แก่ชุมชน องค์กร หน่วยงานทั้งในท้องถิ่นและสังคมเห็นความสำคัญ และร่วมมือ ในการแก้ปัญหาร่วมกัน
แผนงานระยะกลาง
- ส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกรใน พื้นที่จุดเสี่ยง เช่น การเลี้ยงโคนมและโคเนื้อ หรือการปลูก พืชจำพวกหญ้า หรือพริก ฯลฯ
แผนงานระยะยาว
- ผสานรอยต่อระหว่างผืนป่าตะวันออกและ ผืนป่าตะวันตก โดยการทำ "สะพานช้าง" ซึ่งเป็นการ ปลูกต้นไม้เชื่อมต่อเส้นทางเดินของช้างเพื่อเป็นการขยายพื้นที่หากินตามธรรมชาติให้แก่ช้างป่า
- ศึกษาวิจัยองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สภาพป่า พืชอาหาร ถิ่นที่อยู่ ตลอดจนพฤติกรรมการหากินของช้าง เพื่อสร้างปราการป้องกันตามธรรมชาติ ระหว่าง "คนกับช้าง"
ผลที่คาดว่าจะได้รับตลอดระยะเวลาการดำเนิน โครงการ 5 ปี (ตุลาคม 2545 - กันยายน 2550)
- มีแหล่งน้ำสำหรับช้างป่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้ง
- เพิ่มพืชอาหารของช้างป่าในบริเวณอ่างเก็บน้ำได้มากขึ้น
- เกิดองค์กรเครือข่ายความร่วมมือระดับท้องถิ่น
- สร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
องค์กรหลักร่วมสร้างวิถีทางแห่งการเกื้อกูล
- สำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4
- อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
- อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
- อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- อบต.ป่าเต็งและอบต.ห้วยสัตว์ใหญ่
- สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
ร่วมเป็นพลังหนึ่งในการขับเคลื่อน วิถีทางแห่งการเกื้อกูลระหว่าง "คนกับช้าง"
....................................................
สั่งจ่ายเช็คหรือโอนเงินสดเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองทองธานี
ชื่อบัญชี "โครงการ ป่ายัง ช้างอยู่ คู่คน" เลขที่ 147-1-14035-0
(กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงินเป็นหลักฐาน)
....................................................
หรือส่งธนาณัติมายัง "โครงการ ป่ายัง ช้างอยู่ คู่คน"
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (สสท)
16/151 เมืองทองธานี ถนนบอนด์สตรีท ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 |
|
|
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (สสท)
16/151 เมืองทองธานี ถนนบอนด์สตรีท ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
โทรศัพท์ 0-2503-3333 ต่อ 207 โทรสาร 0-2504-4826-8
....................................................
สำนักงานประสานงานภาคสนาม
12 หมู่ 1 ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 76170
โทรศัพท์ 0-3245-9294 โทรสาร 0-324-59294
....................................................
สำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4
อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 76120
โทรศัพท์ 0-3243-3662 |
|