Subject :

"โรงเรียนไม้ไผ่...ไม่เรียน ไม่รู้"

Reference :

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.นร. 23 ต.ค 60

https://www.facebook.com/drsuvitpage/posts/1500989753541083

 


ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผมและบะหมี่ลูกสาวได้เดินทางไปเยี่ยมชมและเรียนรู้งานของโรงเรียนมีชัยพัฒนา หรือโรงเรียนไม้ไผ่ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอลำปลายมาศ ในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีท่านผู้อำนวยการโรงเรียน อาจารย์มีชัย วีระไวทยะ และหลานๆนักเรียนชั้น ม.1-ม.6 คอยให้การต้อนรับ

สิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดของโรงเรียนไม้ไผ่ คือนักเรียนไม่ได้จ่ายค่าเทอมด้วยเงิน แต่จ่ายด้วยการทำความดี 400 ชั่วโมงและปลูกต้นไม้ 400 ต้น ในแต่ละปีการศึกษา นอกจากเรียนหนังสือในห้องเรียน โรงเรียนไม้ไผ่เน้นการทำกิจกรรมร่วมกันและการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยการทำการเกษตรร่วมกัน ทำธุรกิจร่วมกัน ทำความสะอาดที่พัก ห้องเรียน และสถานที่ส่วนรวมร่วมกัน รวมไปถึงการออกไปในชุมชนเพื่อเรียนรู้นอกห้องเรียนและช่วยเหลือผู้อื่น

หลังจากได้เห็นแปลงปลูกผักและผลไม้ อย่างผักบุ้ง ถั่วงอก เมลอน และมะนาว และธุรกิจนักเรียนอย่าง ไอศกรีม ไข่ไก่ และโอ่งน้ำ ผมภูมิใจมากที่เด็กมัธยมสามารถคิดและทำอะไรได้มากขนาดนี้ นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมาก คือการที่เด็กๆมีจิตใจที่อ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจผู้อื่น ทางโรงเรียนสร้างคุณสมบัติเหล่านี้ โดยการให้เด็กๆอดข้าวเย็นทุกวันเสาร์ เพื่อให้เข้าใจความอดอยาก ปิดตาและนั่งรถเข็น เพื่อให้เข้าใจผู้ทุพพลภาพทางสายตาและร่างกาย สอนเด็กคนอื่นว่ายนำ้และทำการเกษตร เพื่อสอนการรู้จักให้และช่วยเหลือผู้อื่น

เด็กๆที่โรงเรียนมีภาวะผู้นำ สามารถดูแลตนเองและปกครองโรงเรียนได้ ที่โรงเรียนไม้ไผ่ นักเรียนเป็นคนสัมภาษณ์และคัดเลือกคุณครู และนักเรียนแต่ละคนยังเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการโรงเรียน ตัวอย่างเช่น คณะมนตรีโรงเรียน คณะตรวจสอบป้องกันคอรัปชั่น และคณะจัดซื้อ

โดยรวมแล้วถือว่าโรงเรียนไม้ไผ่สามารถตอบโจทย์เป้าหมายของตัวเอง ที่ตั้งใจจะเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชนและเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา สร้างนักเรียนที่เป็นคนดี มีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ อย่างที่ผู้อ่านคงสัมผัสได้

ล่าสุด กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Population Fund (UNFPA) ได้กล่าวยกย่อง "โรงเรียนมีชัยพัฒนา" หรือ "โรงเรียนไม้ไผ่" เป็นโรงเรียนที่มีนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดย UNPF ระบุถึงผลงาน ความก้าวหน้า และปรัชญาของโรงเรียนแห่งนี้ในการความสำคัญกับ "การลดความเหลื่อมล้ำ" ด้านต่างๆ รวมถึงด้านเพศ ด้านสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และบริการอื่นๆ เพื่อให้ทุกคน โดยเฉพาะสตรีและเด็ก มีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการพัฒนาชีวิตของตนเอง

จากแนวคิด ปรัชญา ตลอดจนกิจกรรมต่างๆที่ผมได้พูดถึง ได้เห็น ได้สัมผัส ได้พูดคุยกับนักเรียนที่โรงเรียนไม้ไผ่แล้ว ทำให้ผมประทับใจและอยากช่วยขยายผลแนวคิดดีๆแบบนี้ ไปยังโรงเรียนอื่นๆ

ถ้าผู้อ่านท่านไหนมีโอกาสแวะไปบุรีรัมย์ อย่าลืมไปเยี่ยมชมโรงเรียนไม้ไผ่นะครับ