Subject :

“อานันท์” แนะรัฐฟื้นข้าวเป็นอุตสาหกรรมหลัก “ธีรยุทธ” จวก 4.0 แค่ซื้อยอด ซัดปล่อยจีนผูกขาดผลไม้

Reference :

เผยแพร่: 21 พ.ย. 2560 15:44:00   ปรับปรุง: 21 พ.ย. 2560 16:22:00   โดย: MGR Online

 

นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี (แฟ้มภาพ)

 

อดีตนายกฯ เผยชาวนากลายเป็นภาระชาติทั้งที่หากินบริสุทธิ์แต่จน แนะฟื้นข้าวเป็นอุตสาหกรรมหลัก “ธีรยุทธ” จวก 4.0 แค่ซื้อยอด แนะพัฒนา 1.0-2.0 ให้เข้มแข็งพร้อมกัน หาสมดุลแจกบัตรกับให้ความรู้ ซัดรัฐปล่อยจีนซื้อสวนจนผูกขาดผลไม้ เตือนรัฐบาลถูกคนไทยประเมินแบบเงียบๆ ถ้าทหาร พรรคยังซ้ำรอยเดิม บ้านเมืองอาจสะดุดหกล้มอีกหลายหน วันนี้ (21 พ.ย.) ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายวัฒนธรรมข้าว ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรงพาณิชย์ และกรุงเทพมหานคร แถลงข่าว “การจัดเทศกาลข้าวใหม่” มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี โดยกล่าวในตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันชาวนาไม่ใช่กระดูกสันหลังของประเทศ แต่กลายเป็นภาระของประเทศ ทั้งๆ ที่ทำมาหากินบริสุทธิ์แต่จน มีหนี้สิน จึงไม่อยากให้คนไทยหลงลืมชาวนา และควรมีการรื้อฟื้นให้ข้าวไทยเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศต่อไป จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เทศกาลข้าวใหม่ในบริบทเศรษฐกิจสัคมไทยยุคใหม่” โดยนายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตถึงรัฐบาลว่าทุ่มงบประมาณสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและการต่อยอด 4.0 แต่ยังเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำไม่ใช่การต่อยอด หากเป็นการซื้อยอดทำให้โอกาสที่จะต่อยอดไม่สำเร็จมีสูง รัฐบาลจึงควรพัฒนาเศรษฐกิจ 1.0, 2.0 ซึ่งเป็นมรดกของแผ่นดินให้เข้มแข็งไปพร้อมๆ กับ 3.0 และ 4.0 และต้องหาสมดุลระหว่างการนำบัตรไปแจกชาวบ้านกับการให้ความรู้กับเกษตรกร แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องทรัพยากรพื้นฐาน มีการจัดงบประมาณเพียงในระดับหมื่นล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังปล่อยปละละเลยให้คนจีนเข้ามาซื้อสวนทุเรียน มังคุด และลำไย จนเกิดการผูกขาดผลไม้เหล่านี้ นายธีรยุทธยังเตือนรัฐบาลด้วยว่า แม้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาคนไทยจะเงียบแต่ก็ยังประเมินและตัดสินการทำงานของรัฐบาลตลอดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจต้องตระหนัก และเห็นว่าสังคมไทยยังมีพลังทางบวกผ่านการเคลื่อนไหวส 3 เหตุการณ์ คือ การชุมนุมของมวลมหาประชาชนราว 1.5 ล้านคนในปี 2557 การร่วมงานพระบรมศพของในหลวงรัชกาลที่ ๙ และการวิ่งของตูน บอดี้แสลม สะท้อนว่าสังคมเริ่มมองข้ามรัฐ พรรคการเมือง หรือเอกชน ซึ่งเกิดขึ้นแบบข้ามขั้วข้ามฝ่าย ยกเว้นเหตุการณ์แรก จึงเห็นว่าควรดึงพลังสังคมมาช่วยเป็นพลังนำในการปฏิรูป เริ่มจากจุดย่อยๆ ในท้องถิ่น หรือเป็นประเด็น เพื่อเป็นโมเดลในการแก้ปัญหาประเทศอย่างราบรื่นได้ แต่ถ้าทหารและพรรคการเมืองยังซ้ำรอยเดิม เส้นทางบ้านเมืองข้างหน้าอาจสะดุดหกล้มอีกหลายหนก็ได้ โดยจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบอกว่าการปฏิรูปโดยทหารหรือพลเรือนไม่เคยสำเร็จ เพราะไม่มีพลังจูงใจเพียงพอ