คนระยองเป็นมะเร็งเม็ดเลือดสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ 2 เท่า
ที่มา www.manager.co.th 16 พ.ย. 50  
ตะลึงพบชาวระยองมะเร็งเม็ดเลือดขาวกระฉูด ชาย 6.8 ต่อแสนประชากร หญิง 5.2 ต่อแสนประชากร สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมทั้งประเทศ ทั้งชายและหญิง 2 เท่าตัว ยังไม่ฟันธงเป็นเพราะสารเคมีโรงงานอุตสาหกรรม

นพ. กำจัด รามกุล ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากผลการตรวจสอบสารเคมีที่ตกค้างในร่างกายจากการตรวจปัสสาวะพบสาร เบนซีน จำนวน 329 ราย ซึ่งสารดังกล่าวเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่ายในอากาศ หากสัมผัสเป็นระยะเวลานานจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ปรากฎอาการชัดเจน ทั้งนี้ หากผู้ป่วยมีอาการของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวจะสังเกตได้จากการที่ร่างกายเริ่มซีด เหลือง อย่างไรก็ตาม สธ.ได้ให้การดูแล ประชาชนทั้ง 329 รายอย่างใกล้ชิด โดยจะทำการตรวจปัสสาวะ อีกครั้งในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อตรวจหาสารเบนซีนว่าลดลงหรือไม่

นพ.กำจัด กล่าวต่อว่า สำหรับอุบัติการณ์โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในประเทศไทย ผู้ชายพบ 3.9 คนต่อแสนประชากร แต่ที่มาบตาพุด จ.ระยอง สูงถึง 6.8 ต่อแสนประชากร และมะเร็งเม็ดเลือดขาวในผู้หญิงพบ 3.2 คนต่อแสนประชากร ขณะที่มาบตาพุดพบ 5.2 คนต่อแสนประชากร ทั้งนี้ไม่สามารถระบุอย่างชัดเจนได้ว่าสาเหตุที่จ.ระยอง มีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศกว่า 2 เท่าตัว ทั้งในเพศหญิงและชายมีสาเหตุมาจากสารพิษจากโรงงานอุสาหกรรมหรือไม่ เพราะการเกิดโรคมะเร็งนั้น มีหลายสาเหตุ อาจเป็นเพราะสารเคมี สิ่งแวดล้อม พันธุกรรม เช่นเดียวกับสารเบนซีนที่ไม่พบเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังพบจากปั๊ม การเผาไหม่เครื่องยนตร์ เป็นต้น ส่วนการตรวจหาสารตกค้างในร่างกาย จำพวกสารโลหะหนัก เช่น แคดเมียม ตะกั่ว หรือปรอทที่พบในน้ำ ยังไม่ได้มีการตรวจหาในร่างกาย เพียงทำการตรวจในน้ำเท่านั้น เนื่องจากประชาชนไม่ได้นำน้ำมาอุปโภคบริโภค แต่ก็ไม่นิ่งนอนใจ โดยได้จับตาเฝ้าระวังเป็นระยะๆ

“สธ.เป็นเพียงหน่วยงานที่แก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เมื่อมีผู้ป่วย หรือผู้ได้รับผลกระทบแล้ว ซึ่งในระยะยาวต้องแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาลด หรือ จำกัดปริมาณสารพิษที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม สารเคมี”

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>