เผยข้อมูลกรุงเทพฯเสี่ยงจมน้ำ

 ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ / 15 พฤศจิกายน 2552

กองทุนโลกเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (World Wide Fund for Nature : WWF) องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมที่มีฐานอยู่ที่เมืองแกลนด์ ในสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยรายงานศึกษาถึงภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศต่อ 11 เมืองใหญ่ในเอเชีย โดยระบุว่า กรุงธากา มะนิลา และจาการ์ตา เป็น 3 เมืองที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด ส่วนกรุงเทพฯเป็นเมืองเสี่ยงต่อน้ำท่วม
   
11 เมืองใหญ่ในเอเชียที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลหรือดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ที่เป็นจุดในการศึกษา ประกอบด้วย กรุงเทพฯ ประเทศไทย, เมืองกัลกัตตา อินเดีย, กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ, นครโฮจิมินห์ เวียดนาม, กรุงพนมเปญ กัมพูชา, กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย, กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์, กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย, ประเทศฮ่องกง, ประเทศสิงคโปร์, และนครเซี่ยง ไฮ้ ประเทศจีน
   
โดยธากาเป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบอันตรายมากที่สุด มีคะแนนความเสี่ยงระดับ 9 จากทั้งหมด 10 ระดับ เนื่องจากมีประชากรมากกว่า 13 ล้านคน บนเนื้อที่เพียง 304 ตารางกิโลเมตร และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล
เพียงไม่กี่เมตรเท่านั้นอีกทั้งได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนและมีน้ำท่วมเป็นประจำ
   
ส่วนกรุงมะนิลาและจาการ์ตา มีความเสี่ยงอยู่ระดับ 8 โดยมะนิลาเสี่ยงจากพายุ ซึ่งจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต ด้านจาการ์ตาเสี่ยงต่อการสูญเสียผืนดินจากระดับน้ำทะเลในอ่าวจาการ์ตาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วปีละ 2 นิ้ว ทำให้พื้นที่ทางตอนเหนือประมาณ 160 ตารางกิโลเมตร ต้องจมน้ำภายในปี 2050 และบางพื้นที่จะถูกน้ำท่วมอย่างถาวร ส่งผลต่อประชากรกว่า 24 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้
   
ขณะที่เมืองกัลกัตตา, พนมเปญ, โฮจิ มินห์ และเซี่ยงไฮ้ จะมีความเสี่ยงรองลงมา และฮ่องกง, สิงคโปร์, กัวลาลัมเปอร์ จะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด ในระดับ 4
   
สำหรับกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความเสี่ยง อยู่ในลำดับ 5 จากปัญหาน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นและปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากพื้นดินอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มากนัก อีกทั้งระดับน้ำทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบนที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ จะสูงขึ้นอีก10-100 เซนติเมตร ภายใน 50 ปี ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นตามไปด้วย และปัญหาการสูญเสียแผ่นดินเพราะน้ำทะเลกัดเซาะตามชายฝั่ง
   
ส่งผลให้ประชากรเกือบ 12 ล้านคนในกรุงเทพฯเดือดร้อน พื้นที่หลายส่วนของเมืองอาจจมน้ำ.

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>