ปะการังเทียม..ฟื้นฟูทะเลไทย
 ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ / 16 พฤศจิกายน 2552


ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในประเทศไทยถูกคุกคามและถูกทำลาย จากการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยโดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมา ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งที่สำคัญ ๆ อย่างการทำประมงแบบผิดกฎหมายเช่น การระเบิดปลา การทำประมงอวนลากในบริเวณแนวปะการัง การเบื่อปลาในแนวปะการังด้วยสารไซยาไนด์ ทำให้ปะการังตาย มีผลให้แหล่งหญ้าทะเลและป่าชายเลนเกิดการเปลี่ยนแปลง ผลจากการกระทำเหล่านี้เองทำให้สัตว์น้ำและสัตว์ทะเลไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีอาหาร นับวันจำนวนประชากรของสัตว์จึงลดลงอย่างน่า ใจหาย
   
การจัดสร้างแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล หรือปะการังเทียม จึงเป็นอีกหนึ่งหนทาง   ที่จะช่วยให้ระบบนิเวศฟื้นฟูเร็วที่สุดและช่วยเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ สร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล โดยเฉพาะปะการังเทียม หากวางไว้บริเวณชายฝั่งนั้น มีประโยชน์อย่างยิ่งในการ   อนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำขนาดเล็กมิให้ถูกนำไปใช้ก่อนถึงเวลาที่เหมาะสมและสามารถดึงดูดสัตว์น้ำนานาชนิดให้เข้ามาอยู่อาศัยหาอาหาร สืบพันธุ์ รวมไปถึงพัฒนาเป็นแหล่งประมงสำหรับการทำประมงขนาดเล็กและเชิงพาณิชย์ได้
   
ผลจากการสร้างปะการังเทียม ทำให้ชาวประมงขนาดเล็กมีแหล่งทำการประมงชายฝั่งที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพราะไม่ต้องออกไปทำการประมงไกล ลดต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทำการประมงใกล้ชายฝั่ง ไม่ต้องออกไปไกล สามารถลดข้อขัดแย้งระหว่างชาวประมงในพื้นที่กับประมงแบบอวนลากและอวนรุนได้มากขึ้น เพราะมีการช่วยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันของชาวประมงในท้องถิ่น นอกจากนั้นแล้ว จากการดูแลสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นแล้วนั้น ส่งผลทำให้สามารถมีรายได้เพิ่มจากการทำเป็นแหล่ง  ท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลอีกด้วย นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯกล่าว
   
ส่วน นายจัตุรัส เอี่ยมวรนิธาน ประธานกลุ่มประมงเรือเล็ก อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 49 ถนนแหลมรุ่งเรือง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง เล่าว่า ที่ผ่านมากลุ่มประมงเรือเล็กนั้น ได้ขอปะการังเทียมมาตลอด เพราะเห็นถึงข้อดีของการทำที่อยู่ให้กับปลา ทำให้มีปลามาอยู่อาศัยมากขึ้น จนถึงทุกวันนี้กรมประมงได้มาสร้างปะการังเทียมให้เป็นเวลาหลายปีแล้ว ทำให้มีสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย  แต่ในวันนี้สิ่งที่กลุ่มประมงเรือเล็กต้องการก็คือ ต้องการให้ทำปะการังเทียมมาวางในบริเวณชายฝั่ง ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่อยู่ของปลาขนาดเล็ก เพราะปลานั้นโดยธรรมชาติจะขยายพันธุ์ในป่าชายเลน จากนั้นจะย้ายมาอยู่ริมฝั่ง พอโตก็จะไปอยู่ในน้ำลึก หากมีการวางปะการังเทียมใกล้ชายฝั่งก็จะเป็นที่อยู่ เป็นแหล่งอนุบาลปลาขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี
   
“ทุกวันนี้เรือประมงเล็กมีประมาณ 2,000 ลำ จริง ๆ แล้วอยากให้ทำปะการังเทียมมากขึ้นกว่านี้ เพราะจำนวนของเรือและการทำประมงที่มากขึ้น ทำให้ทรัพยากรลดน้อยลงไปมาก วันนี้ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ เพราะเมื่อประมาณ 5 ปีมาแล้วนั้น ชาวประมงจับปลาได้มากกว่านี้ อย่างเช่นเมื่อก่อนเคยจับปลาหมึกได้วันละ 100 กิโลกรัม ณ วันนี้ โดยเฉลี่ยแล้วจับได้วันละประมาณ 10 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าน้อยลงเยอะมาก อันนี้ผมว่าสาเหตุนั้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นของการทำประมงด้วย ทำให้ประมงพื้นบ้านได้ปลาน้อยลง อย่างรายได้ตอนนี้มีรายได้วันละ 1,000 บาท หักค่าใช้จ่าย ค่าน้ำมันแล้วเหลือประมาณ 300-400 บาท ก็ถือว่าอยู่ได้แล้วครับ” นายจัตุรัส กล่าว
   
การจัดสร้างปะการังเทียมในพื้นที่จังหวัดระยองนั้น เป็นการสร้างในพื้นที่ขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ 21.6 ตารางกิโลเมตร ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท ใช้วัสดุคอนกรีต รูปลูกบาศก์แบบโปร่ง ขนาด 1.5x1.5x1.5 เมตร จำนวนทั้งสิ้น 3,681 แท่ง ซึ่งแท่งคอนกรีตแบบโครงสี่เหลี่ยม ถือได้ว่ามีความเหมาะสมที่สุด แม้ต้นทุนสูงแต่มีอายุการใช้งานนาน สะดวกในการลำเลียงขนส่ง ควบคุมการจัดวางให้ซ้อนทับกันได้สูง มีประสิทธิภาพในการดึงดูดสัตว์น้ำให้มาอยู่อาศัยได้หลายชนิด เมื่อใช้นาน ๆ ไปจะค่อย ๆ สลายไปเป็นทราย ไม่เป็นสารพิษกับน้ำ.


ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>