แปรรูปขยะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพิ่มมูลค่า ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

 ที่มา หนังสือพิมพ์ แนวหน้า รายงานพิเศษ / 17 พฤศจิกายน 2552

กรมพัฒนาที่ดินได้พัฒนาคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง น้ำหมักชีวภาพ และพืชปุ๋ยสด ที่ล้วนแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยเหลือส่งเสริมให้เกษตรกรนำมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองได้ เป็นการลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร หันมาพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเหลือเกษตรกรเท่านั้น ที่ผ่านมากรมพัฒนาที่ดินยังได้นำผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพเข้าไปช่วยจัดการขยะในชุมชนโดยการแปรรูปเปลี่ยนขยะเป็นทอง คือการนำมาทำเป็นปุ๋ยใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย

นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านวิชาการ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมพัฒนาที่ดินได้ทำโครงการแปลงขยะเป็นทองโดยเริ่มจากในกรม ก่อน จากนั้นได้ขยายผลไปยังชุมชนในบริเวณใกล้เคียง โดยมุ่งหวังให้เกิดการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ขจัดปัญหาสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือ การได้นำวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ก่อให้เกิดประโยชน์อีกทางหนึ่ง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ที่มีปัญหาผักตบชวา ติดตอม่อสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ยาวประมาณ 500 เมตร หนาประมาณ 3 เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างเขตต.วัดสำโรง และต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม อัดแน่นขวางทางน้ำ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในละแวกนั้น ทำให้เรือยนต์ไม่สามารถฝ่าไปได้ พอผ่านไปเป็นเวลานาน ผักตบชวาจะเน่าและส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณดังกล่าว

กรมพัฒนาที่ดินได้เข้าไปช่วยจัดการ โดยให้คำแนะนำให้นำผักตบชวามาทำปุ๋ยหมักโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายเศษพืชให้เป็นปุ๋ยหมักภายในเวลาอันรวดเร็ว และได้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพดี นอกจากนี้ ผักตบชวามีปริมาณมากและเกิดการเน่าเสียก่อนที่จะนำมาทำปุ๋ยหมัก กรมพัฒนาที่ดินจึงได้แนะนำให้ใช้น้ำหมักชีวภาพซึ่งผลิตจากสารเร่งพด.6 เพื่อช่วยในการขจัดกลิ่นเหม็นร่วมด้วย

โดยเจ้าหน้าที่จากสถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม และสำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน ได้ลงไปในพื้นที่ ของ นางทองดี ศรีทองคำ เกษตรกรตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นที่รวมผักตบชวาที่ขนย้ายมาจากแม่น้ำท่าจีนประมาณ 200 คันรถบรรทุก 6 ล้อ ให้คำแนะนำวิธีการทำปุ๋ยหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่ง พด.6 และสนับสนุนสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 จำนวน 750 ซอง และ น้ำหมักชีวภาพจากสารเร่ง พด.6 จำนวน 10,000 ลิตร พร้อมแนะนำให้ฝังท่อ P.V.C และเจาะรูเพื่อใช้ระบายความร้อน ระบายอากาศและใช้เป็นช่องสำหรับเติมน้ำหมักชีวภาพ ในระหว่างการหมัก และเป็นการหมักโดยไม่ต้องกลับกอง

"สำหรับพื้นที่ไหนประสบปัญหาผักตบชวาขึ้นอย่างหนาแน่น และส่งผลกระทบต่อชุมชนบริเวณใกล้เคียง สามารถติดต่อขอคำแนะนำ วิธีการทำปุ๋ยหมักจากกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งเรามีสูตรการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา โดยมีส่วนผสมของวัสดุประกอบด้วย ผักตบชวาที่ผึ่งแดดไว้ 2 สัปดาห์ จำนวน 2,000 กิโลกรัม เพื่อความชื้นจะลดลงเหลือ 10 - 20% มูลสัตว์ จำนวน 400 กิโลกรัม และสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 จำนวน 1 ซอง ใช้ระยะเวลาการหมัก 30 วัน จะได้ปุ๋ยหมักที่มีปริมาณธาตุอาหาร คือ ไนโตรเจน 1.27% ฟอสฟอรัส 0.71% และโพแทสเซียม 4.84% นับว่าเป็นปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพชนิดดี นำไปปรับปรุงคุณภาพดิน เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนได้อย่างดี" รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าว

ล่าสุดกรมพัฒนาที่ดินยังได้ร่วมมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำโครงการจัดการขยะอย่างครบวงจรเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากขยะมูลฝอย โดยนำร่องที่ตลาดไท และเทศบาลท่าโขลง จ.ปทุมธานี เพื่อปลูกจิตสำนึกแก่บุคลากรในหน่วยงาน องค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ให้รู้จักการจัดการขยะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างครบวงจรและรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นจุดเรียนรู้เรื่องการจัดการขยะอย่างครบวงจร ใครสนใจเรื่องนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน โทร. 0-2579-1385 , 0-2579-0679

 

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>