จับตา Social Label เทรนด์ใหม่ ที่ไปไกลกว่า "ฉลากสีเขียว" คอลัมน์ Project of week

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ / 16 พฤศจิกายน 2552 

ในขณะที่บ้านเรากำลังตื่นตัวเรื่องฉลากคาร์บอน หรือ "ฉลากสีเขียว" ที่ในแต่ละผลิตภัณฑ์จะต้องแจ้งการติดฉลากว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้น ๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ใหม่มากแล้วสำหรับสังคมไทย และมีหลายองค์กรในบ้านเรากำลังพยายามที่จะผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้สินค้านั้น ๆ ได้รับการรับรองและสามารถติดฉลากคาร์บอนได้

ซึ่งก็นับว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของธุรกิจในบ้านเราที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผ่านมา ฉลากด้านคุณค่าทางโภชนาการที่แสดงบนผลิตภัณฑ์ที่เป็นข้อมูลการสรุปเกี่ยวกับคุณค่าทางอาหารของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้รับ ความนิยมไปก่อนหน้า

ความที่โลกไม่เคยหยุดนิ่งและหมุนเร็ว เพียงถ้าหยุดเดินก็ก้าวถอยหลัง ทำให้ขณะที่ในต่างประเทศมีแนวโน้มใหม่ที่ถือเป็นก้าวสำคัญกำลังเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความรับผิดชอบขององค์กรต่อผลิตภัณฑ์ นั้น ๆ ในประเด็นของการเปิดเผยข้อมูลต่อลูกค้าในเบื้องหลังที่มาของผลิตภัณฑ์

โดยองค์กรที่ชื่อว่า "โปรเจ็กต์ เลเบล" (Project Label) ที่ได้พยายามผลักดันให้องค์กรธุรกิจต้องเปิดเผยข้อมูลกับ "ผู้บริโภค" มากขึ้น โดยใช้ชื่อว่า "Social Nutrition" ซึ่งเป็นฉลากที่ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย

เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สามารถวัดผลและแสดงผลให้เห็นได้ เช่น ในประเด็นเรื่อง "คน" ก็อาจจะแสดงถึงผลกระทบที่การผลิตสินค้าชนิดนั้น ๆ มีต่อชุมชน และการดูแลพนักงานหรือคนงาน

เช่นเดียวกับประเด็นความรับผิดชอบต่อโลกที่ในฉลากจะระบุรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะ การบำบัดของเสียจากการผลิต การผลิตโดยไม่ใช้สัตว์ในการทดลองผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ มากกว่าฉลากทางโภชนาการในแบบเดิม ๆ ได้เคยมีมาในอดีต

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โครงการได้อาศัยชุมชนในการระดมความคิดและให้น้ำหนักว่า ประเด็นไหนหรือหลักฐานชิ้นใดที่จะกลายมาเป็นเครื่องชี้วัดในการตัดสินผลิตภัณฑ์นั้นว่ามีคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพียงใด แต่นั่นยังจะเป็นประเด็นสำคัญที่จะนำไปสู่การจัดอันดับความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ และตราสินค้านั้น ๆ ด้วย

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวยังมีเครื่องมือตัวอย่างในการชี้วัดและประเมินผลทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อนุญาตให้ทั้งผู้บริโภค ธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ได้เข้าไปร่วมโหวตแสดงความคิดเห็น ขณะเดียวกันก็อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยในระดับที่ละเอียดมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับฉลากทาง สังคม ที่ว่านี้ด้วย โดยสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมผ่านเว็บไซต์ที่ชื่อว่า www.projectlabel.org

ขณะเดียวกันในเว็บไซต์ที่ว่านี้ยังมีการแสดงข้อมูลผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัท ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจของผู้บริโภคเมื่อจะต้องตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าระหว่างผลิตภัณฑ์ 2 ชิ้น ว่าผลิตภัณฑ์ไหนที่สนใจในกระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจที่ เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาก กว่ากัน

คงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย...ที่นับจากนี้ เวลาเรามองไปที่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นอกจากจะมีข้อมูลที่เกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการ แต่ในอนาคตอันใกล้เราจะมีโอกาสเห็นธุรกิจที่แสดงให้เห็นว่า สินค้าและผลิตภัณฑ์นั้น ๆ สร้างผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน เพราะว่ากันว่าในอนาคตนี้จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้า

เพราะปัจจุบันการเติบโตของผู้บริโภค ที่ตระหนักเรื่องจริยธรรมและสิ่งแวดล้อมกำลังมีมากขึ้น โดยเฉพาะพฤติกรรมที่บริษัทแสดงออกในด้านสังคมและ สิ่งแวดล้อม ซึ่งในที่สุดจะกลายเป็นเรื่อง ที่สำคัญยิ่งที่จะถูกบรรจุเข้าไปใน ผลิตภัณฑ์

การได้รับการยอมรับในการที่มีพฤติกรรมที่ดีของธุรกิจในอนาคต จึงจะกลายเป็นเงาตามตัวธุรกิจ และเป็นบทพิสูจน์ความจริงระหว่างความรับผิดชอบต่อสังคมที่ธุรกิจ "พูด" และ "ทำ" ซึ่งปัจจุบันกำลังมีช่องว่างที่ห่างขึ้นทุกที...ทุกที เพราะพวกเขามักพูดมากกว่าทำ !

 

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>