ทูตญี่ปุ่นจี้สางมาบตาพุด!

ที่มา ทีมข่าวเศรษฐกิจ ไทยรัฐออนไลน์ / 19 พฤศจิกายน 2552  

Pic_47707
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี

เอกชนร้องรัฐรื้อมติ ครม.หวั่นเชื่อมั่นวูบขณะที่อีก 181 โครงการจ่อจะถูกฟ้องเพิ่ม ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทที่ป้อนวัตถุดิบชิ้นส่วนให้จะกระทบเป็นลูกโซ่ ...

นักลงทุนญี่ปุ่นหวั่นปัญหา "มาบตาพุด" ฉุดขีดแข่งขันบริษัทตนในไทย เหตุ 76 กิจการยังไม่ชัดเจนจะถูกระงับหรือไม่ ขณะที่อีก 181 โครงการจ่อจะถูกฟ้องเพิ่ม ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทที่ป้อนวัตถุดิบชิ้นส่วนให้จะกระทบเป็นลูกโซ่ ด้านเอกชนหวั่นซ้ำรอยปัญหามาบตาพุด หลังศาลสั่งระงับโครงการ จี้ กรอ.แก้มติ ครม.ให้คงการใช้ระบบอนุญาโตตุลาการ  

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังการเข้าพบของนายมาซาโตะ โอตาคะ อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่า นักลงทุนญี่ปุ่นในไทยแจ้งให้สถานทูตญี่ปุ่นทราบว่า มีความกังวลต่อกรณีปัญหาโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เนื่องจาก 76 โครงการลงทุนที่ถูกระงับการดำเนินกิจการจากศาลปกครองกลาง และอีก 181 โครงการที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเตรียมจะฟ้องเพิ่มเติมอีกนั้น ส่วนหนึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นร่วมทุน และอีกส่วนเป็นบริษัทที่ป้อนวัตถุดิบ หากเกิดปัญหาจะกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันของบริษัทญี่ปุ่นได้ จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งหาข้อยุติปัญหามาบตาพุดโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังพร้อมให้คำแนะนำหากประเทศไทยต้องการข้อมูลหรือแนวทางการแก้ไขปัญหา เพราะญี่ปุ่นมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหามลพิษในประเทศญี่ปุ่นมาก่อน

นายโกศล ใจรังษี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่บริเวณมาบตาพุด ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ในวันที่ 19 พ.ย. เป็นนัดแรกจะมีการวางกรอบแนวทางการดำเนินงานตามเวลาที่กำหนดไว้  

นายมาซาโตะกล่าวว่า ญี่ปุ่นคาดหวังว่ารัฐบาลไทยจะสามารถหาข้อยุติปัญหามาบตาพุดไปในทิศทางที่ดี และนักลงทุนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ให้ความสำคัญกับการลงทุนจากต่างประเทศ จึงไม่มีเหตุผลที่จะย้ายการลงทุนออกจากประเทศไทย  

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) สั่งการให้ส่วนราชการที่มีคู่สัญญากับภาคเอกชน เร่งชี้แจงให้คู่สัญญา รวมถึงนักลงทุนและสาธารณชน รับทราบว่ากระบวนการใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการเพื่อระงับข้อพิพาทนั้น ไม่ได้เป็นข้อห้ามในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีมติ ครม.เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 52 เรื่องการทำสัญญาระหว่างรัฐและเอกชน ที่ระบุว่าหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น ไม่ควรผูกมัดว่าหน่วยงานจะใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการเป็นการชี้ขาด แต่เปิดช่องให้หน่วยงานสามารถใช้กระบวนการวิธีการอนุญาโตตุลาการได้เป็นกรณีๆไป

ภาคเอกชนขอให้รัฐบาลทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 52 เพราะเห็นว่าส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุน เนื่องจากมองว่ามติ ครม. ที่ออกมา ส่งผลให้การพิจารณาคดีระหว่างหน่วยงานรัฐกับเอกชน จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเพียงอย่างเดียว  

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า ในวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดรับคำร้องของสมาคมที่ขอให้เรียกพยานเพิ่มเติมเป็นเอกสาร แต่ยังไม่กำหนดวันฟังคำสั่ง.


ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>