ดีเดย์แก้มาบตาพุด19พ.ย. เอกชนมั่นใจ "อานันท์" กู้ความเชื่อมั่น
 ที่มา ประชาชาติธุรกิจ / 19 พฤศจิกายน 2552

"อานันท์" นั่งหัวโต๊ะประชุมนัดแรกคณะกรรมการ 4 ฝ่าย แก้ไขปัญหามาบตาพุด 19 พ.ย. ชี้แจงกรอบดำเนินการ เอกชนหวังนำข้อเท็จจริงหารือ ทุกฝ่ายยอมรับ ปัญหาคลี่คลายด้วยดี


ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานว่า วันที่ 19 พฤศจิกายนนี้จะมีการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยดร.สมฤดี นิโครวัฒนยิ่งยง ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หนึ่งในตัวแทนกรรมการฝ่ายวิชาการ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ประเด็นที่จะหารือในที่ประชุมจะเป็นการกำหนดกรอบที่ชัดเจนของคณะกรรมการ, ภาพรวมของปัญหาที่เกิดขึ้น, 76 โครงการที่ถูกศาลปกครองสั่งระงับการดำเนินการ และแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

"การประชุมในครั้งนี้ก็คงหารือในภาพรวมก่อน และในครั้งต่อ ๆ ไปก็จะมีการลงลึกถึงรายละเอียดที่จะสรุปเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาในแต่ละเรื่อง ซึ่งจากองค์ประกอบของกรรมการทั้งหมด เมื่อหันหน้าหารือกัน คุยกันด้วยเหตุผลข้อเท็จจริง เป็นแนวทางที่สร้างสรรค์ ก่อให้เกิดผลสำเร็จ ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ ก็น่าจะเป็นเรื่องดี เป็นแนวทางปฏิบัติในกรณีที่เกิดปัญหาอีกได้" ดร.สมฤดีกล่าว

ด้านนายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PTTAR กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการร่วม 4 ฝ่ายนี้มีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหา และที่สำคัญจะแก้ไขปัญหาให้กับทั้งผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ได้ รวมถึงจะนำความเชื่อมั่นกลับมาสู่ประเทศอีกครั้งในแง่ของการลงทุน สำหรับกลุ่มของบริษัท ปตท.พร้อมที่จะปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ นอกจากนี้ภายในกลุ่มยังมีการเตรียมรับกับสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร เช่น หากว่ามีการประกาศให้ภาคอุตสาหกรรมหยุดการผลิต แต่ทั้งนี้ยังเชื่อมั่นว่าน่าจะไม่ร้ายแรงถึงขั้นประกาศระงับ

ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทในกลุ่ม ปตท.ได้ดำเนินการทุกอย่างที่ถูกต้องตามแบบ ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงขณะนี้ที่อยู่ในระหว่างร่างหลักเกณฑ์และวิธีการในการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจากนโยบายสาธารณะ หรือ HIA นั้น กลุ่ม ปตท.พร้อมที่จะปฏิบัติตามแบบเข้มงวด แม้ว่าใน EIA จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้วก็ตาม แต่หากเพิ่มเรื่อง HIA เข้ามาสามารถดำเนินการได้

"เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างมันน่าจะกระจ่างขึ้น โดยเฉพาะหลังวันที่ 18 พ.ย.นี้ที่จะมีการนำรายละเอียดเสนอต่อศาลอีกครั้ง จากนี้กลุ่ม ปตท.ต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ทั้งหากว่าโครงการระงับและไม่มีคำสั่งระงับ"

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากองค์ประกอบของคณะกรรมการแล้ว มองว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ค่อนข้างให้น้ำหนักไปทางภาคชุมชนและองค์กรเอกชน( NGO) มากกว่า ก็คิดว่าปัญหาน่าจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี อีกทั้งคุณอานันท์ ปันยารชุน ก็เป็นผู้ใหญ่ที่ทุกฝ่ายให้ความเคารพนับถือ ถ้าทุกฝ่ายหารือกันด้วยเหตุผล ข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ เอกชนเองก็ตั้งความหวังว่าน่าจะแก้ปัญหาได้ ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องยอมรับด้วย

และล่าสุดกลุ่มประธานชุมชนเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดได้ทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คัดค้านการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายภาคประชาชน ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ฟ้องในคดี 76 โครงการ ซึ่งไม่เหมาะสม ควรที่จะมีการแต่งตั้งตัวแทนที่ยอมรับจากประชาชน และมีความรู้ความเข้าใจปัญหามาบตาพุดอย่างแท้จริง


ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>