สนน.ทำวิจัยเก็บค่าน้ำเสีย

ที่มา ข่าวสดรายวัน /23 พฤศจิกายน 2552  
รายงานข่าวจากสำนักการระบายน้ำ(สนน.) แจ้งว่า หลังจากกทม. ออกข้อบัญญัติในการจัดเก็บค่าน้ำเสีย ซึ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ปี 2547 แต่ยังไม่สามารถจัดเก็บค่าน้ำเสียจากประชาชนได้ เพราะอาจจะทำให้กระทบต่อคะแนนเสียงของผู้บริหารกทม.ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งการเลื่อนเก็บเงินดังกล่าวล่วงมากว่า 5 ปีแล้ว ทำให้กทม.ต้องแบกรับภาระดังกล่าวถึงปีละ 400 ล้านบาท ทั้งนี้สนน.เตรียมเสนอคณะผู้บริหารให้ทำการวิจัยว่าแนวทางการจัดเก็บค่าน้ำเสียกับประชาชนนั้น ส่งผลต่อคะแนนเสียงต่อฝ่ายการเมืองของกทม.จริงหรือไม่ หากผลวิจัยออกมาว่าไม่กระทบต่อกัน กทม.จะดำเนินการจัดเก็บค่าน้ำได้ตามแผนที่ได้กำหนดไว้ และหากมีข้อสรุปว่าสามารถจัดเก็บได้ก็จะเตรียมศึกษาแนวทางการจัดเก็บ โดยจะมอบหมายให้การประปานครหลวง(กปน.) ดำเนินการจัดเก็บให้

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า กทม.ก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียไปแล้ว 7 โรง โดยจ้างเอกชนบริหารระบบครอบคลุมพื้นที่ 20 สำนักงานเขต แต่ยังไม่จัดเก็บค่าน้ำเสียจากประชาชนได้ เนื่องจากนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม.ซึ่งมาจากพรรคปชป. เกรงจะส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียง เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ซึ่งมาจากพรรคเดียวกันก็มีนโยบายไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะขณะนี้ปชป.เป็นรัฐบาล ได้ต่อ ยอดนโยบายประชานิยมหลากหลายรูปแบบเพื่อเอาใจประชาชน ดังนั้น ข้อบัญญัติจัดเก็บค่าน้ำเสียจะกลายเป็นหมันเพราะออกมาแล้ว แต่ไม่มีการบังคับใช้


ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>