เกร็ดมหากาพย์ทุจริตคลองด่าน (2) กับการบำบัดน้ำเน่าแห่งการทุจริต (สารส้ม)

ที่มา หนังสือแนวหน้า / 23/11/2009

การทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน มูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท นับเป็นมหากาพย์!

ถ้าฝรั่งมังค่าได้รู้ได้เห็น คงจะสนใจนำไปสร้างเป็นหนังฮอลลีวู้ด

มีการโกงเป็นขั้นตอน แบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ !

ขั้นหนึ่ง คือ การจัดซื้อที่ดินมาถูกๆ

ขั้นหนึ่ง คือ การออกโฉนดที่ดินให้โดยมิชอบ

ขั้นหนึ่ง คือ ปั่นราคาที่ดิน

ขั้นหนึ่ง คือ บริหารโครงการโดยมิชอบ

ทุกขั้นตอน ล้วนมีความสัมพันธ์ เกี่ยวโยง และทำงานสอดประสาน รับกัน อย่างลงตัว

คดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริคลองด่าน จึงมีหลายคดี คดีล่าสุดที่ไปถึงชั้นศาลยุติธรรม และศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว คือ คดีฉ้อโกง

ได้แก่ ฉ้อโกงเกี่ยวกับการนำที่ดินอันมิชอบมาขายให้รัฐ และฉ้อโกงเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ

โดยมีนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพวก (บริษัทเอกชน) ตกเป็นจำเลย

เรื่องของเรื่อง คือ ปี พ.ศ.2531-2533 พวกจำเลยได้ร่วมกันรวบรวมที่ดินจากชาวบ้านที่ประ กอบอาชีพทำประมงเลี้ยงกุ้ง อ้างว่าจะนำที่ดินมาทำนามกอล์ฟและแบ่งขายให้กับสมาชิก

หากชาวบ้านรายใดไม่ขายให้ก็จะถูกข่มขู่

นอกจากนี้ ยังมีการใช้อำนาจบีบบังคับและจูงใจให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน ให้ออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ ทับที่สาธารณะ ป่าชายเลน ลำคลองสาธารณะ และถนน

หลังจากนั้น พวกจำเลยได้สมคบกัน ทำเป็นซื้อขายที่ดิน แต่แท้จริงเป็นเพียงการปั่นราคาให้สูงขึ้นเกินกว่าความเป็นจริง

ซื้อที่ดินจากชาวบ้าน ในราคาไร่ละ 3-4 หมื่นบาท นำมาขายต่อให้บริษัทพวกเดียวกันเพื่อปั่นราคา ในราคาไร่ละ 260,000 บาท

จากนั้น ก็นำมาขายให้หน่วยงานของรัฐเพื่อทำโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย ราคาไร่ละ 1 ล้านบาท !

กำไรไม่รู้กี่เท่า !

สาเหตุที่ทำอย่างนี้ได้ เพราะร่วมมือกันอย่างเป็นขบวนการ

กลุ่มหนึ่ง รวบรวมที่ดินนำมาขายให้แก่หน่วยงานของรัฐที่จัดทำโครงการ

โดยมีตัวช่วยใช้อำนาจรัฐ ช่วยแปลงที่ดินสาธารณะออกเป็นโฉนดโดยมิชอบ (ตอนที่ 1 ได้เล่าถึงคดีออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบไปแล้ว)

ส่วนนี้ เรียกว่า ฉ้อโกงที่ดิน เพราะรู้ว่าที่ดินผิดกฎหมาย แต่ยังเอามาหลอกขายให้รัฐ !

อีกกลุ่มหนึ่ง เป็นผู้ก่อสร้างโครงการ ซึ่งมีความสัมพันธ์กันทั้งหมด โดยทราบดีอยู่แล้วว่าที่ดินดังกล่าวออกโฉนดโดยมิชอบ และกลุ่มนี้ดำเนินงานโดยไม่มีบริษัทผู้เชี่ยวชาญร่วมดำเนินการ ซึ่งขัดต่อเงื่อนไขสัญญา

เรียกว่า ฉ้อโกงสัญญา เพราะต้องมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญร่วมอยู่ด้วย แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ไม่มี

ทั้งหมด กระทำโดยมีเจตนาทำให้รัฐเสียหาย นำผลประโยชน์ไปแบ่งปันกัน!

ในที่สุด เฉพาะคดีฉ้อโกงนี้ ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก นายวัฒนาและพวก คนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา!

การแก้ปัญหาทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน หากทำให้ถึงที่สุด ก็จะเป็นการบำบัดน้ำเน่าของการทุจริตคอรัปชั่นได้เป็นอย่างดี

คดีที่ไปถึงศาลยุติธรรมแล้ว ไม่น่าห่วง... เพราะเชื่อมั่นได้ว่า ผลแห่งคำพิพากษาจะนำมาซึ่งความยุติธรรมตามกฎหมายบ้านเมือง โดยเป็นที่ยุติร่วมกัน

แต่คดีที่ยังไปไม่ถึงศาลยุติธรรมต่างหาก ที่น่าเป็นห่วง!

เรื่องทุจริตคลองด่าน ยังมีข้อกล่าวหาต่อนักการเมืองใหญ่บางราย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง

หนึ่งในนั้น คือ นักการเมืองใหญ่เมืองโคราช ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ในข้อหาเสนอแผนงานโครงการโดยมิชอบ เพราะตาม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ ระบุว่า เขตพื้นที่ใดเป็นเขตควบคุมมลพิษ ถ้าจะมีโครงการบำบัดน้ำเสียต้องให้ดำเนินการจัดหาที่ดินของรัฐก่อน หากจัดหาไม่ได้ให้หาที่ดินที่เหมาะสม และถ้าหากไม่ได้อีก ก็ให้ทำการเวนคืนที่ดิน แต่แผนโครงการที่นายสุวัจน์นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ กลับเป็นโครงการลักษณะเทิร์นคีย์ กำหนดให้ผู้รับเหมาร่วมจัดหาที่ดินเอง

สอดรับกับขบวนการซื้อที่ดิน ปั่นราคาที่ดิน และออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ!

คดีนี้ อยู่ในมือของ ป.ป.ช. มาหลายปีดีดัก แต่จนบัดนี้ ผ่านไปหลายชุด ก็ยังไม่มีการชี้ขาดอย่างหนึ่งอย่างใด

พูดง่ายๆ ว่า คดียังไปไม่ถึงศาลยุติธรรม !

ทั้งๆ ที่ เหลือเวลาอีกเพียง 7-8 เดือน คดีก็จะขาดอายุความ !

ป.ป.ช.คงจะต้องเร่งมือ ถ้าไม่อยากให้คดีหมดอายุความ... เน่าคามือ !

สารส้

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>