โลกที่3รวมพลังบีบตต.กู้โลกร้อน
 
ที่มา ไทยโพสต์  / 30 พฤศจิกายน 2552
ปักกิ่ง/พอร์ตออฟสเปน  - แกนนำประเทศกำลังพัฒนายักษ์ใหญ่  ทั้งจีน-อินเดีย-บราซิล  ประกาศผนึกกำลังกันเป็นแนวหน้ากดดันประเทศพัฒนาแล้วทุ่มเทมากขึ้นกับการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน  ในการประชุมที่โคเปนเฮเกนเดือนหน้า
          การเจรจาระหว่างตัวแทนประเทศกำลังพัฒนาจัดขึ้นอย่างเงียบๆ  นาน  2 วันที่กรุงปักกิ่ง  โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีน,   อินเดีย,  บราซิล,  แอฟริกาใต้ และซูดาน ซึ่งเป็นประธานกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา 77 ประเทศสมัยปัจจุบัน เข้าร่วมหารือ โดยที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นลงเมื่อวันเสาร์ว่า  ประเทศต่างๆ  ได้บรรลุความตกลงกันในประเด็นใหญ่หลายประเด็น ซึ่งรวมถึงความเห็นพ้องกันถึงความจำเป็นที่โลกตะวันตกต้องจัดหาเงินทุนและเทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน
          จีนเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่สุดของโลก  ขณะที่อินเดียอยู่ในอันดับ 4 ส่วนบราซิลก็ติดอันดับต้นๆ ของการปล่อยก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ทั้งสามชาติรวมถึงแอฟริกาใต้กำลังถูกกดดันให้ลดการปล่อยก๊าซฯ  ของตนลงและบางชาติได้ประกาศแผนการของตนแล้ว
          อย่างไรก็ดี  ชาติเหล่านี้กล่าวว่า การดำเนินการของชาติร่ำรวยในการต่อสู้กับปัญหานี้ยังไม่ดีพอเมื่อดูในภาพรวม
          แถลงการณ์กล่าวว่า   วัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้คือเพื่อเตรียมการและสนับสนุนให้การประชุมที่โคเปนเฮเกนก่อผลลัพธ์ในเชิงบวกที่ทะเยอทะยานและเป็นธรรม  ประเทศทั้งหลายยังเชื่อว่าการประชุมที่ปักกิ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและตกลงจะร่วมมือกันในช่วงหลายวันและหลายสัปดาห์จากนี้ไป เพื่อให้เกิดความเห็นพ้องต้องกันสำหรับการประชุมโคเปนเฮเกน การประชุมโลกร้อนขององค์การสหประชาชาติที่เดนมาร์กระหว่างวันที่  7-18  ธ.ค. จะเป็นการกำหนดเค้าโครงความตกลงที่มีผลผูกมัดทางกฎหมายที่หนักข้อขึ้นและกว้างขวางขึ้น  มาต่อยอดหรือทดแทนพิธีสารโตเกียวที่จะหมดอายุในระยะแรกปี  2555  แต่การเจรจาต่อรองที่ประสบปัญหายุ่งยากมาตั้งแต่เริ่มต้นที่บาหลีเมื่อ  2  ปีก่อนยังไม่สามารถประสานความแตกแยกระหว่างประเทศร่ำรวยกับชาติยากจนในโลกที่สามได้  ทั้งในด้านความพยายามลดการปล่อยก๊าซฯ, การตรวจวัดและรายงาน หรือกระทั่งใครควรเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่าย
          เดนมาร์กและประเทศรวยมีท่าทีสนับสนุนแผนการทำข้อตกลงทางการเมืองฉบับหนึ่งก่อนที่จะไปร่างรายละเอียดข้อผูกมัดทางกฎหมายกันในปีหน้า  แต่ประเทศกำลังพัฒนาบางชาติต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นชิ้นเป็นอันกว่านี้
          แถลงการณ์จากปักกิ่งบอกด้วยว่า  พิธีสารเกียวโตควรบังคับใช้ต่อไป  ซึ่งระยะที่สองที่จะเริ่มในปี 2556 นั้น ระบุให้ประเทศรวยรับผิดชอบในการลดการปล่อยก๊าซ
          อีกด้าน   การประชุมกลุ่มประเทศสมาชิกเครือจักรภพ 53 ชาติที่ตรินิแดดและโตเบโกเมื่อวันเสาร์ได้ออกคำประกาศเครือจักรภพว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แสดงจุดยืนสนับสนุนการประชุมโคเปนเฮเกนที่เรียกร้องให้มีการร่างข้อตกลงขึ้นมาต่อยอดจากพิธีสารเกียวโต  และว่า การทำข้อตกลงว่าด้วยโลกร้อนที่มีผลผูกมัดทางกฎหมายเป็น "สิ่งจำเป็น"
          กลุ่มเครือจักรภพซึ่งมีประชากรรวมกันเท่ากับ  1  ใน 3 ของโลกยังยกย่องการดำเนินการที่ผลักดันโดยอังกฤษและฝรั่งเศส  ในการจัดตั้งกองทุน  10,000  ล้านดอลลาร์เพื่อชดเชยแก่บรรดาประเทศยากจนที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายในปี 2553

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>