กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลงช่วยเหยื่อสารพิษรั่ว
 
ที่มา ASTV ผู้จัดการรายวัน / 30 พฤศจิกายน 2552

 

          ศูนย์ข่าวศรีราชา - กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลงแหลมฉบังช่วยเหลือชาวบ้านเหยื่อสารพิษรั่วเพื่อนำเสนอรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแก้ไข
          วานนี้ (29 พ.ย.52) ที่บริเวณวัดแหลมฉบังเก่า ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายสุทธิอัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนชาวแหลมฉบังที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีอันตรายรั่วไหลจากท่าเทียบเรือ บี 3 ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีชาวบ้านเกือบ 50 คนมาร่วมรับฟังเพื่อร่วมหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
          นายสุทธิกล่าวว่า สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาจากการหารือร่วมกันในครั้งนี้ เราจะมีการนำเสนอต่อนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วย ประกอบด้วย 1. ควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการจากหลายภาคส่วนเพื่อบูรณาการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
          2. ต้องเอาผิดตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกประการทันที 3. ควรที่จะมีการปฏิรูประบบบริการจัดการท่าเทียบเรือใหม่
          4. ทางท่าเรือแหลมฉบังและทุกท่าเทียบเรือที่สร้างปัญหาให้กับประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจะต้องจ่ายค่าชดเชย หรือค่าเสียหายที่เกิดจากอุบัติภัยทางเคมีในครั้งนี้อย่างคุ้มค่าและสอดคล้องกับสภาพของปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่ประสบอยู่ตามสมควรแก่การดำรงชีวิตที่ปลอดภัยของประชาชน ซึ่งวิธีการชดเชยนั้นอาจจะออกมาในรูปของกองทุนเยียวยา เป็นต้นและ 5.ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อการจัดการท่าเทียบเรือ รวมถึงสร้างมาตรการการมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่
          ด้านนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เผยว่า สำหรับปัญหาการรั่วไหลของสารเคมีที่ท่าเรือแหลมฉบังนั้น ขณะนี้ทางจังหวัดยังคงประกาศให้แหลมฉบังเป็นพื้นที่ภัยพิบัติอยู่ จนกว่าจะได้รับรายงานจากทางกรมควบคุมมลพิษว่าทุกอย่างปลอดภัย ขณะนี้ให้เน้นเรื่องของน้ำและอากาศ หากทางกรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว ทางจังหวัดก็จะพิจารณายกเลิกประกาศดังกล่าว
          ส่วนในเรื่องของคดีความนั้นทางรองผู้บัญชาการได้สั่งการเป็นเรื่องพิเศษแล้วว่าจะต้องแล้วเสร็จภายใน 10 วัน พร้อมทั้งให้มีการหาสาเหตุของการเกิดปัญหาเพื่อเป็นแนวทางในการวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก
          ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดแหลมฉบังว่าวานนี้มีคณะแพทย์จากโรงพยาบาลอ่าวอุดมนำคณะแพทย์มาตรวจเช็กร่างกายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีรั่วไหลอย่างต่อเนื่องนอกจากนั้นทางเทศบาลฯได้ให้ประชาชนมาลงชื่อเพื่อเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน หากในอนาคตประชาชนเกิดมีปัญหาด้านสุขภาพก็จะสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที
          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดสารเคมีรั่วไหลจนถึงปัจจุบันมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วกว่า1,000 ราย


ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>