สร้าง"ส้วม"ต้นแบบ ใช้สิ่งปฏิกูลคน มาทำปุ๋ยหมัก
 
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ โดย เพ็ญพิชญา เตียว / 30 พฤศจิกายน 2552

Pic_49911
กากจากสิ่งปฏิกูลที่ผ่านความร้อนพร้อมนำมาทำปุ๋ยหมักตามข้อบังคับของอียู.

มหาวิทยาลัยแม่โจ้เจ๋งผุดโครงการศึกษาต้นแบบสุขาและสุขภัณฑ์ในการจัดเก็บอุจจาระและปัสสาวะมนุษย์ที่ถูกสุขลักษณะ......  

เมื่อคนเรามีการบริโภคอาหารเข้าไปแล้ว หลังจากร่างกายทำหน้าที่ย่อยแล้ว จะมีของเสียที่ในแต่ละวันต้องขับถ่ายออกมา ซึ่งในผู้ใหญ่ขับถ่ายอุจจาระประมาณวันละ 0.68 กก. หรือเฉลี่ยปีละ 250 กก./คน ขับถ่ายปัสสาวะประมาณ 1.5 ลิตรต่อวัน หรือปีละกว่า 500 ลิตร/คน จำนวนประชากรในประเทศไทย 60 ล้าน มีอุจจาระ 15 ล้านตัน/ปี ปัสสาวะ 30,000 ล้านลิตร/ปี 

....ของเสียจากร่างกายคนเราเหล่านี้ หลายประเทศอาทิ อังกฤษ สวีเดน เยอรมนี เม็กซิโก รวมถึงประเทศจีน ได้นำเอามาผ่านขบวน-การคัดแยก และกลับมาใช้ประโยชน์ ในทางการเกษตรอีกครั้ง...

และ...ในบ้านเราทาง รศ.ดร.อา-นัฐ ตันโช อาจารย์ภาควิชาทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก็ได้ทำ โครงการศึกษาต้นแบบสุขาและสุขภัณฑ์ในการจัดเก็บอุจจาระและปัสสาวะมนุษย์ที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงตามแนวทางของสหภาพยุโรป ขึ้น โดยทาง สวทช.ภาคเหนือ ให้การสนับสนุนงบประมาณ และเตรียมที่จะนำร่องสร้างสุขาต้นแบบ "แยกน้ำปัสสาวะและอุจจาระ" นำไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพที่ได้มาตรฐานการเกษตรลดปัญหาสิ่งแวดล้อม



รศ.ดร.อานัฐ ตันโช

รศ.ดร.อานัฐ บอกว่า ที่ผ่านมามีงานวิจัยหลายๆโครงการ ได้ทดสอบ การคัดแยกปัสสาวะมาใช้ในการผลิตพืช เช่น โครงการ Eco San Res ในประเทศสวีเดน ได้รวบรวมน้ำปัสสาวะจากอาคารพักอาศัยซึ่งเก็บไว้ในถังใต้ดินเป็นเวลา 6 เดือน สูบไปใช้ในแปลงเกษตรได้ผลดีมาก องค์การ NASA ของสหรัฐอเมริกาทดลองใช้น้ำปัสสาวะปลูกพืชไฮโดรโพนิคส์ ซึ่งให้ผลผลิตดีอย่างน่าพอใจ

ทั้งนี้ จากรายงานอุปนิสัยการใช้ห้องน้ำเพื่อ "ปลดทุกข์" ของคนเราในปัจจุบันพบว่า เป็นการใช้ทรัพยากรน้ำที่เปลืองมากโดยไม่ทำให้เกิดประโยชน์แก่สิ่งแวดล้อมเลย และยังทำให้ปัสสาวะที่สามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยรดน้ำต้นไม้ได้ แต่จะถูกเจือจางและทิ้งเสียเปล่าลงบ่อบำบัดไป โดยเฉพาะการเข้าห้องน้ำของผู้หญิงนั้นเปลืองกว่าผู้ชายเพราะบางคนถูกสอนให้กดชักโครกทั้งก่อนและหลัง ถึงแม้จะมีชักโครกหลายยี่ห้อ หันมาโฆษณาเรื่องความประหยัดน้ำบ้างแล้วก็ตาม

การแก้ปัญหาที่ดีก็คือทำสุขภัณฑ์แยกปัสสาวะออก เป็นการช่วยลดปริมาณการใช้น้ำชักโครก ส่วนกาก ที่ เหลือจากการบำบัดจะนำไปเผาด้วยความร้อนสูงเพื่อทำลายเชื้อโรค ก่อนนำไปใช้เป็นปุ๋ยหมักตามพื้นฐานการบังคับของ EU (European Union) ในการกำจัดเชื้อก่อโรคที่ปนเปื้อนในอุจจาระก่อน และเพื่อให้ กลุ่มจุลินทรีย์ ในอุจจาระมนุษย์ที่ประกอบด้วย เอนเทอริกไวรัส และ ไข่พยาธิตัวกลม ตาย ดังนั้นการหมักกากทีมวิจัยจึงใช้อุณหภูมิที่ 66.7 องศาเซลเซียส คงที่นาน 2 ชั่วโมง

โดยทำการศึกษารูปแบบการจัดสร้างสุขาและสุขภัณฑ์ที่เหมาะสม ถูกสุขลักษณะในการคัดแยก เก็บรวบรวมอุจจาระและปัสสาวะในพื้นที่ต่างๆ อาทิ วัด สถานศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ค่ายสมเด็จพระบรมราชชนนี กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ตลาดสดเจดีย์แม่ครัว อุทยานแห่งชาติศรีลานนา และธุรกิจการท่องเที่ยว ที่มีพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำและป่าธรรมชาติ



...การวิจัยดังกล่าวนอกจาก ได้ความรู้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงจากอุจจาระและปัสสาวะที่ผ่านการวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารพืชและเชื้อก่อโรคที่ปลอดภัย ได้ปุ๋ยคุณภาพสูงจำนวนมาก กลับมาใช้ในภาคการเกษตร ที่คนยอมรับได้ ลดการใช้ปุ๋ยเคมีทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ สนับสนุนปัจจัยการผลิตพืชในระบบเกษตรอินทรีย์ และยังช่วยลดการปล่อย สิ่งปฏิกูล ลงสู่แม่น้ำลำคลองแหล่งน้ำธรรมชาติ 

หน่วยงานภาครัฐ เอกชนรายใดสนใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.08-9956-9830 ในวันเวลาที่เหมาะสม. 

เพ็ญพิชญา เตียว


ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>