คพ.ฟ้องค่าเสียหายมลพิษแหลมฉบัง 

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ /  1 ธันวาคม 2552

          กรมควบคุมมลพิษ รวบรวมหลักฐานเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายบริษัทปล่อยสารพิษปนเปื้อนแหลมฉบัง ชาวบ้านร้องขอเงินช่วยเหลือ สธ.สั่งเก็บตัวอย่างอาหารทะเล ตรวจคาดทราบผลใน 1 สัปดาห์
          จากกรณีสารโซเดียมเปอร์ออกซี่ ไดซัลไฟล์ ที่รั่วไหลตู้คอนเทนเนอร์ ที่เกิดไฟไหม้ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2552 นั้น
          นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ขณะนี้ ทาง คพ. กำลังรวบรวมข้อมูล เพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นสำหรับเตรียมฟ้องร้องเรียกค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและจัดเก็บสารเคมี ตามมาตรา 96-97 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าในสัปดาห์นี้ จะได้ข้อสรุปเรื่องตัวเลขค่าเสียหาย ทั้งในส่วนของ คพ.เองและของทางจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ ส่วนการฟ้องร้องค่าชดเชยของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีนั้นเป็นสิทธิที่ชาวบ้านสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย และสามารถรวมตัวกัน หรือฟ้องร้องค่าเสียหายเป็นรายบุคคลก็ได้
          ส่วนคุณภาพน้ำทะเลรวม 3 จุดก็ไม่พบการปนเปื้อนของสารพิษในน้ำทะเล อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาสารเคมีรั่วไหลที่แหลมฉบังครั้งนี้ พบว่ามีความล่าช้าในการปฏิบัติงานและแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ เป็นเพราะบริเวณแหลมฉบังไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงมาก่อน จึงทำให้เกิดความชะล่าใจ
          "ขอยืนยันว่าผลการตรวจคุณภาพ อากาศในวันที่ 29 พ.ย.นี้ อยู่ในระดับปกติแล้ว โดยไม่พบการก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาหลังเกิดไฟไหม้สารโซเดียมเปอร์ซัลเฟต ตกค้างในบรรยากาศแล้ว ดังนั้น ชาวบ้านสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่จะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบในเวลา 12.00 น .ของทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน" นายสุพัฒน์ระบุ
          นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก พร้อมผู้แทนรวม 8 คน ซึ่งมีญาติของนางสุนีย์ ภู่เพชร ผู้เสียชีวิตจากเหตุสารเคมีรั่วที่ท่าเรือแหลมฉบัง ได้ยื่นข้อเรียกร้อง จำนวน 5 ข้อ และขอให้จ่ายค่าชดเชยเพิ่ม หลังจากที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จ่ายให้ผู้เสียชีวิตรายละ 1 หมื่นบาท เอกชนที่ขนส่งสารเคมีรายละ 1 หมื่นบาท และเงินบริจาคจากองค์กรท้องถิ่นรายละ 5 พันบาท รวมเป็นเงิน 25,000 บาท และขอให้มีการตั้งคณะกรรมการจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน นักวิชาการ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
          ด้านนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์สารเคมีรั่วที่ท่าเทียบเรือแหลมฉบังแล้ว โดยมี น.ส.ภาวสุทธิ์ จึงอนุวัตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน และในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะรายงานข้อเท็จจริง และมาตรการเยียวยาต่อที่ประชุม ครม.ต่อไป
          นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าไม่น่าจะมีการปนเปื้อนสารเคมีที่รั่วไหลดังกล่าว เนื่องจากผลการตรวจสอบตัวอย่างน้ำที่เก็บจากบริเวณท่าเรือตั้งแต่วันเกิดเหตุ และอาหารแห้ง 3 ชนิด ได้แก่ ปลาหมึกแห้ง ปลาตัวเล็กตัวน้อย กุ้งแห้ง จำนวน 5 ตัวอย่าง ไม่พบการปนเปื้อนสารเคมี แต่ได้มอบหมายให้นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส่งรถเคลื่อนที่ตรวจสอบสารพิษในอาหาร หรือโมบายยูนิต ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างอาหารทะเลทั้งสดและแห้ง เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนคาดว่าจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์


ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>