คอลัมน์ Hip Health: อาหารธรรมชาติ...ดีจริงหรือแค่กระแส?  

ที่มา ASTVผู้จัดการรายวัน  / 1 ธันวาคม 2552

          ปัจจุบันเทรนด์อาหารธรรมชาติ มีบทบาทมาก ทั้งในยุโรป อเมริกา รวมถึงประเทศไทย ที่มีการตื่นตัวเรื่องการบริโภคอาหารจากธรรมชาติกันมากขึ้น
          ชมรมโภชนวิทยามหิดล โดย ม.ร.ว.พรรณนิภา จันทรทัต ประธานชมรม กล่าวในงานเสวนา "อาหารธรรมชาติ...ดีจริงหรือแค่กระแส?" ที่ห้องประชุม คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล ว่า อาหารธรรมชาติกลาย
          เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว โดยเฉพาะเครื่องดื่มให้คุณประโยชน์สารอาหารจากธรรมชาติ ได้กลายเป็นกระแสนิยมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แทนน้ำอัดลมและกาแฟ เพราะเครื่องดื่มบางชนิด ได้เพิ่มคุณประโยชน์ อย่าง มอลต์ นมโค และธัญญาหารสุดฮิตซึ่งล้วนเป็นแหล่งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว และลดอาการอ่อนเพลียจากภาวะที่เรียกว่า"Energy Short" หรือพลังงานเกิดการลัดวงจรจากการที่ร่างกายทำงานหนัก พบได้บ่อยในวัยทำงาน
          ผศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ กรรมการฝ่ายวิชาการของชมรม กล่าวว่า อาหารธรรมชาติเหมาะกับทุกวัย แต่ต้องรู้จักเลือกกินให้เหมาะสม ซึ่งนอกจาก นมโค ที่เป็นที่นิยมบริโภคมานานแล้ว ยังมีกลุ่มธัญญาหารต่างๆ ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิต โดยเฉพาะ งาดำ ถั่วเหลือง ลูกเดือยจมูกข้าวสาลี และ มอลต์ เป็นต้น เนื่องจากรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย และให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งคาร์โบไฮเดรต รวมถึงโปรตีนที่ช่วยในการเจริญเติบโต นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งวิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 12 แคลเซียม เหล็ก โฟเลท และไอโอดีน ทั้งยังมีเส้นใยอาหารสูง ซึ่งเส้นใยอาหารที่มีอยู่ในธัญญาหารนั้นเป็นชนิดที่ละลายในน้ำได้ ทำหน้าที่เหมือนเจลที่คอยอุ้มน้ำไว้ ลำไส้จึงขับเคลื่อนได้ดี ช่วยลดปัญหาเรื่องท้องผูกและความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ ช่วยลดคอเลสเตอรอลซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
          "ปกติร่างกายคนเรา ควรได้รับปริมาณเส้นใยอาหาร 20-25 กรัมต่อพลังงานที่ร่างกายต้องการ2,000 แคลอรีต่อวัน นักโภชนาการจึงแนะนำให้รับประทานผักและผลไม้ทุกมื้อ แต่อย่างไรก็ดี ปริมาณเส้นใยอาหารที่ได้รับจากผักผลไม้นั้น ถ้าจะให้ได้ตามปริมาณที่แนะนำต้องรับประทานในปริมาณที่เยอะมากๆ ซึ่งเป็นไปได้ยาก ดังนั้น หากเราสามารถรับประทานธัญญาหารต่างๆ ได้ทุกมื้อก็จะช่วยให้เราได้รับเส้นใยอาหารมากขึ้น" ผศ.ดร.เรวดีกล่าวเสริม

          บรรยายใต้ภาพ
          ม.ร.ว.พรรณนิภา จันทรทัต
          ผศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์


ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>