คอลัมน์ เกษตรสร้างสรรค์: อันดับ24ปล่อยก๊าซ 








ที่มา แนวหน้า  / 2 ธันวาคม 2552

 เคยเขียนแล้วว่า ไทยติดกลุ่มประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกติดอันดับของโลก เวลานี้สถาบันทรัพยากรโลก องค์กรอิสระที่เฝ้าจับตาสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ออกมารายงานการจัดอันดับ 30 ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก
          อันดับ 1 หนีไม่พ้นจีนปล่อยก๊าซ 7,219.2 ล้านตัน คิดเป็น 19.12% อันดับ 2 สหรัฐ 6,963.8 ล้านตัน หรือ 18.44% อันดับ3 สหภาพยุโรป 5,047 ล้านตัน หรือ13.37 อันดับ 4 รัสเซีย 1,960 ล้านตัน หรือ 5.19% อันดับ 5 อินเดีย 1,852 ล้านตัน หรือ 4.91%
          ประเทศไทยปล่อยก๊าซปริมาณ 351.3 ล้านตัน หรือ 0.93% อยู่ในอันดับ 24 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน ที่นำไทยคืออินโดนีเซียอยู่อันดับ 12 จำนวน 594.4 ล้านตัน หรือ 1.57%
          ดูจากรายงานการจัดอันดับแล้ว สะท้อนว่า ประเทศไทยต้องระวังตัว ทุกวันนี้ไทยยังไม่ต้องอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกบังคับให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ถ้าไม่มีมาตรการป้องกันการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยังคงปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่ช้าไม่นานเราก็จะถูกข้อตกลงระหว่างประเทศเล่นงานแน่นอน
          ผมไม่มีข้อมูลรายละเอียดว่า ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทไหนอย่างไร แน่นอนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คงจะมีปริมาณมากที่สุด จากภาคการขนส่งและภาคอุตสาหกรรม แต่ก๊าซมีเทนจากภาคเกษตรกรรมก็น่าจะมีสัดส่วนไม่น้อย โดยเฉพาะการทำนาข้าว และการปศุสัตว์
          นาข้าวไทยตกเป็นจำเลยเรื่องการปล่อยก๊าซมีเทนจากการหมักเศษหญ้าฟางข้าว วันหนึ่งมีหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯออกมาให้ข่าวว่า นาข้าวไทยปล่อยก๊าซมีเทนน้อยกว่านาข้าวประเทศอื่น ฟังแล้วเป็นเรื่องน่ายินดี แต่จริงเท็จขนาดไหน ยังไม่ยืนยันมั่นเหมาะ

          ยิ่งเราทำนามากกว่า 1 ครั้งต่อปี นั่นหมายความว่า โอกาสที่จะปล่อยมีเทนมากขึ้นตามลำดับด้วยครับ
          อินโดนีเซียถูกหาว่า ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯมาก คงด้วยเหตุจากอินโดฯปล่อยให้มีการบุกรุกป่าธรรมชาติด้วยการเผาป่าวินาศสันตะโร เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจปาล์มน้ำมันนั่นเอง ไม่เพียงแต่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นเท่านั้น หากแต่การส่งออกปาล์มน้ำมันที่เป็นสินค้าหลักอันดับ 1 ของอินโดฯก็ถูกเพ่งเล็ง และกีดกันมากขึ้นจากสหภาพยุโรป โดยเฉพาะไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มที่เคยเป็นสินค้าดาวรุ่ง ด้วยเหตุผล(จริงหรืออ้าง)ว่า เป็นตัวการทำลายป่าไม้ที่เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนฯ
          ฉะนั้นประเทศไทยเองก็ต้องระวังตัวด้วยว่า ข้าวจากไทยอาจถูกกล่าวหาว่า เป็นสินค้าตัวการปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกด้วยก็ได้
          เราไม่ค่อยมีข้อมูลเรื่องก๊าซเรือนกระจกที่ละเอียดลออนัก ไม่ว่าปริมาณการปล่อยก๊าซ ประเภทของก๊าซ ต้นตอตัวการปล่อยก๊าซ มาตรการการลดหรือไม่ทำให้เพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่รวดเร็ว และฯลฯ
          มีแต่โครงการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซมากมาย ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องแปลก จะลดได้ยังไงก็ม่ายรู้ เพราะเราไม่รู้เลยว่า ทุกวันนี้สถานการณ์การปล่อยก๊าซของเราเป็นอย่างไรดังที่กล่าวข้างต้น
          แปลกอีกว่า เรารณรงค์กันไม่รู้กี่หน่วยงาน กี่กระทรวง เข้าใจกันง่ายๆว่า การสร้างโครงการรณรงค์คือการสร้างเงินอีกแบบหนึ่ง เท่และเก๋ แถมกินได้อีกตะหากครับ
          พอใจ สะพรั่งเนตร

          

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>