ชี้โรคจากโลกร้อน ปัญหาน่าห่วงปีหน้า 



ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552

      ศ.นพ.ธีรวัฒน์  เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก ไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการสัมมนา "ผลกระทบจากโลกร้อน ที่นำมาสู่โรคร้าย" ว่า  ในปี  ค.ศ. 2010 หรือ พ.ศ. 2553 โลกจะพบกับภาวะอากาศแปรปรวนมากขึ้น ทั้งน้ำท่วม น้ำขัง ส่งผลให้เกิดการอพยพของสัตว์ทุกชนิดตั้งแต่สัตว์ฟันแทะจนถึงสัตว์ปีกรวมทั้งแมลง เช่น เห็บ ลิ้น ไร ซึ่งอาศัยอยู่ในตัวสัตว์เหล่านี้  ทั้งหมดก็เป็นพาหะของเชื้อไวรัสต่างๆ ที่แพร่ทั้งสัตว์สู่สัตว์ สัตว์สู่คน โรคที่น่าจับตามองคือ โรคสมองอักเสบจากไวรัสชานดิปุระ โดยมีพาหะนำโรคจากตัวลิ้นฝอยทรายซึ่งอาศัยอยู่ในวัว ควาย พบระบาดในอินเดีย นับจากปี ค.ศ. 2003-2006 มีผู้เสียชีวิต จำนวน 232 ราย เป็นอัตราที่สูง ขณะที่ประเทศอื่นแม้จะพบมีผู้ติดเชื้อแต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
          นอกจากนี้  มีแนวโน้มว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากไวรัสนิปาห์  ที่ก่อให้เกิดไข้สมองอักเสบได้  ซึ่งพบการติดเชื้อได้จากสารคัดหลั่งจากค้างคาว  ที่ระบาดต่อเนื่องมาจากทางใต้จากมาเลเซีย มีผู้เสียชีวิตอัตราสูงเช่นกัน  และมีการวิจัยพบว่าค้างคาวในประเทศไทยมีเพิ่มจำนวนมากขึ้น  พร้อมแพร่เชื้อไวรัสได้ให้ระวังการสัมผัส  ส่วนโรคชิคุนกุนยาก็มีแนวโน้มระบาดสูงน่าเป็นห่วง  โดยไม่ต้องอาศัยการเพาะเชื้อเป็นเวลานาน เพียงแค่ยุงกัดคนก็ติดเชื้อกันได้
          ศ.นพ.ธีรวัฒน์  กล่าวด้วยว่า  สำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระลอกสองนี้ ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง  เพราะล่าสุดมีข้อมูลว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  2009  เป็นแล้วสามารถเป็นใหม่ได้  ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ  แต่อาการจะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก เพราะมีผลแล้วการศึกษาจากไวรัส เอช 3 เอ็น 2 และเอช 2 เอ็น 2 และมีผู้ที่เคยได้รับเชื้อเอช 1 เอ็น 1 ซ้ำแล้วเช่นกัน
          "วัคซีนที่กำลังจะมาถึงไทยในเดือนธันวาคมนี้ถึงมกราคมปีหน้าจำนวน  2.8  ล้านโดส ซึ่งตั้งเป้าฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็น่าจะไม่เพียงพอ  ขณะที่ความรุนแรงและการดื้อยา และระมัดระวังผลข้างเคียงของวัคซีนด้วย ทั้งนี้  นักวิชาการน่าจะมีการถอดรหัสพันธุกรรม  โดยมุ่งไปที่การดื้อยาในผู้ป่วยที่มีภูมิอ่อนแอมากกว่าผู้ป่วยปกติ" ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกฯ กล่าวและว่า  กลุ่มประชากรที่แพร่เชื้อไวรัสได้ดี  ยังคงเป็นประชากรวัย  6 เดือนถึง 24 ปี เพราะมีกิจกรรมอยู่เป็นกลุ่ม  มีโอกาสเสี่ยงมีอาการและมีโรคประจำตัวได้ หากเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลก็จะสามารถแพร่เชื้อได้  ดังนั้น ต้องระวังคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ส่วนหลักปฏิบัติตัวให้พ้นจากโรค ยังไม่มีอะไรป้องกันได้นอกจากดูแลสุขอนามัยตัวเองอย่างต่อเนื่อง.

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>