คณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯ เร่งคลอดโครงสร้างองค์กรอิสระใน 2 สัปดาห์





ที่มา พิมพ์ไทย  / 3 ธันวาคม 2552

 นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เปิดเผยภายหลังการประชุม เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปในการเร่งกำหนดพิมพ์เขียว หรือโครงสร้างองค์กรอิสระใหม่ เพื่อปฏิบัติการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 (2)โดยสรุปภายใน 2 สัปดาห์
          "ทุกอย่างเดินตามขั้นตอนปกติ ไม่ได้เร่งที่จะกำหนดโครงสร้าง แม้ว่าคำสั่งศาลปกครองจะมีคำสั่งออกมาแล้วในวันนี้ต่อกรณีมาบตาพุด โดยองค์กรนี้จะมาดูแลเรื่องอีไอเอ (มาตรการดูแลสิ่งแวดล้อม) และเอชไอเอ (มาตรการดูแลด้านสุขอนามัย)โดยการจัดตั้งจะออกมาเป็นประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีทั้งโครงสร้างองค์กร บทบาทหน้าที่ อำนาจทั้งหมด แต่ยอมรับว่า ขั้นตอนการจัดตั้ง  อาจจะใช้เวลาบ้าง แต่ส่วนตัวคาดว่าจะเชื่อมั่นแก่นักลงทุนได้" นายอานันท์ กล่าว
          พร้อมระบุว่า กรณีที่ศาลปกครองสูงสุดที่มีคำสั่งในวันนี้ตัวแทนภาคเอกชนในคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ต่างระบุว่าพร้อมจะเร่งดำเนินการแก้ไข เพื่อให้การดำเนินการของอุตสาหกรรมต่างๆเป็นไปตามกฏหมาย อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการฯ ยังเตรียมลงพื้นที่ในมาบตาพุดตามกำหนดการเดิม คือ วันที่ 5-7 ธ.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบการดำเนินการ โดยจะมีการพบทั้งตัวแทนชาวบ้านและโรงงานต่างๆ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาทั้งหมด
          นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า กลุ่ม ปตท.พร้อมรับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ และนำมาซึ่งกระบวนการมีส่วนร่วมตามแนวรัฐธรรมนูญมาตรา 67 นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของความร่วมมือระดับพหุภาคีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมและสังคมให้เติบโตคู่กันอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
          โดยโครงการในกลุ่ม ปตท.ที่สามารถดำเนินโครงการเพราะศาลปกครองสูงสุดให้ความเห็นว่าเป็นโครงการที่ไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและเป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่โครงการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 โครงการเชื้อเพลิงสะอาดและปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ (EURO IV) ของPTTAR โครงการผลิตเชื้อเพลิงสะอาด ติดตั้งหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มไบโอดีเซลของ SPRC
          โครงการติดตั้งหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มไบโอดีเซลของ PTTAR โครงการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดท่าเทียบเรือและคลังผลิตภัณฑ์ (LPG/Butene-1) ของPTTCH โครงการติดตั้ง Loading Arm เพิ่มเติมที่ท่าเทียบเรือของโรงกลั่นน้ำมันสตาร์ของ SPRC โครงการปรับปรุงระบบหมุนเวียนก๊าซกลับคืนของโรงงานผลิต PP ของ HMC นอกจากนั้นยังรวมถึงโครงการในกลุ่ม ปตท.ที่ได้รับอนุญาตก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ วันที่ 24 ส.ค.50 อาทิ โครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 โครงการส่วนขยายโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชนิดความหนาแน่นสูง (BPEX) และโครงการโรงงานผลิตเอทานอลเอมีน
          ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท.ยืนยันว่า จะดำเนินงานตามมาตรฐานและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างเคร่งครัด แม้จะเป็นโครงการที่ไม่ได้ก่อให้เกิดมลพิษเพิ่มขึ้น รวมทั้งผ่านการอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) และมีการศึกษาการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA)อยู่แล้ว กลุ่ม ปตท.ก็จะเร่งดำเนินการจัดทำ HIA ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดเวทีกำหนดขอบเขตประเมินผลกระทบสุขภาพโดยสาธารณะ (Public Scoping) และจัดเวทีทบทวนร่างรายงานการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบด้านสุขภาพโดยสาธารณะ (Public Review)
          โดยเชื่อว่าจากนี้ไปภาครัฐก็จะเร่งรัดมาตรการอื่นๆ ที่จะต้องดำเนินตามมาตรา 67 ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องการจัดตั้งองค์การอิสระ และข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมเกิดการพัฒนา และประชาชนได้รับการดูแลให้มีความสุขอย่างยั่งยืน

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>