เอ็นจีโอจ่อฟ้อง181โครงการ




  
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ  / 3 ธันวาคม 2552

"ศรีสุวรรณ จรรยา" ยอมรับคำตัดสินศาลถือเป็นชัยชนะ พร้อมเดินหน้าฟ้องอีก 181 โครงการเข้าข่ายมาตรา 67 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญ จี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับผิดชอบคำวินิจฉัยขัดรัฐธรรมนูญ
          ภายหลังฟังคำสั่งแล้ว นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า คำสั่งของศาลปกครองสูงสุด ระบุชัดเจนว่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการใดของมาบตาพุดหรือเป็นพื้นที่ใดในประเทศไทย หากส่งผลกระทบรุนแรงกับชาวบ้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานของรัฐจะต้องยึดถือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 67 วรรคสอง และที่สำคัญ แม้รัฐธรรมนูญออกมาบังคับใช้วันที่ 24 ส.ค. 2550 เป็นต้นมา หน่วยงานของรัฐไม่มีสิทธิที่จะเพิกเฉยในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ดังกล่าว
          นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า ส่วนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1 และ 5 ที่ให้ความเห็นตามที่ศาลปกครองวินิจฉัยก็พบว่า เป็นการให้ความเห็นที่ขัดหรือแย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเหตุผลที่ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัย ดังนั้น ตนจึงขอประกาศว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาชุดดังกล่าว ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อคำวินิจฉัยของตนเอง ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ประกอบการที่ลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดทั้ง 65 โครงการ ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนให้คุ้มครองชั่วคราว ซึ่งจะต้องดำเนินการปฏิบัติให้ครบตามมาตรา 67 วรรคสอง จากนั้นสามารถขอให้ศาลปกครองพิจารณาเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้
          นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ส่วนผู้ประกอบการเอกชนที่ได้รับความเสียหาย จะยื่นฟ้องคณะกรรมการกฤษฎีกา และรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับภาคเอกชนและผู้ประกอบการว่าจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ หรือไม่ เพราะไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมกับพวกทั้ง 8 ราย ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้อง คณะกรรมการกฤษฎีกา และรัฐบาลต้องร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนการลงทุนใน 181 โครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจมีการยื่นฟ้องอีกหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ได้ทำจดหมายถึงผู้ประกอบการทั้ง 181 แห่งแล้ว ซึ่งถ้าผู้ประกอบดังกล่าวดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ก็ไม่มีปัญหา แต่หากไม่ดำเนินการตาม ทางสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ก็จะใช้อำนาจของศาลปกครองยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป
          "ค่อนข้างพอใจในคำตัดสินของศาลอย่างมาก และถือว่าชนะแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหน่วยงานที่ต้องออกระเบียบและกฎหมายรองรับ และในส่วนเอกชนที่ต้องเร่งประเมินผลกระทบด้านสุขภาพก็ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อนำมายื่นกับศาลประกอบการพิจารณาต่อไป" นายศรีสุวรรณกล่าว
          ขณะที่คณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุดชุดของนายอานันท์ ปันยารชุน ที่ก่อนหน้านี้ ประเมินว่าจะใช้เวลา 4-5 เดือนในการประเมิน และคัดแยกโครงการในมาบตาพุด ก็คงร่นเวลาทำงานได้เร็วขึ้นเหลือเพียง 1 เดือนก็อาจเป็นไปได้ เพราะศาลได้ช่วยคัดแยกโครงการ ออกไปถึง 11 โครงการแล้ว ในส่วนของสมาคมก็จะเดินหน้าใน 181 โครงการที่ได้ประเมินไว้ว่าเข้าข่ายที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง ซึ่งได้ส่งหนังสือเตือนไปยังบริษัทเหล่านั้นแล้ว
          ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะกรรมการในคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุด ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน กล่าวว่า เท่าที่คณะกรรมการพิจารณาโครงการมี 3 ประเภท ผ่านรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนที่รัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านรายงานหลัง รธน.แต่ไม่ผ่านองค์กรอิสระ ซึ่งขณะนี้ ยังไม่แยกโครงการ และได้ตั้งคณะทำงานเพื่อไปดำเนินการ โดยมีนายธงชัย พรรณสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าคณะในสัปดาห์หน้า น่าจะแยกประเภทโครงการแล้วเสร็จ
          "คณะกรรมการพยายามเร่งรีบดำเนินการ เพราะสิ่งที่คณะทำงานกำลังทำไม่ใช่เพื่อ 76 โครงการที่เท่านั้น แต่ยังมีโครงการอื่นๆ อีกเป็นร้อยโครงการที่อาจจะโดนร้องเหมือนกัน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหา "เครื่องมือ" ให้ได้ก่อน โดยเครื่องมือ 2 อย่างแรกที่ต้องทำ คือ เรื่องผลกระทบรุนแรงว่าขนาดไหนที่จะเรียกว่ากระทบรุนแรง กับเรื่ององค์กรอิสระหน้าตาจะเป็นอย่างไร" นายหาญณรงค์กล่าว
          นายหาญณรงค์ กล่าวอีกว่า องค์กรอิสระตาม รธน.มาตรา 67 ตามร่างประกาศกระทรวงให้ไปองค์กรเอกชนที่ทำด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพไปจดแจ้งกับสำนักงานนโยบายและแผน ก.ทรัพย์ฯ เรื่องนี้ที่ประชุมมีการไปดูการยกร่างของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่เคยทำไว้ และมีความเห็นพ้องกันว่าองค์กรอิสระนี้ควรเป็นอิสระจากรัฐมนตรี หรือข้าราชการ และเห็นว่าควรมาจาก 2 ส่วน คือ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และสุขภาพ และอีกส่วนก็มาจากสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนวิชาที่ว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และสุขภาพ รวมเป็น 6 ส่วนๆ ละ 2 คน
          ทั้งนี้ จะมีคณะกรรมการมาทำหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นคณะผู้บริหารขององค์กรอิสระ โดยกรรมการชุดนี้ไม่มีสิทธิคัดเลือก โดยกรรมการชุดนี้จะมาจากหลายส่วน อาทิเช่น องค์กรเอกชน สภาการศึกษาองค์กรอิสระ ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ซึ่งในเรื่องจะต้องเร่งดำเนินต่อไป

ย้อนดูข่าวสิ่งแวดล้อมปี 2551>>>