วัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลง

โดย ศ. ดร. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ และ อัชชาวดี เซ็นเสถียร
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 30/04/2544

เมื่อประตูบานนั้นถูกเปิดออก ความเย็นช่ำของแอร์ที่อยู่ภายในก็วิ่งผ่านสวนทางกับความร้อนระอุจาก
ภายนอก พลันได้ยินเสียงนิ้งหน่องๆ อันเป็นสัญญาณบอกว่าตอนนี้ได้มีคนเดินเข้ามาในร้านแล้ว และ
เสียงใสๆ เจื้อยแจ้ว กล่าวคำทักทายทันทีที่ได้ยินสัญญานนั้นดังขึ้น "สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ
สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับครับ
" พนักงานกล่าวทักทายโดยไม่ต้องมองหน้าผู้ที่เข้ามาใหม่
เนื่องจากกำลังพะวักพะวงอยู่กับลูกค้าที่เข้ามาก่อนหน้านี้ หลังจากนั้น คนที่เดินเข้ามาใหม่ต่างคน
ต่างก็เดินไปหาสิ่งของที่ตนต้องการตามชั้นต่างๆ ในร้าน เมื่อได้ของครบครันก็ไปจ่ายสตางค์ค่า
สิ่งของที่เลือกนั้นที่เคาน์เตอร์ที่มีพนักงานต้อนรับกล่าวคำว่าสวัสดีเมื่อสักครู่นี้

เมื่อจ่ายสตางค์และรับของเสร็จเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะกล่าวตอบขอบคุณ พร้อมกับเชิญชวนให้เข้า
มาใช้บริการอีกครั้งในโอกาสต่อไป เสร็จแล้วก็รีบหันไปให้บริการกับลูกค้าคนถัดไป ยิ่งมีลูกค้าเข้ามา
ใช้บริการมากขึ้น คำกล่าวทักทายและคำกล่าวขอบคุณที่กล่าวออกมาเปรียบเสมือนหุ่นยุ่นต์ที่ได้รับ
สัญญานจากการกดปุ่ม โดยสายตาไม่ได้มองแม้กระทั่งว่าลูกค้าที่เดินออกไปเมื่อสักครู่นี้ว่าหน้าตา
เป็นอย่างไรด้วยซ้ำ

ร้านสะดวกซื้อ หรือที่เรารู้จักกันในภาษาอังกฤษ ว่า convenience store และ Mini Mart ได้ผุดขึ้น
มากมายทั่วไปในแทบทุกมุมถนนของกรุงเทพมหานคร และขยายออกไปยังพื้นที่ในต่างจังหวัด ทั้งมี
แนวโน้มที่จะขยายออกไปมากขึ้นเป็นลำดับ แม้ว่าในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างนี้ก็ยังมีร้านสะดวก
ซื้อผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดที่มีสีสันสวยๆ ในเมือง เขียวแสดแดง น้ำเงินขาว ถ้าหากมีห้องที่เป็นตึกแถว
ขนาด 1 - 2 คูหา มีทำเลตั้งอยู่ในย่านที่ผู้คนสัญจรผ่านไปมาหรือพลุกพล่านสักเล็กน้อยก็สามารถลงทุน
เปิดเป็นร้านสะดวกซื้อและเปิดให้บริการกับลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง สมกับคำนิยามของร้านอย่าง
แท้จริง ร้านสะดวกซื้อ จะซื้อเมื่อไรก็ได้ ขาดเหลือประการใด ห้างไหนปิดแล้ว ร้านขายของชำข้างบ้าน
ก็ปิดแล้ว แต่ร้านสะดวกซื้อเปิด 24 ชั่วโมง

ร้านสะดวกซื้อเกิดขึ้นจากการยอมรับความคิดตามวัฒนธรรมตะวันตกที่ว่า ต้องให้บริการลูกค้าหรือผู้
บริโภคได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากผู้คนมีวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนใช้ชีวิต
ประจำวันในช่วงกลางคืนกันมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะทั้งเรื่องการงานและการเที่ยวพักผ่อนหลังเลิกงาน
ด้วยยุทธศาสตร์ทางการตลาดที่มองเห็นว่าในช่วงเวลากลางคืนนั้นไม่มีผู้อื่นให้บริการ สัดส่วนของผู้
บริโภค ส่วนนี้เป็นส่วนที่น่าลิ้มลองทางการตลาดที่ร้านสะดวกซื้อสามารถได้ส่วนแบ่งของตลาดมากขึ้น

ประเทศไทยเรายอมรับวัฒนธรรมของชาติตะวันตกได้ง่าย และปล่อยให้มีอิทธิพลในการดำเนินชีวิต
ประจำวันของผู้คนโดยทั่วไป คงเป็นเช่นเดียวกันกับการที่วัยรุ่นไทยยอมรับอาหารของชาวตะวันตก
แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า ไก่ทอดเคเอฟซี มากกว่าฝีมือการปรุงอาหารของคุณแม่ ทั้งที่อาหารไทยมีคุณค่า
ทางโภชนาการมากกว่าอาหารขยะของตะวันตกเหล่านั้น ร้านสะดวกซื้อนั้นแม้จะฉลาดในการใช้กลยุทธ์
ทางการตลาด แต่ไม่ฉลาดนักในการมองผลกระทบระยะยาว พวกเขาเพียงแต่พยายามหาช่องทางและ
โอกาสทางการตลาดโดยมองที่ตัวผู้บริโภคและแค่เม็ดเงินในกระเป๋าของผู้บริโภคเป็นหลัก หากไม่มอง
เลยไปถึงความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ต่างๆระหว่างผู้ค้ากับผู้บริโภค เป็นเพียงการมองภาพรวมเป็นมิติ
เดียวในหลักการทางเศรษฐศาสตร์เท่านั้น ความจริงใจที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ค้ากับลูกค้า ความจริงใจระหว่าง
พนักงานที่ให้บริการกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการอยู่ในส่วนใดของยุทธศาสตร์การทำงานของร้านสะดวก
ซื้อเหล่านี้ คำพูดทักทาย สวัสดีครับ สวัสดีค่ะออกมาจากปาก โดยไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองจากจิตใจที่ก่อ
ให้เกิดความจริงใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่กล่าวคำทักทายออกมาเพื่อให้ดูเป็นการต้อนรับที่อบอุ่นและ
สุภาพเท่านั้นเอง หลังจากนั้นทุกอย่างก็ผ่านเลยไป

ถ้าหากย้อนนึกได้ไปถึงสมัยก่อนที่ผู้คนต้องพึ่งพาร้านขายของชำใกล้บ้าน อาแป๊ะ อาโก คุณลุงร้านขาย
ของชำ ใครขาดเหลืออะไรก็วิ่งไปหาอาแป๊ะ อาโก ร้านป้า ขอซื้อเชื่อได้ในบางครั้ง แม้ในยามฉุกเฉินก็ยัง
ขอยืมของใช้จากร้านอาแป๊ะและคุณป้ามาใช้ก่อนได้ ร้านขายของชำในบางที่กลายเป็นศูนย์รวมของ
หมู่บ้านที่ชาวบ้านสามารถแวะมาพบปะพูดคุย เป็นศูนย์รวมและกระจายข่าวสารของหมู่บ้าน อาแป๊ะ
คุณป้า ที่ไปมาหาสู่กันทุกวันและทุกครั้ง จนมีความสัมพันธ์เปรียบประหนึ่งญาติมิตรสหายที่รู้จักกันทั่วไป
ความสัมพันธ์ได้ขยายออกไปสู่หลายครัวเรือนในหมู่บ้าน จนทำให้เกิดการสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของผู้คน
ในชุมชนนั้นๆ

ภายหลังมาไม่นาน ร้านสะดวกซื้อได้ผุดขึ้นท่ามกลางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของร้านขายของชำของชุมชน
ร้านขายของชำจึงต้องหลีกทางให้ด้วยสู้ทุนมหาศาลของผู้มีอำนาจเหนือกว่าไม่ได้ ไม่เพียงเท่านั้น ร้าน
สะดวกซื้อพวกนี้ยังได้ทำลายสภาพสังคมรูปแบบเดิมให้เสื่อมสลาย สภาพสังคมที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
กลับกลายเป็นสังคมตัวใครตัวมัน มีการทักทายที่ไม่จริงใจเกิดขึ้น ไม่สามารถขอยืมและขอเชื่อได้ต่อไป
ต้องมีสตางค์ติดตัวไปเท่านั้นถึงจะสามารถซื้อของที่ขาดเหลือได้ และคงเป็นเช่นเดียวกับสภาพทางสังคม
และวัฒนธรรมของตลาดสด ที่กำลังจะเสื่อมสลายลงไปพร้อมกับการก่อกำเนิดของร้านขายส่งขนาดใหญ่
สะดวกซื้อ ติดแอร์ ไม่เฉอะแฉะ สำหรับบางคนภาพของตลาดสดในช่วงเช้าเป็นกิจกรรมที่น่าพิศมัย ภาพ
ของพ่อค้าแม่ค้าเตรียมของมาขายที่ตลาดสดในช่วงเช้า ผู้ซื้อต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปให้ทันก่อนตลาดวาย
เป็นภาพและกิจวัตรที่คุ้นตา เสียงจ้อกแจ้กจอแจแข่งกับแสงอาทิตย์ในยามรุ่งอรุณดูสนุกสนานร่าเริง หรือ
ไม่ตลาดสดช่วงเย็นก็ทำให้เห็นภาพของผู้คนที่เลิกงานออกไปจับจ่ายซื้อของเพื่อเตรียมทำกับข้าวมื้อเย็น
เพื่อที่จะได้กินกันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว

ตลาดสดเช้าและเย็นเป็นวัฒนธรรมไทยดั่งเดิมเก่าแก่ที่เราจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าหาบของมาขาย มีคุณยาย
ขายขนมครกและขนมไทยมากมายหลายชนิด เดี๋ยวนี้ผู้คนรังเกียจความเฉอะแฉะในตลาดสด ขี้เกียจตื่น
เช้า เกลียดเสียงจ้อกแจ้กจอแจของพ่อค้าแม่ค้า นิยมความเย็นจากแอร์คอนดิชั่น ผู้คนในปัจจุบันจึงหัน
มาจับจ่ายซื้อของในตลาดสดติดแอร์กันมากขึ้นทุกวัน ถึงแม้ของในตลาดสดติดแอร์บางอย่างมีราคาแพง
กว่าของขายในแพงตลาดสดทั่วไป เพราะเป็นค่าแอร์ที่บวกไปกับค่าราคาสินค้าชิ้นนั้นๆ แปลกที่ผู้คนก็
ยินดีจ่าย ท้ายสุดถ้าคิดให้ดีแล้วร้านสะดวกซื้อได้นำไปสู่ระบบการผูกขาดทางการตลาด ก่อให้เกิดระบบ
ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แทนระบบการอุปถัมถ์ ล้มเลิกระบบเกื้อกูลกัน พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่เคยมีรายได้
จากการส่งของขายในตลาด หรือ ร้านขายของชำ ก็หมดโอกาสทางการค้าขายไปโดยปริยาย และนับวัน
ระบบการค้าขายแบบเดิมก็เสื่อมสลายหายไปกับกาลเวลา เช่นเดียวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมอื่นๆ ที่ต่าง
ทยอยเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสลายไปกับความเคยชินแบบสำเร็จรูปและความสะดวกสบาย

ร้านสะดวกซื้อมิได้ผุดขึ้นมาเพียงแต่ทำลายวัฒนธรรมแบบพึ่งพาอาศัย และทำลายระบบอุปถัมถ์เกื้อกูล
เท่านั้น ยังทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ใช้พลังงานไปในทิศทางที่สูญเปล่าอีกด้วย อยากให้ลองช่วยกัน
คิดอีกทีดีๆ จะพบว่ามีผลกระทบระยะยาวและผลกระทบนี้โยงใยไปในเรื่องอื่นๆ ที่เราหลายคนอาจยัง
คิดไม่ถึงก็ได้