วารสารผลิใบ สมัครสมาชิก ฉบับล่าสุด ฉบับย้อนหลัง

ารพิษปนเปื้อนในาหาร
สารคดี
ปิยวรรณ คงสาคร เรื่อง


เส้นทางการปนเปื้อนสารพิษ
| รู้เท่าทันพิษภัยในแหล่งอาหาร | ทางเลือกบนทางรอด : ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน |

วิธีง่ายๆ ในการลดสารพิษตกค้างในผักและผลไม้

ทางเลือกบนทางรอด : ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

แม้รัฐธรรมนูญใหม่ให้ประชาชนมีสิทธิที่จะได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยเพื่อใช้เป็นอาหารบริโภค แต่ในความจริงทุกวันนี้ คำถาม
สะท้อนกลับไปยังภาครัฐว่า ผู้คนในสังคมได้รับสิทธินี้แล้วหรือยัง

ไม่มีใครกล้ายืนยันได้ว่า เนื้อสัตว์และพืชผักทั้งหลายที่จำหน่ายตามท้องตลาดมีความปลอดภัยต่อการบริโภคมากน้อยเพียงใด
มีการปนเปื้อนจากสารเคมีหรือไม่ อย่างไร

แม้ผู้บริโภคในปัจจุบันพอจะมีทางเลือกอยู่บ้าง เช่น กรุงเทพมหานครพยายามหามาตรการมาช่วยตรวจสอบผักที่นำเข้ามา
ขายในกรุงเทพฯ หากพบว่ามีการปนเปื้อนสารเคมี ก็จะไม่อนุญาตให้ขาย และอาจมีการปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุก
ไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ก็มีผัก (ที่อวดอ้างว่า) ปลอดสารพิษ วางจำหน่ายตามท้องตลาด แต่ก็ยังไม่มีหลัก
ประกันว่า จะปลอดสารพิษอย่างแท้จริง เพราะในกระบวนการเพาะปลูกอาจจะใช้ปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช
ในสัดส่วนที่เจือจาง หรืออยู่ในเกณฑ์ตามมาตรฐาน และมีการเก็บผลผลิตตามระยะเวลาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการก็เป็นได้

เพราะฉะนั้น ทางเลือกบนทางรอดจึงต้องใช้แนวทางของตนเป็นที่พึ่งแห่งตน โดยหันมาลดความเสี่ยงและป้องกันตนเอง
จากสารพิษปนเปื้อนด้วยการหมั่นสังเกตอาหารทั้งพืชผักและเนื้อสัตว์ ก่อนบริโภคหรือนำไปใช้ประกอบอาหารก็ควรล้าง
ให้สะอาด ทั้งนี้การลดสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ อาจทำได้หลายวิธี แต่เนื่องจากสารพิษตกค้างมีหลายชนิด และผัก
ผลไม้แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติในการดูดซับหรือดูดซึมสารพิษแตกต่างกัน การลดสารพิษตกค้างให้ได้มากที่สุดจึงต่างกันไป
ไม่มีวิธีใดที่ดีที่สุดในทุกกรณี

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะใช้วิธีการลดสารพิษตกค้างด้วยวิธีใด ก็ไม่สามารถที่จะลดปริมาณสารพิษที่ตกค้างออกไปได้หมดวิธีการที่ดี
ที่สุดที่จะช่วยป้องกันอันตรายแก่ผู้บริโภคก็คือ การป้องกันไม่ให้มีสารพิษตกค้างในอาหาร และผู้ที่มีบทบาทรับผิดชอบ
ในส่วนนี้คือ เกษตรกร หากเกษตรกรใช้วิธีควบคุมแมลงศัตรูพืชด้วยวิธีชีวภาพก็จะทำให้ผักหรือผลไม้นั้นปลอดสารพิษ
หรือหากจำเป็นต้องใช้สารเคมี ก็พิจารณาใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และเว้นระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิตตามคำแนะนำการใช้
ผู้เลี้ยงสัตว์ก็ควรเลิกใช้สารเคมี แล้วหันมาใช้วิธีธรรมชาติเช่นกัน

นอกจากผู้ผลิตจะต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมแล้ว ผู้บริโภคก็ควรปรับเปลี่ยนวิถีการบริโภคเสียใหม่ เช่น เลือกกิน
ผักผลไม้พื้นบ้านในท้องถิ่นตามฤดูกาล รวมทั้งช่วยกันอุดหนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าจะปลอดภัยที่สุด
ในเวลานี้ เพื่อที่ทุกชีวิตจะได้มีความมั่นใจมากขึ้นกับอาหารแต่ละคำบนปลายลิ้น