วารสารผลิใบ สมัครสมาชิก ฉบับล่าสุด ฉบับย้อนหลัง



วิฑูรย์ ปัญญากุล กับความหมายจากเกษตรอินทรีย์
รากแก้วเล่าเรื่อง
กระวานไพร / เรื่อง
ชันกาด / ภาพ

ผลพวงจากการทำเกษตรกรรมโดยใช้สารเคมีต่างๆ ทำให้สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางการเกษตรเสื่อมโทรมลงอย่างมาก ขณะเดียวกัน
สารเคมีตกค้างที่ปนเปื้อนมาในอาหารยังส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ นานา "ขบวนการทางเลือกเพื่อ
เกษตรกรรม
" จึงเกิดขึ้นจากความพยายามในการแสวงหาทางเลือกใหม่ของระบบเกษตรกรรมที่เป็นธรรมต่อทุกชีวิตและสิ่งแวดล้อม
พบบทสัมภาษณ์ วิฑูรย์ ปัญญากุล ผู้อำนวยการกลุ่มกรีนเนท ที่มุ่งมั่นส่งเสริมและเผยแพร่แนวทางเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างตลาด
ทางเลือกให้แก่เกษตรกรและผู้บริโภค

กรีนเนทเกิดขึ้นได้อย่างไร มีเป้าหมายในการทำงานอย่างไรคะ การทำระบบเกษตรอินทรีย์ก่อให้เกิดความ
ยั่งยืนในภาคเกษตรกรรมอย่างไรคะ

จุดเริ่มของกรีนเนทมาจากโจทย์
ที่เกิดขึ้นในสังคมนี้เอง ย้อนกลับ
ไปเมื่อ 8 - 9 ปีที่แล้ว ภาคการ
เกษตรไทยแทบจะอยู่ไม่รอด มี
ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้ง
ปัญหาสภาพพื้นที่ในการทำ
เกษตรแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ
สภาพดินมีปัญหา ระบบ
สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม มีปัญหา
ด้านกระบวนการผลิต การจัดส่ง
จำหน่าย ที่สำคัญมีปัญหาด้าน
ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ
เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นหนี้ เพราะ
ต้องกู้เงินไปลงทุนซื้อปัจจัยการ
ผลิต ทำให้แรงงานจากภาคการ
เกษตรส่วนหนึ่งไหลไปสู่ภาค
อุตสาหกรรม นี่เป็นปัญหาเพียง
ส่วนหนึ่งเท่านั้น จริงๆ แล้วมัน
โยงใยกันได้ ปัญหานี้อาจจะเป็น
สาเหตุของอีกปัญหาหนึ่งก็เป็นได้
ส่งผลให้ภาคการเกษตรล้มเหลว
เราจึงมองเห็นว่าการทำเกษตร
ระบบอินทรีย์เป็นแนวทางหนึ่ง
ที่สามารถช่วยตอบโจทย์บางอย่าง
ในสังคมได้ แต่ไม่ใช่การตอบ
ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกษตร
อินทรีย์เป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่ง
ในแง่ของวิถีชีวิตและการดำรงอยู่
ของเกษตรกร เป็นแนวทางหนึ่ง
ที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในระบบเกษตรกรรม ซึ่งเป็นแนว
ทางหลักที่กรีนเนทเชื่อมั่น

เมื่อเรามีทิศทางที่มุ่งไปในเรื่องของ
การทำเกษตรอินทรีย์ เราก็มุ่งส่งเสริม
เรื่องกลไกการตลาดที่เป็นธรรม สมัย
ก่อนอาจเรียกว่าตลาดทางเลือก สมัย
นี้บางคนอาจเรียกตลาดสีเขียว แต่
ทั้งหมดความหมายเดียวกันคือ fair
trade นั่นคือ การค้าที่เป็นธรรม
เพราะฉะนั้นเป้าหมายของกรีนเนทคือ
การส่งเสริมระบบเกษตรอินทรีย์และ
การค้าที่เป็นธรรม มันจึงผสมผสาน
เป็นเนื้องานเดียวกัน เราเริ่มจับตั้งแต่
การสนับสนุนกระบวนการผลิต งาน
ด้านเทคนิค การแปรรูป การจัดการ
ระบบคุณภาพ ไปจนถึงเรื่องของการ
จำหน่าย รวมทั้งให้ความรู้แก่ผู้บริโภค
เราทำแบบองค์รวมทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
กับเรื่องเกษตรอินทรีย์ เป็นการจัดการ
แบบครบวงจร โดยให้ชาวบ้านมีส่วน
ในการกำหนด ส่วนงานการตลาดนั้น
เราจัดตั้งสหกรณ์กรีนเนทขึ้นมาบริหาร
ในรูปแบบของสหกรณ์ โดยผู้ผลิตหรือ
เกษตรกรเข้ามาถือหุ้น ผู้ถือหุ้นจะเลือก
กรรมการบริหาร และกรรมการบริหาร
ก็เป็นคนกำกับดูแล เหมือนระบบสหกรณ์
ทั่วไปคือ หนึ่งคนหนึ่งเสียง เราเชื่อว่า
วันนี้เรามีความรอบรู้ในเรื่องเกษตร
อินทรีย์ ทั้งในส่วนการผลิต การจัดการ
และการจำหน่ายในประเทศไทย เรามี
เครือข่ายและมีโครงการร่วมในการส่ง
เสริมเรื่องเกษตรอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดใน
ประเทศไทย

จริงๆ แล้วการทำระบบเกษตรอินทรีย์
เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของเกษตรกรทั้ง
ในเรื่องของสุขภาพการดำเนินชีวิตและ
เศรษฐกิจ อย่างน้อยเกษตรกรก็ปลอดภัย
มากขึ้นที่ไม่ต้องฉีดพ่นยา ปลอดภัยต่อ
สุขภาพตัวเอง เป็นการตอบโจทย์ของ
ความยั่งยืนในเชิงสุขภาพ ในอีกด้านหนึ่ง
การทำเกษตรอินทรีย์มันไม่ใช่แค่การไม่
ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ยา ส่วนใหญ่คนจะเข้าใจ
แค่นั้น ผมจะต้องบอกเขาเสมอว่า นั่นเป็น
แค่เสี้ยวหนึ่งของเกษตรอินทรีย์หรือ
เกษตรยั่งยืน สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เรื่องของ
การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมซึ่งเงื่อนไข
ของการทำเกษตรอินทรีย์กำหนดเลยว่า
ห้ามตัดป่ามาทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรกร
จะต้องฟื้นฟูความหลากหลายในไร่นา
ต้องมีการปรับปรุงดิน ในความหมายนี้
ก็คือ ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ในเรื่อง
ของเศรษฐกิจก็เป็นสิ่งจำเป็น อย่างน้อย
เขาจะต้องมีกิน มีรายได้พอเพียงกับการ
ดำเนินชีวิต

จากประสบการณ์การทำงานของ
กรีนเนทที่ผ่านมา มีปัญหาในการ
ดำเนินงานส่งเสริมระบบเกษตร
อินทรีย์อย่างไรบ้าง
กรีนเนทวางแนวทางในการขยายระบบ
เกษตรอินทรีย์อย่างไรบ้าง
ทุกวันนี้ปริมาณผลผลิตเพียงพอกับตลาด
ของผู้บริโภคไหม
แน่นอน งานทุกอย่างต้องมีปัญหา
แน่ แต่เราจะมีวิธีจัดการกับปัญหา
นั้นๆ อย่างไร ตอนนี้มีเกษตรกร
ที่เราทำงานด้วยประมาณ 600
กว่าครอบครัวที่ใช้แนวทางเกษตร
อินทรีย์ ซึ่งแต่ก่อนเกษตรกรส่วน
ใหญ่จะทำเกษตรเคมี คือ มีการใช้
ปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช แต่เมื่อเรา
ทำงานร่วมกับองค์กรในพื้นที่ โดย
เข้าไปส่งเสริมความรู้และแนะนำ
แนวทางให้ปรับเปลี่ยนมาทำเกษตร
อินทรีย์ ให้เขาเลือกตัดสินใจเองว่า
อยากทำอย่างไร ไม่ได้บังคับ หน้าที่
ของเราคือให้ความมั่นคงเรื่องการ
ประกันราคาผลผลิตที่เรารับซื้อ
เกษตรกรจะต้องมีรายได้วันต่อวัน
เป็นงานของเราที่จะต้องหาช่องทาง
การตลาดที่เป็นธรรมให้ ส่วน
เกษตรกรก็มุ่งเน้นสนใจเรื่องการผลิต
เป็นหลัก ส่วนปัญหาระยะสั้นที่พบ
มีตั้งแต่การจัดการผลผลิต การส่งเสริม
การพัฒนาเทคโนโลยี ฯลฯ แต่มันก็มี
ความลงตัวในระดับหนึ่ง เป็นธรรมดา

แม้ตอนนี้ส่วนใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ
ต่างก็ยอมรับว่าเกษตรอินทรีย์เป็นแนวทาง
หนึ่งที่ก่อให้เกิดการพัฒนาระบบเกษตร
กรรมอย่างยั่งยืน แต่ก็ยังมีปัญหาและความ
สับสนอยู่ว่าอะไรคือเกษตรอินทรีย์ที่แท้จริง
เพราะเป็นสิ่งที่แตกต่างจากเกษตรปลอดสาร
หรือผักอนามัย ซึ่งมันเป็นคนละเรื่องกัน การ
ทำเกษตรอนามัยนั้นเกษตรกรก็ยังใช้ปุ๋ยใช้ยา
แต่ควบคุมเว้นระยะ เมื่อมีการใช้สารเคมีก็คือ
เกษตรเคมีนั่นเอง เพียงแต่ว่า มีระยะเวลาเก็บ
เกี่ยว อีก 7 วันค่อยเก็บ เพื่อลดสารพิษตกค้าง
ปัญหาคือ ปัจจุบันไม่มีการควบคุม มันไม่
ปลอดภัย และไม่ควรจะได้รับอนุญาตให้ขาย
หากไม่มีการตรวจรับรองด้วยซ้ำไป เพราะ
เกษตรกรอาจใช้สารเคมีในตอนเช้า และเก็บ
ส่งขายตอนเย็นก็ได้ ถ้าหากเขาไม่สนใจผู้
บริโภค นี่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ต่างจากเกษตรอินทรีย์แน่นอน มันตรงกันข้าม
กันเลย จึงเป็นความพยายามของเราที่จะขยาย
การทำงานออกไป เดิมพื้นที่การทำเกษตร
อินทรีย์บ้านเรามีประมาณร้อยละ 0.004 ของ
พื้นที่เกษตรกรรมทั้งประเทศ กรีนเนทตั้ง
เป้าหมายไว้ว่า อีก 5 ปีข้างหน้า เราอยากเห็น
ตัวเลขที่ร้อยละ 1

 

ไม่พอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกำลังการผลิต
ยังไม่เพียงพอ มีจำนวนน้อยเกินไป มันยัง
ขยายตัวช้า จริงๆ แล้วตลาดมันกว้างนะ
เราไม่ได้มุ่งเน้นแต่เฉพาะตลาดในประเทศ
อย่างเดียว แต่ขยายไปที่ตลาดต่างประเทศ
ด้วย ก็พยายามช่วยกันหาวิธีที่จะทำให้
ชาวบ้านอยู่รอดได้ การอยู่รอดได้ของชาว
บ้านคือ เขาจะต้องขายผลผลิตวันนี้

ผลผลิตที่ได้จากระบบเกษตรอินทรีย์
แตกต่างจากผลผลิตระบบเกษตรเคมี
หรือไม่คะ

ทุกวันนี้ ผู้บริโภคในสังคมเมืองมีโอกาส
สัมผัสกับสารพิษปนเปื้อนในอาหารมากขึ้น
คุณมองว่าอะไรคือทางออกที่ผู้บริโภค
สามารถเลือกให้ตัวเองได้

มีแนวทางในการปรับเปลี่ยนทัศนคติและ
พฤติกรรมการบริโภคอย่างไรให้หันมา
ใส่ใจทางเลือกที่ปลอดภัยมากขึ้น
ในส่วนของผลผลิตจะไม่แตกต่างครับ
ผลผลิตโดยเฉลี่ยต่อไร่เท่ากันกับเกษตร
เคมี บางที่อาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ แต่ใน
ส่วนมาตรฐานการผลิตจะต่างกันบ้าง
ตรงที่การทำระบบเกษตรอินทรีย์จะมี
กลไกตรวจสอบรับรองกระบวนการ
ผลิตในขั้นตอนต่างๆ แต่ผลผลิตของ
เกษตรเคมีหรือที่โฆษณาว่าเป็น
ประเภทสินค้าปลอดสารพิษที่วางขาย
ตามท้องตลาด ส่วนใหญ่ไม่ผ่าน
มาตรฐาน ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค

สินค้าและผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์เป็น
ทางออกหนึ่งได้ เพียงแต่ว่าผู้บริโภคก็ต้อง
พร้อมที่จะรับผิดชอบต่อผู้ผลิตเพิ่มขึ้น
หมายถึงว่า ถ้าคุณต้องการบริโภคอาหาร
ที่ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีตกค้าง คุณก็ต้อง
ช่วยเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง จริงอยู่ราคา
อาจสูงกว่าท้องตลาด แต่นั่นก็หมายถึง
สุขภาพที่คุณสามารถเลือกได้ และเกษตรกร
ก็สามารถอยู่ได้ด้วย

 

การทำงานกับผู้บริโภคเป็นเรื่องใหญ่ ผม
ไม่คิดว่าอยู่ในเงื่อนไขที่องค์กรเล็กๆ อย่าง
เราจะทำได้ทุกส่วน เราต้องยอมรับข้อจำกัด
ตรงนี้ด้วย ทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่ก็ตื่นตัวกัน
มากขึ้นในเรื่องการบริโภคสีเขียว ถ้าลองดู
ให้ดีจะพบว่า กลุ่มผู้บริโภคผลผลิตจาก
เกษตรอินทรีย์มีหลากหลาย ส่วนใหญ่จะเป็น
พวกที่เป็นห่วงสุขภาพตนเอง มีน้อยคนนัก
ที่เลือกกินเพราะตระหนักว่าวิธีแบบเกษตร
อินทรีย์นี้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และมีอีกน้อย
มากที่ซื้อเพราะคิดอยากช่วยเกษตรกรให้เกิด
การค้าที่เป็นธรรม

ก็เป็นเรื่องของวิถีชีวิตและการปฏิบัติว่าคุณเ
อาจริงกับมันมากแค่ไหน ถ้าคุณเป็นชาวบ้าน
ธรรมดาแล้วเลือกซื้อผลผลิตจากเกษตร
อินทรีย์ คุณก็ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและ
ข้ออื่นๆ ได้ แล้วก็มีอีกเยอะที่พูดทั้งเรื่อง
สุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่ซื้อไม่กิน
ผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์ ผมคิดว่า วิธีการ
ปฏิบัติสำคัญมากกว่าวิธีคิด เพราะเรื่องของ
สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ชี้กันด้วยวิธีการปฏิบัติ

สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements - IFOAM)
ให้นิยามความหมายเกษตรอินทรีย์คือ ระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารและเส้นใยด้วยความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ โดยเน้น
ที่การปรับปรุงบำรุงดิน การเคารพต่อศักยภาพทางธรรมชาติของพืช สัตว์ และนิเวศการเกษตร เกษตรอินทรีย์จึงลดการใช้ปัจจัยการผลิต
จากภายนอก และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ เช่น ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช และเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็พยายาม
ประยุกต์ใช้ธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิต และพัฒนาความต้านทานต่อโรคของพืช และสัตว์เลี้ยง หลักการเกษตรอินทรีย์นี้เป็นหลักการ
สากล ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ สังคม ภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ และวัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย

ที่มา : มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ฉบับการ์ตูน, สำนักพิมพ์กรีนเนท, หน้า 5, 2544.