วารสารผลิใบ สมัครสมาชิก ฉบับล่าสุด ฉบับย้อนหลัง

ชวนกันไปปั่น

สอนน้องซ่อมจักรยานที่แม่วงก์
ฉันเคยคิดสงสัยว่า ทำไมสมาชิก
ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ
แห่งประเทศไทยคิดอย่างไรกัน
ถึงยอมเสียเงินและยอมเหน็ดเหนื่อย
ในการเดินทางไปปั่นจักรยานแต่ละครั้ง
ในระยะทางไกลๆ เขาทำเพื่ออะไร ?
ถนนสายที่ผ่าน
กุหลาบ รอดทอง เรื่อง/ภาพ


แต่เมื่อมีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับพวกเขา จึงทำให้ฉันได้รู้ว่า คนเรายิ่งได้เดินทาง ก็ยิ่งได้เห็นชีวิต
เกิดความรู้ ความเข้าใจต่อสิ่งที่ได้พบได้เห็น ซึ่งเป็นการเรียนรู้อีกทางหนึ่งที่หลายคนไม่ค่อยมีโอกาส
ได้กระทำกันมากนัก เพราะภารกิจที่รุมเร้าอยู่รอบกาย โดยเฉพาะการได้ "ให้" กับผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า
นับว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐยิ่ง แล้วยังเป็นกุศลอีกด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ กองทุนน้ำใจ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยและ
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จัดกิจกรรม "มอบจักรยานให้น้องน้อย" ขึ้น ณ โรงเรียนบ้านปางสุด อ.แม่วงก์
จ.นครสวรรค์ โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กในชนบทได้มีจักรยานใช้เป็นพาหนะขี่มาโรงเรียน และให้เด็กๆ
ได้รู้จักวิธีการซ่อมจักรยานด้วยตนเอง ทริปนี้เรามีเพื่อนร่วมทางเป็นสื่อมวลชนจากไทยรัฐ สยามรัฐ มติชน
ผู้จัดการ ศูนย์ข่าวแปซิฟิค และสารคดี ร่วมเดินทาง เรานัดเจอกันที่โรงกลั่นน้ำมันบางจากตอนหกโมงเช้า
แต่แล้วฉันกับน้องนักข่าวของศูนย์ข่าวแปซิฟิคก็เป็นคนมาสายทำให้วงล้อของเราเริ่มหมุนได้เมื่อตอน
ประมาณ 6 โมงครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาที่ฉันกำลังหลับสบายในวันหยุด แต่เพื่อส่วนรวมจึงต้องยอมสลัดความ
ขี้เกียจ เมื่อขึ้นรถได้ทุกคนก็ไม่มีใครสนใจใคร มีคำพูดอยู่ประโยคเดียวคือ ขอนอนเอาแรงก่อนเรื่องอื่น
ค่อยว่ากันอีกที พอถึงสิงห์บุรีเราจึงแวะรับประทานอาหารเช้ากันที่ร้านเจ๊เล็ก ซึ่งเป็นต้มเลือดหมูเจ้าอร่อย
พออิ่มท้องแล้วเราก็เดินทางมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ต่อกันทันที และคงไม่ต้องบอกอีกหรอกนะว่ากิจกรรม
หลังอาหารเช้าคืออะไร มันก็คือการหลับเอาแรงเหมือนเดิม พวกเรามาตื่นกันอีกครั้งเมื่อรถมาถึงอุทยาน
สวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ แต่เมื่อพวกเราเดินทางไปดูแล้วมีความรู้สึกว่า
มันไม่ใช่งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับอย่างที่ประชาสัมพันธ์ แต่มันเป็นจตุจักรจำลองก็ว่าได้ เพราะ
สภาพไม่แตกต่างกันเลย มีเสียงบ่นจากนายนิล-สยามรัฐ ว่า เหมือนมาเดินจตุจักรยังไงยังงั้น ส่วนฉันกับ
เกษร-นิตยสารสารคดี คิดว่าไหนๆ ก็แวะเข้ามาแล้ว ก็ลองเดินดูสักหน่อยจะเป็นไรไป ซึ่งมันก็เป็นจริง
อย่างที่นายนิลบอกนั่นแหละ ร้านค้าต่างๆ เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ประมาณนั้นเลย ครั้นพอถึงเวลา
นัดหมาย ทุกคนก็มาพร้อมกัน เราจึงมุ่งหน้าสู่ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาที่ได้ข่าวว่าอร่อยขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัด
นครสวรรค์ นอกจากขนมโมจิแล้ว สภาพร้านเป็นตึกแถว 2 คูหาค่อนข้างธรรมดามาก แต่เมื่อเราได้ลอง
ลิ้มรสแล้วก็สมคำร่ำลือจริงๆ โดยเฉพาะนายปริ๊น จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ดูจะชอบเมนูนี้มากๆ เสร็จจาก
เรื่องกินแล้ว เราก็เดินทางต่อไปโรงเรียนบ้านปางสุดทันที

พวกเราไปถึงโรงเรียนบ้านปางสุดเอาเมื่อเวลาประมาณบ่ายโมง มีเด็กๆ และชาวบ้านจำนวนหนึ่งมารอ
อยู่แล้ว เมื่อเดินเข้าไปภายในบริเวณโรงเรียน รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างประหลาดเมื่อเห็นรอยยิ้มของเด็กๆ
และชาวบ้านที่มีแต่มิตรภาพ ถึงแม้ว่าสภาพโรงเรียนแห่งนี้จะดูไม่ร่มรื่นเหมือนกับโรงเรียนในชนบททั่วไป
ซึ่งอาจเป็นเพราะเราไปในช่วงปลายฤดูร้อนทำให้ต้นไม้ไม่สดชื่นเขียวขจีเหมือนในช่วงฤดูฝน เด็กๆ
ทุกคนมีความกระตือรือร้นกับกิจกรรมครั้งนี้มาก เพราะจากการพูดคุยกับชาวบ้าน เราได้ทราบข้อมูลว่า
มีเด็กบางคนบ้านอยู่ไกลถึง 12 กิโลเมตร กิจกรรมของเราเริ่มขึ้นด้วยการเล่นเกมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง
เจ้าของพื้นที่กับผู้มาเยือน การสอนให้เด็กๆ รู้จักวิธีการประกอบจักรยานโดยนายช่างผู้ชำนาญของชมรม
จักรยานฯ สมาชิกทุกคนมีการเตรียมตัวกันมาอย่างดีในการแบ่งกลุ่มสอนน้องๆ ซ่อมจักรยาน และกิจกรรม
สุดท้ายที่โรงเรียนก็คือ การมอบจักรยานจำนวน 50 คัน ให้กับเด็กๆ จากโรงเรียนบ้านใหม่เจ้าพระยา
บ้านมอสวรรค์ บ้านปางสุด บ้านปางมะละกอ บ้านหินดาด บ้านทรัพย์น้อย บ้านใหม่ธงชัย และ
บ้านบุ่งผักหนาม รวมทั้งมอบอุปการณ์การซ่อมจักรยานให้เป็นส่วนกลางของแต่ละโรงเรียนอีก 5 ชุด
เมื่อเสร็จจากภารกิจเพื่อสังคมแล้ว สมาชิกชมรมจักรยานฯ นำทีมโดยลุงฮูกเจ้าเก่าก็เริ่มนำปั่นจักรยาน
ชมธรรมชาติยามบ่าย และมุ่งตรงสู่ที่พักไร่อาจารย์สนั่นซึ่งอยู่ไกลจากโรงเรียนบ้านปางสุดประมาณ
17 กิโลเมตร งานนี้มีนักข่าวจากผู้จัดการ ไทยรัฐ และมติชนขอร่วมทดสอบความแข็งแรงของร่างกาย
กับเขาด้วย แต่ด้วยความไม่ชำนาญเส้นทางทำให้นายแบงก์-มติชน เกือบได้ไปนอนศาลาวัด เพราะขี่หลง
ไปอีกเส้นทางหนึ่ง ทำเอาทุกคนนั่งอยู่ไม่ติด ออกตระเวนหากันจ้าละหวั่น กว่าจะพบตัว เล่นเอานายแบงก์
เข่าอ่อนไปเลย พอถึงบริเวณไร่ของอาจารย์สนั่นมีเมี่ยงคำจานโตวางรอต้อนรับแขกผู้มาเยือน และภายใน
เวลาไม่กี่นาทีเจ้าเมี่ยงคำจานดังกล่าวก็หายวับไปกับตา เหลือแต่จานเปล่าให้คนที่มาทีหลังได้เห็น จากนั้น
ทุกคนก็จับจองหาที่กางเต็นท์ของตัวเอง

เมื่อเสร็จภารกิจส่วนตัว หลายคนนั่งล้อมวงเสวนาตามประสาคนกันเอง หลากหลายเรื่องราวถูกนำมาเล่าขาน
พร้อมกับอาหารมื้อค่ำ

ท่านผู้พิพากษาไพรัชเล่าให้เราฟังว่า ก่อนที่จะเข้ามาร่วมขี่จักรยานกับชมรมจักรยานฯ จะมีโรคประจำตัวคือ
ปวดขา ปวดข้อ แต่พอได้มาขี่จักรยานแล้ว โรคดังกล่าวก็หายไป ส่วนอีกท่านหนึ่งคือ พี่ประทีปที่พา
น้องวรทศ ลูกชายวัย 13 ขวบ มาร่วมขี่จักรยานด้วย ซึ่งพี่ประทีปเล่าว่า เมื่อก่อนน้องวรทศจะเป็นเด็กขี้โรค
คือเป็นโรคภูมิแพ้ แต่พอมาร่วมกิจกรรมขี่จักรยาน อาการของโรคดังกล่าวก็หายไป และพี่ประทีปยังบอกกับ
พวกเราอีกว่า ต่อไปถ้าน้องชายของน้องวรทศโตขึ้นก็จะพามาร่วมขี่จักรยานด้วยเหมือนกัน

ตกดึกนอนดูดาว ! หลังจากที่พวกเราเสร็จภารกิจต่างๆ แล้ว บรรดานกน้อยในไร่ส้มก็มานั่งล้อมวงพูดคุยกับ
อาจารย์ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และยังเป็นประธานชมรมจักรยานฯ อีกด้วย
และพี่โก เจ้าหน้าที่ภาคสนาม ที่เล่าเรื่องราวของเครือข่ายแม่วงก์ ชุมชนคนรักษ์ป่า ให้พวกเราฟังจนดึก
หลังจากนั้นพวกเราจึงย้ายมุมสนทนามานอนเรียงกันดูดาวที่ลอยเรียงรายอยู่เต็มท้องฟ้า

เช้าวันรุ่งขึ้นเราถูกปลุกเพื่อเตรียมตัวเดินทางกันต่อ กิจกรรมวันนี้เป็นการเยี่ยมชมกิจกรรมการดำเนินงานของ
เครือข่ายแม่วงก์ อาทิ กิจกรรมประปาภูเขา กิจกรรมกลุ่มแปรรูปผลไม้บ้านปางมะละกอ และกิจกรรมกลุ่ม
ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านธารมะยม ซึ่งคณะเยี่ยมชมได้มีโอกาสลองทำผ้ามัดย้อมสีต่างๆ จากนั้นก็เดินทาง
สู่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ในช่วงบ่าย ฟังบรรยายความรู้เรื่องป่า เสียดายที่ทีมเรามีเวลาน้อย ต้องเดินทางกลับ
ก่อนจึงไม่ได้ร่วมเดินทางไปช่องเย็นกับสมาชิกชมรมจักรยานฯ

ทริปการกุศล+รักธรรมชาติ+เพื่อสุขภาพ (ทรีอินวัน) อย่างนี้ ไม่ลองไม่รู้นะจะบอกให้

สนใจร่วมกิจกรรม
ติดต่อ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โทร. 0-2742-9641-50 ต่อ 777
หรือที่ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย โทร. 0-2612-5510