อ่านผลิใบ สมัครสมาชิก โครงการห้องสมุดอุปถัมภ์ ผู้ร่วมสนับสนุน รู้จักกองบรรณาธิการ


ถนนสายที่ผ่าน

ณ ที่ซึ่งเล็บมือนางไล่เลื้อยริมโขง
กุลสตรี อารมณ์สนาน เรื่อง


"ใครๆ ก็บอกว่า จะสร้างบ้านทำเกสต์เฮ้าส์ทั้งที ทำไมไม่ทำให้หรูหราแบบบ้านฝรั่ง เราก็บอกเขาไปว่า เราไม่ชอบความหรูหรา เราอยากอยู่แบบคนลาว อยู่แบบที่เป็นตัวของเราเอง"

น้ำเสียงมั่นคงแต่นุ่มนวลตามสไตล์ของน้อย-จิราพร กันยาดี มาเธอร์ ค่อยๆ เผยความรู้สึกนึกคิดของเธอออกมาเมื่อเราถามว่า เพราะเหตุใดจึงคิดทำที่พักออกมาในรูปแบบที่ผสมกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ผสานกลิ่นอายของความเป็นท้องถิ่นผ่านใยฝ้าย ผ้าห่มนวม กระเบื้องผิวหยาบ อิฐดินแดง และไม้พรรณนานาที่ปลูกแซมอยู่ทั่วบริเวณพื้นที่กว่า 4 ไร่ริมแม่น้ำโขง เมืองเชียงคาน จังหวัดเลย

น้อย เป็นคนเมืองเลยมาแต่กำเนิด มีนิสัยใคร่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผนวกกับความตั้งใจ เอาจริงเอาจัง ทำให้ในระหว่างที่เธอกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาที่เลย แล้วได้ยินข่าวว่า ที่ค่ายอพยพมีฝรั่งมาสอนหนังสือให้ผู้อพยพ ด้วยความที่อยากจะพูดภาษาอังกฤษได้ เธอจึงชวนเพื่อนบุกไปถึงค่ายและขอให้ฝรั่งซึ่งเป็นอาสาสมัครอยู่ที่นั่นสอนภาษาอังกฤษให้เธอและเพื่อน การเรียนไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนว่า ถ้าหากครูว่าง เธอก็จะมาเรียน แต่ถ้าไม่ว่าง ก็ไม่เป็นไร เธอจะไม่รบกวน และความขยันสม่ำเสมอของเธอที่ต้องการจะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนให้ดีขึ้น เกิดเป็นความประทับใจของโรเบิร์ต มาเธอร์ หนุ่มอาสาสมัครชาวอังกฤษที่เป็นครูของเธอ จากความประทับใจในฐานะครูกับศิษย์ ก็พัฒนามาเป็นความผูกพัน และสานต่อจนกลายเป็นความรัก แล้วชีวิตครอบครัวระหว่างหญิงสาวชาวเลยกับหนุ่มอังกฤษไกลบ้านก็เริ่มขึ้นนับแต่วันนั้น

แต่ใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน โรเบิร์ตก็ได้ทุนไปเรียนปริญญาเอกที่เคมบริดจ์ ที่นั่น เขาหอบหิ้วภรรยาชาวไทยข้ามน้ำข้ามทะเลไปด้วย ชีวิตที่อังกฤษค่อนข้างจะยากลำบาก เพราะโรเบิร์ตเองก็ต้องเรียนอย่างหนัก ในขณะที่น้อยเวลานั้นเริ่มตั้งครรภ์ อากาศก็หนาวเหน็บ เป็นความทรมานที่ทั้งคู่ตระหนักแก่ใจดีว่า อย่างไรก็ต้องเผชิญ แต่สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ผ่านพ้นมันมาจนได้ และเดินทางกลับมาสร้างหลักปักฐานกันต่อที่เมืองไทย อันเป็นแผ่นดินเกิดของฝ่ายหญิง

เมื่อกลับมาเมืองไทย ทั้งคู่เลือกที่จะแยกออกมาจากเช่าบ้านอยู่ เนื่องจากโรเบิร์ตซึ่งมาจากสังคมอังกฤษไม่คุ้นชินกับใช้ชีวิตในลักษณะครอบครัวขยายแบบไทยๆ ชีวิตดำเนินไปอย่างสมถะเรียบง่าย แนวคิดที่จะทำเกสต์เฮ้าส์ไม่เคยอยู่ในความคิดของทั้งคู่ กระทั่งวันหนึ่ง น้อยเห็นฝรั่งชาวรัสเซียเดินงงๆ ไปมาอยู่ในตลาด จึงเกิดไอเดียที่จะหาจักรยานมาให้เขาเช่าถีบดูบ้านดูเมือง

"ตอนนั้นไม่คิดจะทำเกสต์เฮ้าส์ เราเช่าบ้านอยู่ ก็ติดป้ายบอกว่า เราอยากให้คำแนะนำในการท่องเที่ยว แล้วก็มาคุยกับคุณโรเบิร์ตว่า เราอยากมีบ้านใหญ่ขึ้น จะได้เอามาทำเป็นเกสต์เฮ้าให้นักท่องเที่ยวมาพัก ตอนเดือนกุมภา ปี 31 เราก็ไปขอเขาเช่าบ้านที่ใหญ่ขึ้น ขอเช่าเป็นปีเลยเพราะกลัวเขาจะบอกเลิกสัญญาเอาดื้อๆ แล้วเราก็มีแขกมาพักเยอะมาก ต่อมาเราก็พัฒนาการบริการของเราให้มีเรือนำเที่ยวเพิ่มขึ้นมา พาไปเที่ยวแม่น้ำเหือง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่สวยและใสมาก มีต้นกำเนิดออกมาจากประเทศลาว ช่วงนั้นเรียกได้ว่า เราสามารถอยู่ได้ด้วยตัวของเราเองแล้ว พออยู่สักสองปี เราก็เริ่มคิดขยับขยายที่ทาง แล้วทางเจ้าของบ้านที่เราเช่าอยู่ก็ไม่อยากให้เราต่อสัญญาเช่าเพราะเห็นว่า เราทำธุรกิจได้เงินดี ประกอบกับตอนนั้นเราก็เริ่มเบื่อเมืองเลย เพราะอากาศเริ่มร้อนขึ้นมาก เราก็เลยตระเวนออกไปดูที่ตามอำเภอต่างๆ เราอยากอยู่ในที่ที่ต้นไม้เยอะๆ เงียบๆ สงบๆ แล้วเราก็มาได้ที่ที่เชียงคาน แปลงปัจจุบันนี้แหละ ซึ่งตรงใจเรามาก เราซื้อตอนนั้นไร่ละสัก 2 หมื่น เราเอาเลย ไม่ต่อซักบาท ทั้งๆ ที่ราคาสองหมื่นตอนนั้นเป็นราคาที่เขาขายที่ได้แพงที่สุดในเชียงคานแล้วนะ"

การทำเกสต์เฮ้าส์แม้จะดูเหมือนไม่มีอะไรมาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ รายละเอียดมากมายที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างรอบคอบก็เล่นเอาคนทำเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด นอกจากเกสต์เฮ้าส์ของน้อยแล้ว ในละแวกเมืองเชียงคานเองก็มีเกสต์เฮ้าส์รายอื่นๆ ตั้งอยู่ประปรายใจกลางตลาด ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นกึ่งไทยกึ่งฝรั่ง ในขณะที่น้อยเลือกทำเกสต์เฮ้าส์แบบเรียบง่าย ร่มครึ้มไปด้วยไม้ดอกไม้ผลของบรรยากาศบ้านสวนอย่างที่ชอบ ผ่านไปได้สักพัก ก็เริ่มขยายขอบข่ายความรู้ของตนโดยการเลือกไปเรียนด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่มหาวิทยาลัยรังสิตเพิ่มเติม พร้อมทั้งลงแรงไปฝึกวิชาและดูงานถึงเมืองภูเก็ตเป็นระยะเวลานาน 2 เดือน ที่นั่น แม้น้อยจะถูกทาบทามให้อยู่ทำงานต่อพร้อมเสนอเงินเดินสูงลิ่วให้เป็นการตอบแทน แต่แทนที่จะรับข้อเสนอนั้น เธอเลือกที่จะเดินทางกลับมาทำเกสต์เฮ้าส์ของตัวเองต่อที่เมืองแสนสงบ-เชียงคาน

"มาถึงตรงนี้ จุดมุ่งมั่นที่อยากทำ คือ พัฒนาการท่องเที่ยวแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นในเชียงคาน เราเห็นว่าแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่มีศักยภาพสูงมาก และมีความรุ่มรวยทั้งในเชิงของความหลากหลายทางชีวภาพและทางวัฒนธรรม ที่นี่มีอะไรให้เรียนรู้มากมาย แถมในละแวกนี้ก็ยังไม่มีใครทำเลยอยากผลักดันแนวคิดนี้ให้เกิดขึ้นจริงๆ มีแต่คนคิดว่าอยากจะหากินกับแม่น้ำโขง หลายคนเห็นแต่เม็ดเงิน แต่ลืมไปว่า แค่เม็ดเงินน่ะไม่พอหรอก ได้มาก็ต้องรู้จักการให้กลับคืนกับแม่น้ำโขงด้วย ต้องช่วยกันดูแล ช่วยกันอนุรักษ์ ถ้าแม่โขงรอด ชีวิตตลอดริมโขงก็รอดด้วย"

จากแนวคิดดังกล่าว เส้นทางการท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่รวบรวมไว้ทั้งความงามของธรรมชาติ ศิลปกรรมและวัฒนธรรมอันหลากหลายถูกบรรจุไว้เป็นโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้

"คุณโรเบิร์ตอยากได้จักรยานด้วย เราอยากให้ส่งเสริมให้มีการเดินทางชมเมืองแบบที่ไม่ก่อมลพิษ ไม่เสียงดัง การปั่นจักรยานชมเมืองจะเป็นการเดินทางที่สงบ เรียบง่ายและค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศรายรอบให้อิ่มเข้าไปถึงหัวใจ นอกจากจักรยาน เราก็ยังลงทุนหาเรือคายัคมาไว้ด้วย เพราะการได้พายคายัคในสายน้ำโขง มันสุขน้อยซะที่ไหนล่ะ"

ภาพเรือคายัคเหลืองสด ลำเรียวยาวพร้อมผู้นั่งหนึ่งหรือสองคน เริ่มกลายเป็นภาพชินตาของคนเชียงคานที่มีบ้านริมฝั่ง อาจเพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยยังไม่ค่อยชินกับการพักตามเกสต์เฮ้าส์ ดังนั้น ลูกค้าของน้อยส่วนใหญ่จึงเป็นชาวต่างชาติที่บอกกันมาปากต่อปากถึงความงามและอัธยาศัยใจคอของเจ้าบ้าน เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเนืองๆ เช่นนี้ น้อยเห็นว่า ภาษาอังกฤษกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่น้อย แม้เธอจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ แต่เธอก็อยากให้มีคนเชียงคานสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัดสินใจทำทัวร์เชิงอนุรักษ์เช่นนี้ และแล้วผู้นำทางนักท่องเที่ยวที่เธอเลือกใช้ก็คือลูกหลานของคนเชียงคานนั่นเอง

"เราออกเสียงตามสายในเมืองว่า บริษัทแม่โขง คัลเจอร์ แอนด์ เนเจอร์ ทัวร์ ของเราเป็นบริษัทที่เปิดใหม่ ต้องการรับสมัครคน เราจะอบรมภาษาอังกฤษให้ มาสอนมาเรียนกันที่บ้านเรานี่แหละ ช่วงตอนเย็นทุ่มถึงสองทุ่ม คนก็แห่กันมาเยอะเลยนะ คนอยากเรียน อยากพูดภาษาอังกฤษ อยากทำงานเป็นไกด์ แต่เราก็จะบอกเขาไปตรงๆ นะว่า บริษัทเราเล็ก เราไม่มีเงินเดือนให้นะ ถ้ามีงานเราก็จะเรียกมา แต่ถ้าไม่มี เขาก็สามารถไปทำงานอื่นได้ ไม่ต้องผูกติดอยู่กับเรา ช่วงนั้นคนที่มาเรียนก็สับเปลี่ยนหน้ากันไปนะ แล้วแต่ว่าเขาว่างมาหรือเปล่า จะมีสัก 5 คนมั๊งที่มาตลอดเลย คนหนึ่งเขาขยันมาก เป็นช่างประกอบโครงรถ เผาข้าวหลามขายด้วย เป็นคนที่มีความคิดดีมากเลย แถมขยันสุดๆ เรียนรู้ได้เร็วมาก อีกคนชื่อ "ดำ" คนนี้รูปร่างหน้าตาดีทีเดียว พูดภาษาอังกฤษชัดแจ๋วเลย และจะมีคำถามมาถามเราตลอดเวลา ส่วน "จ่อยเล็ก" นั่นพูดไม่ค่อยเก่ง พูดไม่ค่อยชัด แต่อยากทำ ตั้งใจทีเดียว "จ่อยใหญ่" นั่นก็เป็นช่างไม้ ยิ้มตลอดเลย คนนี้ไม่พูดมาก แต่ตรงเวลามากๆ เลย"

แม้การลงสนามจริงของบรรดาไกด์ท้องถิ่นเหล่านี้จะยังไม่คึกคัก เพราะน้อยเพิ่งเปิดหน้างานด้านนี้ไม่นาน ลูกค้าก็ยังไม่มาก แต่ความหวังและความตั้งใจของทุกคนก็ยังไม่สูญสิ้น ความพยายามที่จะสื่อสารเรื่องราวของ แม่โขง คัลเจอร์ แอนด์ เนเจอร์ ทัวร์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังเช่นการไปเปิดตัวใน "งานดอกฝ้ายบานที่เมืองเลย" ที่ผ่านมา แม้จะมีคนเดินเข้ามาถามตรงๆ ว่า ของแบบนี้จะขายได้หรือ ใครจะอยากไปดู แพงก็แพง คำตอบหนักแน่นคำเดียวที่น้อยมีให้เขาคือ "ขายได้สิ!"
ภาพของแม่น้ำโขงยาวสุดตาที่มองเห็นได้จากยอดเขา อาทิตย์ส่องแสงระยิบระยับจับผิวน้ำยามเย็น สะท้อนสภาพแวดล้อมที่แตกต่างระหว่างฝั่งไทยและฝั่งลาว เกาะแก่งน้อยใหญ่ที่ชะลอสายโขงเชี่ยวให้ลดแรง ทั้งยังเป็นแหล่งให้ลูกปลาเล็กๆ ได้หลบพักเพื่อเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่งขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อของเชียงคานอย่าง "แก่งคุดคู้" ที่ดูงามและลึกลับ ภาพของคนขายขนมหวานริมทางทอดยาว ชั้นเรียนการทำอาหารไทยและอาหารอิสานที่ลองทำกินกันได้แม้จะมากันเป็นครอบครัว การพายเรือคายัคชมโขง คอร์สอบนวดสมุนไพรและนวดเส้นโดยคุณยายแต้ง ช่างพื้นบ้านที่สืบทอดวิชามาจากพ่อซึ่งเป็นหมอยาโบราณขึ้นชื่อ ภาพการตกปลาตอนกลางคืนของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านที่จะทำเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม โดยชาวบ้านจะพายเรือกันมาเป็นกลุ่มใหญ่แล้วเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อจับปลากันตั้งแต่หัวค่ำยันฟ้าสาง จนกลายเป็นประเพณีการจับปลาของที่นี่ และวังปลาที่ว่าก็ชุกชุมไปด้วยปลานานาชนิดซึ่งมีมากพอให้เรือทุกลำได้ปันปลากลับบ้านไปทำกิน ภาพวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนเผ่าไทดำกลุ่มสุดท้ายที่อพยพมาจากเวียดนามกับผ้าทอลายงามสะท้อนเรื่องราว ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งน้อยเชื่อมั่นว่า "ขายได้" แต่อยู่ในวงเล็บที่ว่า การขายนั้นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการดูรักษาให้ความงามทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมฝั่งโขงยังคงดำรงอยู่อย่างเข้มแข็งตลอดไป

"ในอนาคตนะ เราอยากให้นายอำเภอหรือใครมาดูเรื่องการพัฒนาริมโขงหน่อย ที่นี่มีบ้านไม้สวยๆ เยอะนะ เราไม่อยากให้เขาเอาไปทำอาคารพานิชย์ เราว่า งบประมาณการพัฒนาที่เขาได้มาน่ะ แทนที่จะเอามาสร้างตึกเพิ่มอีก ต้องเอามาทุบตึกพวกนี้ทิ้งให้หมดเลย มันไม่เข้ากับแม่โขงสักนิด เพราะสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้ว คือ บ้านไม้สวยๆ นั่นต่างหากที่เหมาะกับเมืองเชียงคาน เราเป็นคนที่นี่ เรารักที่นี่ เราไม่อยากเห็นเชียงคานกลายเป็นเมืองน่าเกลียดที่เต็มไปด้วยตึก เราอยากเห็นคนท้องถิ่นมีงานทำ เราอยากพัฒนาศักยภาพของเขา ไกด์ที่มาทำงานกับเรา เราก็ไม่มีเงินให้เป็นเงินเดือน แต่เราให้ความรู้ ให้ความฉลาด ฝึกความเป็นผู้นำ ดูแลงานได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะอยู่ติดตัวเขาตลอดไป เราอยากให้ที่นี่ดูดี มีมาตรฐาน ร่มรื่น เราก็จะเริ่มจากงานของเรานี่แหละก่อน เราไม่ขายความหรูหรานะ แต่เราอยากขายความเป็นท้องถิ่น อย่างเล็บมือนางนั่นเราปลูกให้เลื้อยไปเลย เกาะไปตามผนัง หลังคา เป็นสีส้มสวยเชียว อิฐนั่นก็ไม่ต้องทาสี ให้มันเปลือยสวยตามธรรมชาติของมัน แล้วอิฐมันก็ทำให้เย็นอยู่แล้ว ใครมาที่นี่ก็ไม่ต้องเรียกร้องหาแอร์ เราจะไม่ใช้แอร์ให้เปลืองพลังงาน อย่างมากเราก็จะใช้พัดลม เพราะที่เชียงคานนี่อากาศดีอยู่แล้ว หน้าหนาวก็หนาวมาก ไม่รู้จะใช้แอร์ไปทำไม ห้องน้ำก็เปิดหลังคาให้โล่งไปเลย อาบน้ำไป ดูดาวไป สุดจะโรแมนติก ในอนาคตเราอยากติดโซล่าร์เซลล์ด้วยซ้ำ เราอยากทำให้ที่พักของเราเป็นที่พักที่อนุรักษ์พลังงานและใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและรู้ค่ามากที่สุด"

แม้เชียงคานในวันนี้จะยังคงต้องรับมืออย่างหนักกับการพัฒนากระแสหลักและความต้องการอันหลากหลายของนักท่องเที่ยว แต่ในมุมเล็กๆ ของ แม่โขง คัลเจอร์ แอนด์ เนเจอร์ ทัวร์ น้อยกำลังทำงานของเธออยู่อย่างไม่เคยย่อท้อ ความรักและกำลังใจจากครอบครัว กับความต้องการที่จะเห็นบ้านเกิดของเธอเป็นเมืองสงบงาม ผู้คน ธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแม่น้ำโขงดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย คือแรงผลักดันให้เธอมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จ และเชยชมดอกผลของการลงแรงกายแรงใจไปกับงานนี้ในท้ายที่สุด

การเดินทาง

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไป อ. เชียงคาน สามารถทำได้ 2 เส้นทางคือ

  1. ทางรถ คุณสามารถขับรถไปเองโดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-เลย หรือจะอาศัยรถประจำทางของ แอร์เมืองเลย หรือรถ 999 ซึ่งมีทั้งแบบวีไอพี ปรับอากาศชั้น 1 และปรับอากาศชั้น 2 ขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2
  2. ทางอากาศ มีสายการบินของแอร์อันดามัน ซึ่งบินตรงจากกรุงเทพฯ-เลย ทุกวันพุธ ศุกร์ อาทิตย์ สอบถามเวลาบินและราคาได้ที่ โทร. 02-996 9119, 02-229 9555 จากสนามบินเมืองเลยเดินทางต่อโดยทางรถเพื่อไปยังเชียงคานเป็นระยะทาง 45 กิโลเมตร

สอบถามโปรแกรม จองที่พัก หรือต้องการข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณน้อย-จิราพร กันยาดี มาเธอร์ บริษัท แม่โขง คัลเจอร์ แอนด์ เนเจอร์ ทัวร์ โทร. 042-821 457 หรือมือถือ 06-991 0821 อีเมล์: mcn_thailand@hotmail.com แวะชมเว็บไซต์ www.amazingmekong.com