อ่านผลิใบ สมัครสมาชิก โครงการห้องสมุดอุปถัมภ์ ผู้ร่วมสนับสนุน รู้จักกองบรรณาธิการ


น้ำใสใบไม้เขียว

การบำบัดและกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรม
ปิยะมณี โกมลวิทย์ แปลและเรียบเรียง
บริษัทยูโนแคลไทยแลนด์ เอื้อเฟื้อข้อมูล


แม้ว่าการนำหลัก 4 R (reduce / reuse / recycle / recover ดังรายละเอียดที่นำเสนอในผลิใบ ฉบับที่ 54) เพื่อไปปรับใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อลดปริมาณกากของเสียที่เกิดขึ้นแล้วก็ตาม ยังคงมีกากของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตที่ต้องการการบำบัดและกำจัดทิ้ง กรรมวิธีที่ใช้ในการบำบัดและกำจัดกากของเสียแต่ละชนิดนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมและขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสูงสุดในการจัดการ ซึ่งควรพิจารณาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่สามารถปฏิบัติได้จริงบนพื้นที่

5.1 การบำบัดขั้นต้น

การบำบัดขั้นต้นเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการปรับสภาพกากของเสียก่อนที่จะส่งไปทำการบำบัดจริง การกำจัด หรือส่งจัดเก็บก่อนนำส่งไปกำจัด การทำบำบัดขั้นต้นให้ผลดังนี้

  • ลดความอันตรายของกากของเสียอันตรายนั้น เช่น การปรับเสถียรเพื่อให้มีความเป็นกลางมากขึ้น จาก pH 2 เป็น pH6
  • ลดปริมาณกากของเสีย เช่น การยุบกล่องกระดาษหรือกระป๋องน้ำอัดลมก่อนนำไปเก็บรอขาย
  • ปรับสถานะให้เหมาะแก่การนำไปกำจัด เช่น การแยกเศษโลหะและสารละลายที่ได้จากการชุบโลหะออก เพื่อแยกบำบัด

วิธีการบำบัดขั้นต้นที่นำมาเสนอให้ผู้กำเนิดกากของเสียพิจารณานี้ ไม่ได้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจหรือสามารถนำไปใช้ได้กับทุกโรงงาน หากเป็นทางเลือกที่มีอยู่และอาจนำไปปรับใช้ได้ในอนาคต

  1. การอัดหรือตัดให้มีขนาดเล็กลง
    การอัดหรือตัดให้มีขนาดเล็กลงเป็นวิธีการที่ทรงประสิทธิภาพในการลดปริมาตรของขยะ ขยะที่ถูกตัด
    เป็นชิ้นเล็กๆ เช่น กระดาษ พลาสติกและถังเหล็ก จะถูกส่งต่อยังกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ ขยะที่ถูกอัดให้มีขนาดเล็กลง หากไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ก็จะถูกนำไปฝังกลบ
  2. การขจัดน้ำออก
    การขจัดน้ำออกเป็นกรรมวิธีในการแยกน้ำออกจากจากขยะเหลวที่มีปริมาณน้ำสูง เช่น ขยะแห้งที่ถูก
    ขจัดน้ำออกต้องส่งต่อไปรับการจัดการอย่างถูกต้องและอาจถูกกำจัดในภายหลัง น้ำที่ได้จากกระบวนการนี้อาจต้องได้รับการจัดการก่อนที่จะส่งไปยังกระบวนการใช้เวียน หรือปล่อยทิ้งในบ่อบำบัดน้ำเสีย การขจัดน้ำออกเป็นกรรมวิธีในการลดปริมาตรกากของเสียที่อยู่ในระบบและสามารถขนย้ายได้ง่ายขึ้น เช่น น้ำเสียจะมีผงดินปนอยู่เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำ การขจัดน้ำออกจากน้ำเสียเป็นกรรมวิธีในการปรับสภาพน้ำเสียนั้นให้เหลือผงแห้งๆที่สามารถส่งไปกำจัดในหลุมฝังกลบได้ตามที่กฎหมายอนุญาต การเผานั้นสามารถนับเป็นกรรมวิธีในการขจัดน้ำออก

    กรรมวิธีในการขจัดน้ำออก เช่น การกรอง การปั่นแยกและการทิ้งให้ตกตะกอน ปัจจุบัน มีการพัฒนา
    เพื่อหาประดิษฐ์เทคโนโลยีใหม่ๆใช้ในการขจัดน้ำ เช่น เครื่องกรองน้ำแบบเคลื่อนย้ายได้ สามารถเช่าใช้ได้จากบางบริษัท

  3. การล้างภาชนะบรรจุกากของเสีย
    ถังเปล่าที่เคยใส่สารอันตรายนั้นอาจก่อให้เกิดผลลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เท่าเทียมกับสารอันตราย
    ดังนั้น เมื่อต้องใช้สารอันตรายในกระบวนการผลิต ควรใช้ให้หมด ไม่ควรให้เหลือตกค้างในถังเหล็กหรือถังพลาสติก
  4. การทำให้แห้ง
    การทำให้แห้งเป็นการบำบัดขั้นต้นในลักษณะเดียวกับการแยกน้ำ ซึ่งเป็นการแยกอนุมูลของน้ำให้
    ระเหยเป็นไอออกจากขยะ กรรมวิธีในการทำให้แห้งที่นิยมกัน คือการใช้แผ่นคอนกรีต ซึ่งสามารถดึงน้ำออกจากน้ำเสียได้จำนวนมาก หากได้ใช้อย่างถูกต้อง ซึ่งอบแยกน้ำนี้ต้องได้รับการออกแบบไม่ให้น้ำสามารถซึมออกมาได้ในภายหลัง
  5. การกรอง
    กากของเสียอุตสาหกรรมที่เป็นน้ำเสียหรือมีของเหลวเจือปนเป็นส่วนใหญ่นั้น สามารถทำการบำบัดขั้น
    ต้นได้ด้วยการกรอง ซึ่งกากของเสียที่กรองออกมาได้นั้นจะถูกกำไปกำจัดในภายหลัง และน้ำเสียที่เหลืออาจส่งไปบำบัดที่บ่อบำบัดน้ำเสียได้โดยตรง ซึ่งเป็นการลดปริมาตรกากของเสียอันตรายที่ต้องกำจัด ทว่า ไส้กรองที่ใช้กรองแยกขยะอันตรายจัดว่าเป็นกากของเสียอันตรายเช่นกัน นอกจากว่าไส้กรองนั้นสามารถนำไปล้างและอบแห้งก่อนนำกลับมาใช้งานใหม่ได้

    กากของแข็งที่กรองออกมาได้และไส้กรองที่ใช้ในการแยกขยะต้องผ่านการทดสอบว่าเป็นขยะอันตราย
    หรือไม่
  6. การบำบัดไส้กรองขั้นต้น
    ไส้กรองที่ช้ในกระบวนการแยกกากของเสียอันตรายจากกากของเสียทั้งหมดต้องได้รับการบำบัดขั้นต้น
    ก่อนที่จะส่งไปหลุมฝังกลบ การบำบัดขั้นต้นนั้นรวมถึงการทิ้งให้แห้ง การล้าง และการอบไอน้ำไส้กรองเป็นการกำจัดสารประกอบไฮโดรคาร์บอนหรือสารอันตราย ก่อนที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ กระบวนการนี้มีความใกล้เคียงกับการอัดกรอง ซึ่งน้ำชะล้างต้องนำไปทำการแยกบำบัด
  7. การปรับเสถียร
    กากของเสียที่มีค่าความเป็นกรดสูง (pH น้อยกว่า 5.5) หรือมีค่าความเป็นด่างสูง (pH มากกว่า 9.0)
    ต้องได้รับการปรับเสถียรก่อนจะนำไปกำจัด เช่น การปรับเสถียรในการบำบัดขั้นต้นเป็นการลดคุณสมบัติในการกัดกร่อนของกากของเสียนั้น กากของเสียอาจมีส่วนประกอบของกรดชนิดต่างๆ ด่าง น้ำชะล้าง โคลน เศษโลหะ และน้ำยากัดสนิม การปรับเสถียรหรือการปรับสถานะนั้นใช้เกลือที่ไม่ละลายน้ำ และไม่เปลี่ยนละลายในด่างซึ่งเป็นส่วนประกอบของเกลือนั้น เนื่องจากของกากของแข็งเอื้อในการทำการฝังกลบและน้ำเสียที่เกิดขึ้นสามารถปล่อยทิ้งในบ่อน้ำใต้ดินได้ หากโรงงานมีกากของเสียที่เป็นทั้งกรดและด่าง อาจนำของเสียทั้งสองชนิดมาผสมกัน เพื่อใช้เป็นการปรับเสถียรได้

วิธีการบำบัดและการกำจัด
ปัจจุบัน สถานรับกำจัดและวิธีการในการบำบัดกากของเสียในประเทศไทยยังจำกัด ดังนั้นยูโนแคลจึง
ได้ปรับใช้กรรมวิธีในการบำบัดหลายอย่างร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดต่อสิ่งแวดล้อมจากการบำบัดและกำจัดกากของเสียอย่างประสิทธิภาพ

  1. การฉีดลงบ่อน้ำลึก
    ยูโนแคลมีนโยบายว่า สารเคมีและน้ำเสียที่เกิดขึ้นที่มีฤทธิ์เป็นกรดนั้นจะถูกบำบัดด้วยวิธีการทางเคมี
    ซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐบาลก่อนดำเนินการ
  2. การเผาในโรงงาน
    กากของเสียอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่กากของเสียอันตรายจะถูกเผาทิ้งในโรงงาน
  3. ส่งเสริมการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
    กากของเสียอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้กากของเสียอันตรายที่ไม่สามารถเผาที่แท่นเจาะน้ำมัน เช่น เศษโลหะ
    จะถูกส่งมายังผู้รับเหมาเพื่อนำไปทำการกำจัด
  4. จัดเก็บรอการบำบัดขั้นสูงและกำจัดที่สถานบำบัดของเสียในอนาคต
    ยูโนแคลคาดว่าจะมีการก่อตั้งโรงงานกำจัดและบำบัดกากของเสียอุตสาหกรรมในระยะเวลาไม่นาน
    ดังนั้น กากของเสียอันตรายที่ไม่สามารถกำจัดได้จะถูกส่งไปทำการจัดเก็บบนฝั่ง
  • ยูโนแคลไทยแลนด์ สัญญาที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อมและตระหนักถึงความทุ่มเทของพนักงานและผู้รับ
    เหมาในการรักษาสมดุลระหว่างการดำเนินการผลิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพัฒนาแบบยั่งยืนของบริษัทแม่และสำนักงานในประเทศไทย
  • ยูโนแคลไทยแลนด์ เป็นบริษัทลูกของบรรษัทยูโนแคล และเป็นบริษัทแรกที่ได้รับสิทธิในการสำรวจ
    ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2505 บริษัท ยูโนแคลได้ทำการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติ ก๊าซเหลวและน้ำมันดิบในอ่าวไทย