อ่านผลิใบ สมัครสมาชิก โครงการห้องสมุดอุปถัมภ์ ผู้ร่วมสนับสนุน รู้จักกองบรรณาธิการ


เวทีผลิใบ

"เวทีผลิใบ" เปิดคอลัมน์ต้อนรับผลงานเขียนของน้องๆ และเพื่อนนักอ่านทุกวัย หากใครมีผลงานเขียนที่ยังไม่เคยตีพิมพ์ที่ใด หรือพร้อมที่จะสร้างสรรค์งานเขียนชิ้นใหม่ ขอเชิญร่วมส่งมาแบ่งปันกันอ่านได้ที่หน้ากระดาษแห่งนี้ ผลิใบยินดีพิจารณาค่าตอบแทนให้ตามสมควร หากผลงานชิ้นนั้นได้รับการตีพิมพ์

ผลงานในครั้งนี้ยังคงต่อเนื่องจากฉบับที่แล้ว เป็นงานเขียนของน้องๆ โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จังหวัดพัทลุง ซึ่งได้เก็บเกี่ยวเรื่องราวรอบตัวมานำเสนอในรูปแบบเรื่องเล่าสั้นๆ ที่แฝงไว้ด้วยข้อคิดสอนใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

นกกระจาบทำรัง
บ่ายวันหนึ่งฉันชวนน้าไปหารังนกกระจาบ น้าถามฉันว่า จะหารังนกกระจาบไปทำไม ฉันบอกน้าว่า จะเอามาผูกไว้กับกิ่งไม้ที่หน้าบ้าน ในที่สุดฉันกับน้องชวนกันออกไปหารังนกกระจาบ เดินไปจนถึงต้นไทรต้นหนึ่ง มองขึ้นไปก็พบรังนกกระจาบ มันสวยมาก เป็นเหมือนมงกุฎมีรูข้างใต้ พอฉันเดินเข้าไปดูใกล้ๆ แม่นกก็บินออกมา ฉันล้วงเข้าไปข้างในรัง มีไข่อยู่ 3 ฟอง ฉันกับน้องคิดจะปลดรังของมันมาไว้ดูเล่น แต่คิดไปคิดมา ก็เปลี่ยนใจปล่อยรังไว้อย่างนั้น แล้วเราก็พากันกลับบ้าน เมื่อมาถึงบ้าน ฉันและน้องนั่งเล่นพักเหนื่อยใต้ต้นไม้ข้างบ้าน ฉันเห็นนกตัวหนึ่งกำลังคาบเศษหญ้าและกิ่งไม้เล็กๆ นกตัวนั้นฉลาดมาก มันนำเศษหญ้ามาเรียงซ้อนกันอย่างสวยงาม ฉันได้เห็นรังของมันค่อยๆ สูงขึ้น ฉันจึงบอกกับน้องว่า จะไม่ไปหารังนกอีกแล้ว เพราะกว่าที่นกจะทำรังเสร็จ มันคงเหนื่อยมาก เราไม่ควรไปทำลายรังของมัน ลองคิดว่า ถ้าเราเป็นนก แล้วมีคนมาทำลายรังของเรา เราจะโกรธพวกเขาไหม
ด.ญ.จุรีมาศ ศรีหมุน
มัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จ.พัทลุง

เจ้าเอี้ยงในสวนหลังบ้าน
รุ่งเช้าวันนั้นตื่นขึ้นมาอากาศแจ่มใส มีแดดอ่อนๆ ฉันได้ยินเสียงนกร้อง ไม่อยากเชื่อว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของนก เพราะเสียงที่ได้ยินนั้นไพเราะมาก มันเป็นเสียงที่แหลม ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นนกอะไร จึงเดินออกมาดู ทันใดนั้นมีเด็กคนหนึ่งวิ่งมา ในมือถือหนังสติ๊กมาด้วย เด็กคนนั้นหวังจะยิงนกตัวนั้นให้ตาย ฉันจึงห้ามเอาไว้ร้องว่าอย่ายิงนกในสวนหลังบ้านของฉัน เด็กคนนั้นก็ไม่ยิงและวิ่งหนี ฉันไล่ตามเด็กคนนั้นไป และก็ไล่ทันเสียด้วย ฉันจึงพาเขามาที่สวนหลังบ้าน และบอกเขาว่าคราวหน้าคราวหลังอย่ามายิงนกในสวนหลังบ้านของฉันอีก เพราะนกมันก็รักชีวิตเหมือนเรา และอีกอย่างปล่อยให้มันอยู่กับธรรมชาติอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว มันน่ารักดี และยังทำให้ป่าไม่เงียบเหงาด้วย ฉันยังบอกอีกว่า ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็แล้วแต่ ก็ไม่ควรจะไปยิงมัน ขอให้จำไว้ จงรู้จักความเมตตาต่อสัตว์ ฉันพูดจบเด็กคนนั้นก็พยักหน้าและเดินจากไป ซึ่งฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ต่อไปเขาจะทำอีกหรือไม่
น.ส.วรรณิศา ดีสุก
มัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จ.พัทลุง

สวนหย่อมหน้าบ้าน
ในบ่ายของวันเสาร์ ด้วยความที่ฉันเห็นตรงหน้าบ้านมีพื้นที่โล่งๆ อยู่และมีแสงแดดส่องมาก และไม่มีลมพัดเลย ฉันนึกสนุกขึ้นมาจึงชวนพ่อปรับปรุงพื้นที่หน้าบ้าน อันดับแรกฉันกับพ่อช่วยกันปลูกต้นไม้ใหญ่ก่อนเพื่อให้เป็นร่มเงา และตามด้วยต้นไม้ต้นเล็กๆ เช่น ต้นเทียนทอง ต้นข่อย ต้นบานบุรี จากนั้นเราก็นำดอกไม้สีสวยๆ มาปลูกแซม ในพื้นที่ที่ยังว่างอยู่ พ่อทำแคร่ไว้นั่งเล่นตัวหนึ่ง เราช่วยกันรดน้ำต้นไม้เหล่านั้นและดูแลรักษาต้นไม้ที่เราปลูกไว้ให้ดี ทำให้เรามีพื้นที่ไว้สำหรับนั่งเล่นยามบ่าย ฉันดีใจมากที่ได้สร้างสวนนี้ขึ้น
ด.ญ.อรดา ยอมนวล
โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จ.พัทลุง

นกกระจอกอพยพ
เช้านี้อากาศสดชื่นบริสุทธิ์ ฉันออกสำรวจท้องทุ่งกับยาย ทุ่งนามีข้าวสีเหลืองทองเหมาะแก่การเก็บเกี่ยว ฉันมองดูรวงข้าวที่มีสีเหลืองทอง มองไปทั่วทุ่งนา และแล้วฉันก็เห็นนกกระจอกฝูงหนึ่ง อาศัยอยู่ในทุ่งนา ใช้รวงข้าวและฟางทำเป็นรัง ฉันจะเดินไปที่ท้องนาทุกวันเพื่อเฝ้าดูนกกระจอก ซึ่งเป็นเสมือนเพื่อนรักของฉัน และแล้ววันที่ฉันไม่ต้องการให้มาถึงก็กลับมาถึงจนได้ วันที่รวงข้าวสีทองที่สุกเต็มที่แล้วจะถูกเก็บเกี่ยว นกกระจอกที่อาศัยอยู่ในท้องทุ่งก็ต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น ซึ่งต้องเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับมัน ฉันจะจดจำมันไว้ในความ ทรงจำของฉันตลอดไป
ด.ญ.ชุดาภรณ์ เกิดแก้ว
มัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จ.พัทลุง

ป่าคือชีวิต
ป่าไม้มีความสำคัญต่อคนเรามาก ถ้าไม่มีป่าก็คงจะไม่มีต้นไม้ สัตว์ป่า แม่น้ำลำธาร ฝนก็คงไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้เกิดความแห้งแล้ง ขาดความสมดุลทางธรรมชาติ สัตว์ป่าก็สูญพันธุ์ ไม่มีอากาศบริสุทธิ์ ในเมื่อเรามีแม่น้ำลำธาร เราก็ไม่ควรทิ้งขยะและของเน่าเสียลงแหล่งน้ำ เพราะจะทำให้น้ำเน่า นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ นอกจากนั้น เราไม่ควรตัดไม้ทำลายป่า เพราะป่าเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด ไม่ใช่เฉพาะแต่สัตว์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ถ้าหากไม่มีป่า คนเราก็ไม่มีอากาศสำหรับหายใจ ไม่มีน้ำสำหรับความชุ่มชื้น พืชผักที่ปลูกไว้ก็จะเหี่ยวเฉา เหตุที่ไม่มีน้ำ ไม่มีป่า ก็เพราะป่าไม้ถูกทำลาย ทุกคนคงจะเห็นความสำคัญของป่าไม้แล้วว่ามีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของคนและสัตว์มากแค่ไหน สุดท้ายนี้ขอบอกเพื่อนๆ ว่า ถ้าไม่มีป่าไม้ เราคงอยู่ไม่ได้ เราจึงควรช่วยกันปลูกป่าและรักษาต้นน้ำลำธารไว้ เพื่อที่เราจะได้มีอากาศที่สดชื่นแจ่มใสทุกวัน
ด.ญ.พรริษา สุขสงวน
มัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จ.พัทลุง