อ่านผลิใบ สมัครสมาชิก โครงการห้องสมุดอุปถัมภ์ ผู้ร่วมสนับสนุน รู้จักกองบรรณาธิการ


กระแสสีเขียว
ข้อมูลข่าวสารสมัยใหม่
สื่อกลางระหว่างสังคมโลกและสิ่งแวดล้อม
นุศจี ทวีวงศ์ เรื่อง
กองบรรณาธิการ ภาพ

เพียงแค่หมุนรอบตัว เราจะพบว่า การสื่อสารและข้อมูลข่าวสารในสารระบบต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญในสังคมปัจจุบันอย่างปฎิเสธไม่ได้ ทั้งที่เราต่างรู้กันดีว่า สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ บนโลกใบนี้ ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม และนับวันยิ่งทวีคูณมากขึ้น

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคศตวรรษใหม่ มีการนำเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่มาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการสื่อสารข้อมูลมากขึ้น ส่งผลให้รูปแบบการดำเนินชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ทุกวันนี้โลกของการสื่อสารได้แผ่อิทธิพลครอบคลุมในหลายประเทศทั่วโลก

ยิ่งข้อมูลข่าวสารสำคัญมากเท่าใด และยิ่งมนุษย์ต้องการตอบสนองชีวิตสมัยใหม่มากขึ้น การผลาญและทำลายทรัพยากรก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ผลดีของเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้เราทราบถึงสถานการณ์ความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบโลก นี่คือเหรียญสองด้านที่สังคมโลกต้องยอมรับและเรียนรู้อย่างเท่าทัน

ก้าวแรกของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากข้อมูลข่าวสาร
มิติของการสื่อสารกับสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องกัน ยกตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรม เช่น การใช้กระดาษเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสื่อสาร ในความเป็นจริง กระบวนการผลิตเยื่อกระดาษไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าในโลก หากยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งในส่วนของอากาศและทรัพยากรน้ำ

กระบวนการผลิตกระดาษหนึ่งตันจะต้องใช้ต้นไม้เป็นวัตถุดิบประมาณ 2-3.5 ตันในโรงเลื่อย นอกจากนี้ยังต้องใช้พลังงานเชื้อเพลิง น้ำ และสารเคมีจำพวกคลอรีนในฟอกกระดาษให้ขาว กระดาษยิ่งขาวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวการก่อให้เกิดภาวะการพังทลายของหน้าดินและพันธุ์ไม้บางชนิดสูญพันธุ์ รวมทั้งกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงและเตาเผาขยะยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดแนวคิดการลดปริมาณการใช้กระดาษให้น้อยลง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสื่อสารมาใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือมากขึ้น หลายคนขานรับว่านี่คือทางเลือกใหม่ ทว่าในความเป็นจริง เทคโนโลยียังมิใช่คำตอบเบ็ดเสร็จในการบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะทุกวันนี้สังคมกำลังเผชิญกับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน

โลกใหม่ภายใต้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารและข้อมูล
เมื่อโลกก้าวสู่ยุคข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ คลื่นลูกใหม่ในศตวรรษที่ 19 ก็คือการใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมโยงในการติดต่อสื่อสารกับเครือข่ายโทรศัพท์และโทรทัศน์ ส่งผ่านข้อมูลภาพ เสียง ในรูปแบบของคลื่นระบบดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ดาวเทียม โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เทคโนโลยีเหล่านี้ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย กระทั่งบางครั้งกลายเป็นความฟุ่มเฟือยที่เกินความจำเป็น

เบื้องหลังการผลิตเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร อาทิ การผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะต้องใช้พลังงานและน้ำ รวมทั้งการผลิตสื่อนำไฟฟ้าในลักษณะของชิพซิลิคอน ซึ่งต้องใช้พลังงานและน้ำในปริมาณที่มากกว่าโรงงานผลิตสื่อนำกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีปริมาณการผลิตแผ่นชิพหนา 8 นิ้ว หากมีการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์สื่อสารจำพวกชิพซิลิคอนจำนวน 5,000 แผ่นต่อสัปดาห์ จะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำในปริมาณเท่ากับที่ใช้ในเมืองเล็กๆ หนึ่งเมืองเลยทีเดียว

ทว่าในความเป็นจริง กระดาษก็ยังเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์ ในปีค.ศ. 1998-1999 ปริมาณการใช้กระดาษต่อคนเพื่อการพิมพ์และการเขียนในประเทศอุตสาหกรรมสูงถึง 24 % จากที่คาดการณ์กันว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะช่วยลดการใช้กระดาษลง แต่กลับทำให้ปริมาณความต้องการเพื่อการบรรจุหีบห่อเพิ่มมากขึ้น

ตลอดเวลาการใช้งานของเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ดาวเทียม โทรทัศน์ หรืออุปกรณ์เพื่อการสื่อสารอื่น ๆ ล้วนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติในโลก ทั้งส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่และการสูญสลายของสิ่งแวดล้อม ทั้งในส่วนของกระบวนการผลิต และการกำจัดของเสีย ในแต่ละวันเรายังใช้เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
หลายประเทศได้พยายามแก้ปัญหาที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารเหล่านี้ เช่น

  • ในปีค.ศ. 1995 สหภาพยุโรปได้พิจารณาร่างคำสั่งเกี่ยวกับการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลับมาใช้ ห้ามมิให้มีการใช้สารพิษ เช่น ปรอท แคดเมียม สารประกอบของโครเมียมและฉนวนกันไฟที่ผลิตจากโบรมิเนต ในสินค้าที่เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ที่จะผลิตในปีค.ศ. 2004 ผู้ผลิตต้องลงทุนในระบบการจัดเก็บและผู้ขายต้องนำอุปกรณ์เหล่านั้นกลับคืนมาเมื่อมีผลิตภัณฑ์ใหม่และจะต้องนำวัตถุดิบกลับมาประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอีกครั้ง
  • ออสเตรีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สวีเดน สวิสเซอร์แลนด์ ไต้หวันและอังกฤษ สนับสนุน โครงการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลับมาใช้
  • ในปี ค.ศ. 1998 ไต้หวันได้เริ่มนำเอาระบบของคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบ้าน ที่สามารถนำกลับมาผลิตได้อีกครั้งมาใช้ ซึ่งผู้ค้าปลีกต้องยอมรับตัวสินค้าใช้แล้ว
  • ในปีค.ศ. 1999 ประเทศออสเตรเลียได้ประกาศแผนงานแห่งชาติเกี่ยวกับการนำแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือที่ใช้แล้วกลับมาผ่านกระบวนการผลิตอีกครั้ง

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการส่งข้อมูลข่าวสารเพื่อสิ่งแวดล้อม
เราพบว่า ในโลกสมัยใหม่เทคโนโลยีจำพวกอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ ทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในทุกรูปแบบเกิดความรวดเร็วขึ้นกว่าในอดีต ข้อมูลข่าวสารทางด้านสิ่งแวดล้อมก็เช่นกัน เครือข่ายการทำงานอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้นักวิจัยและผู้ประกอบการสามารถทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ และยังช่วยส่งผ่านข้อมูลไปยังพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลอีกด้วย
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภท ช่วยให้ผู้ใช้เกิดความสะดวกสบายในการรวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ จัดสรร และเผยแพร่ข้อมูล เมื่อการพัฒนาเทคโนโลยีดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพ ย่อมทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้

นอกจากนี้ เทคโนโลยีบางจำพวก เช่น คอมพิวเตอร์ หรือดาวเทียมซึ่งทำหน้าที่รับส่งสัญญาณการเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่า หรือเครื่องตรวจวัดปริมาณพื้นที่แถบขั้วโลกเหนือ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นเครื่องมือสำคัญช่วยให้นักวิจัยสามารถศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว เอื้อประโยชน์ต่อการวางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

ปัจจุบันมีการใช้ดาวเทียม คอมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อๆ ว่า GIS (Geographic Information System) เพื่อเป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภาคพื้นดินและชั้นบรรยากาศ เป็นฐานข้อมูลที่ช่วยให้นักวิจัยใช้พยากรณ์เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อธรรมชาติ โดยสามารถระบุถึงสถานที่ที่ยังมีแหล่งทรัพยากรที่มีความอุดมสมบูรณ์หรือกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวางแผน เพื่อหาแนวทางการจัดการแก้ไขปัญหา โดยส่งผ่านข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ และแปรผลจากสัญญาณดาวเทียมเพื่อนำไปวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งจะช่วยให้นักวิจัยทราบถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับธรรมชาติ

นอกจากนี้ดาวเทียมยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ต่างๆ ที่เข้าถึงได้ยาก เช่น ชั้นบรรยากาศที่อยู่ไกลออกไป หรือส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร พื้นที่แถบขั้วโลก ฯลฯ ต่อมาได้มีพัฒนาดาวเทียมเพื่อเก็บข้อมูลและตรวจจับความร้อนและพลังงานที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้อีกด้วย

นี่เป็นความพยายามอีกทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารที่ทำให้เรารู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของโลก และที่สำคัญจะช่วยให้เราสามารถรู้ทันว่าควรจะแก้ปัญหาได้อย่างไร

แม้ว่าเครือข่ายเทคโนโลยีการสื่อสารจะเป็นสารระบบที่ทำให้เราทุกคนรับรู้เรื่องราวได้มากมายในยุคเทคโนโลยี แต่ถึงกระนั้นกระดาษก็ยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสารระบบแบบเดิมที่สามารถสื่อสารถึงคนอ่านได้ง่ายดายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดๆ ในการสื่อสารข้อมูลดังที่กล่าวมาทั้งหมด นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากขบวนการสื่อสารนั้นจะถูกมองข้าม ตรงกันข้ามมันจะยังคงเป็นประเด็นที่จะต้องหาแนวทางการแก้ไขให้เร็วที่สุด และเท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงทุกวันทุกเวลา

แนวทางการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมใดๆ ก็ตามล้วนต้องเริ่มต้นจากคนทุกคน นับตั้งแต่คิด ผลิต และการนำมาใช้ หากเรามีจิตสำนึก ตระหนักรู้ มีความรับผิดอย่างจริงจัง อย่างน้อยปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้สื่อและข้อมูลมากเกินไปก็อาจจะลดลงได้ไม่มากก็น้อย