รากแก้วเล่าเรื่อง

อ่านผลิใบ สมัครสมาชิก โครงการห้องสมุดอุปถัมภ์ ผู้ร่วมสนับสนุน รู้จักกองบรรณาธิการ

คน ช้าง
บนดินผืนเดียวกัน




แทนคุณ และกระวานไพร
เรื่อง / ภาพ




ลุงบุญมี สินแท้ กับลีลาเป่านกหวีดตีฉิ่ง หนึ่งในวิธีการไล่ช้าง

ลุงบุญมี สินแท้ เป็นเกษตรกรชาวบ้านในพื้นที่บ้านป่าแดง ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พื้นที่บริเวณด้านทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งประสบปัญหาช้างป่าบุกเข้ามาในพื้นที่เพื่อกินพืชผล เช่น กล้วย สับปะรด มะพร้าว ฯลฯ ซึ่งเป็นพืชไร่ที่ชาวบ้านแถบนั้นนิยมปลูก

หลายคนมักตั้งคำถามทำนองเดียวกันว่า ทำไมลุงบุญมีจึงไม่หนีหรือย้ายถิ่นทำมาหากิน แต่กลับอดทนและยืนหยัดต่อสู้อย่างกล้าหาญ ลุงบุญมีได้แต่บอกเพียงว่า ช้างป่าไม่ใช่ศัตรู การมองช้างเป็นศัตรูเป็นเรื่องที่ผิด เพราะไม่ว่าช้างหรือคนต่างก็ต้องการบ้านและที่ทำมาหากิน ทั้งช้างและคนต่างก็อยู่อาศัยบนดินและป่าแห่งนี้มานาน การเผชิญหน้ากับช้างป่าเป็นเพียงรสชาติของชีวิตที่มาบรรจบบนเส้นทางเดียวกัน นั่นคือความคิดของลุงมีและชาวบ้านส่วนใหญ่ในแถบนั้น

อย่างไรก็ดี ข่าวคราวที่เคยปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์สะท้อนให้เห็นความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งคือ ช้างป่าที่ลงมากินพืชผลของชาวบ้านนั้น บางตัวต้องจบชีวิตลงอย่างน่าใจหาย บ้างก็ถูกไฟฟ้าช๊อต ถูกรถชน หรือไม่ก็ถูกวางยาและถูกยิงได้รับบาดเจ็บจนถึงแก่ความตาย ทั้งนี้อาจเกิดขึ้นได้จากความตั้งใจหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้กระทำ เพียงเพราะต้องการขับไล่ช้างให้ออกไปพ้นจากพื้นที่เกษตรกรรม เพราะถ้าหากผลผลิตสูญเสียมากเท่าใด นั่นหมายถึงรายได้ของครอบครัวก็ต้องหายไปด้วย

ลุงบุญมีเป็นคนหนึ่งที่มีแนวทางและความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาอย่างสันติ ลุงคิดค้นและประยุกต์วิธีการต่างๆ หลากหลายวิธี เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับไล่ช้างให้ออกไปจากไร่ของลุง โดยที่ไม่ได้ทำให้ช้างได้รับบาดเจ็บหรือล้มตาย เพียงแต่ใช้ "เสียง" เป็นตัวไล่ช้างให้ออกห่างจากพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนเท่านั้น

บริเวณบ้านและพื้นที่ไร่ของลุงบุญมีเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือในการป้องกันช้างป่าหลายแบบ เช่น หอดูช้างที่ลุงลงมือสร้างไว้บนต้นไม้ ลักษณะคล้ายนั่งร้านของพราน ลุงบุญมีบอกว่าบางช่วงเวลาที่ช้างป่าออกมาติดๆ กัน ลุงต้องขึ้นไปนอนเฝ้าอยู่บนหอเสมอ เพราะบนที่สูงจะช่วยให้เห็นโขลงช้างได้ดีขึ้น ทั้งไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกช้างทำร้าย ลุงบุญมีจะมีอาวุธที่เน้นทำให้เสียงดัง เช่น พลุ ปะทัด ไซเลน ระฆัง ฉิ่ง หรือสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถทำให้เกิดเสียงดังหรือให้แสงสีสดๆ เพราะจะทำให้ช้างตกใจและหนีกลับเข้าป่า ในขณะที่รอบๆไร่ก็มีเส้นลวดขึงเป็นแนวกระแสไฟ กำแพงไฟฟ้าแบบนี้มีอยู่ทั่วหมู่บ้าน ลุงมีบอกว่าเครื่องมือและอุปกรณ์ทุกอย่างต้องใช้สลับกันไป เพราะช้างเป็นสัตว์ที่เรียนรู้ได้เร็ว การใช้วิธีซ้ำๆ บ่อยๆ จะไม่ได้ผล

ก่อคเณศ รุ้งสันเทียะ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครโครงการป่ายัง ช้างอยู่ คู่คน ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของลุงบุญมีไว้ในงานเขียนเรื่อง "คนช้างป่า : เรื่องราวการทำงานเกี่ยวกับช้าง" ไว้อย่างน่าตื่นเต้นว่า ตามปกติแล้วช้างป่ามักเข้ามาหากินพืชผลในไร่ของลุงบุญมีเป็นประจำ และมักเข้าทางท้ายไร่ ลุงบุญมีจึงต้องหาวิธีป้องกันด้วยการทำแผงลวดช๊อตไฟฟ้า เว้นช่วงห่างเอาไว้สี่ช่วง และแล้วในคืนหนึ่งของเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2546 ประมาณสามทุ่ม หรือ 21 นาฬิกา ช้างป่ามากกว่าสิบตัวพยายามหาทางเข้าไปยังพื้นที่ไร่ของลุงบุญมีทางด้านท้ายไร่ อาจเป็นเพราะกลิ่นหอมของพืชผลที่กำลังออกดอกออกผลชวนลิ้มลองนั้น ทำให้ช้างพยายามหาทางเข้ามาในไร่ของลุง เสียงหักไม้ดังโครมครามมาจากท้ายไร่ จากนั้นก็เงียบหายไปประมาณ 2 ชั่วโมง ขณะนั้นลุงบุญมีคิดในใจว่าช้างป่าโขลงดังกล่าวคงกลับไปหมดแล้ว ลุงบุญมีจึงควบมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกไปซื้อหาเครื่องดื่มชูกำลัง จนกระทั่งเมาได้ที่และผล็อยหลับไป

เมื่อลุงบุญมีตื่นขึ้นมาตอนเช้า ลุงรีบออกสำรวจความเสียหายทางด้านท้ายไร่ ลุงคิดในใจว่า ช่างโชคดี ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ครั้นเมื่อมองไปด้านหน้าบ้านซึ่งติดกับถนน ลุงบุญมีแทบล้มทั้งยืน เพราะพืชผลชนิดต่างๆ ที่ปลูกไว้ เช่น กล้วย ขนุน มะม่วง ถูกช้างป่าทำลายเสียหายล้มระเนระนาด ที่เป็นเช่นนี้เพราะช้างไม่ได้เข้ามาทางท้ายไร่ดังเช่นเคย แต่กลับเข้ามาทางหน้าบ้านที่ติดกับถนน บทเรียนนี้ทำให้ลุงบุญมีเรียนรู้ว่า ช้างเป็นสัตว์แสนรู้ ฉลาดและมีพัฒนาการไม่ด้อยกว่ามนุษย์เลยสักนิด

ลุงบุญมียังเล่าเสริมต่ออีกว่า ช้างเรียนรู้ว่าตรงไหนที่มีลวดไฟฟ้าก็จะเดินเลี่ยง หรือไม่ก็จะหักกิ่งไม้ใหญ่ๆ พาดไปบนลวดไฟฟ้า และเดินข้ามเข้ามาในพื้นที่ไร่อย่างสบาย แต่อย่างไร ช้างป่าตัวใหญ่ก็มักกลัวเสียงดัง ลุงบุญมีจึงมักเปิดหวอหรือไซเลนที่ติดตั้งไว้ทั่วทุกมุมบ้าน เพื่อทำให้เกิดเสียงดัง ช่วยไล่ช้างออกไปจากไร่ได้ และยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนเพื่อนบ้านใกล้เคียงอีกด้วย

นอกจากวิธีข้างต้นแล้วลุงบุญมีก็พยายามเปลี่ยนมาปลูกพืชชนิดอื่น เช่น มะนาว ขิง สลับกับการปลูกไม้ผล ลุงสังเกตว่า ช้างป่าเข้ามาในไร่น้อยลง อาจเป็นเพราะช้างไม่ชอบหนามและรสชาติของมะนาวก็เป็นได้ และนั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่า ในความเป็นจริงแล้วมนุษย์มีทางเลือกมากกว่าช้าง หากรู้จักพลิกแพลงและมุ่งมั่นที่จะแก้ไข เชื่อว่าปัญหาระหว่างช้างกับคนคงคลี่คลายได้ในเร็ววัน