รากแก้วเล่าเรื่อง

อ่านผลิใบ สมัครสมาชิก โครงการห้องสมุดอุปถัมภ์ ผู้ร่วมสนับสนุน รู้จักกองบรรณาธิการ

สายน้ำแห่งใจ




เจริญรัตน์ ศรนุวัตร
เรื่อง / ภาพ


ท้ายบ้านแหลมยาง… มีลำน้ำสายหนึ่งไหลผ่านมาจากตัวอำเภอแกลงเพื่อออกไปสู่ทะเล เราอาจเรียกลำน้ำสายนี้ว่าแม่น้ำ ขณะที่ชาวบ้านแหลมยางและคนในอำเภอกลับเรียกว่าคลอง

"ประแส" ลำน้ำซึ่งคอยทำหน้าที่เสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ไหลหล่อเลี้ยงชาวแกลงมาตลอดระยะเวลากว่าร้อยปี เป็นตั้งแต่เส้นทางเดินเรือ ช่องทางระบายน้ำ แหล่งอาหาร แหล่งประวัติศาสตร์ และแหล่งวัฒนธรรม เป็นโรงเรียนชีวิต โรงงานผลิตอากาศ โรงยารักษาโรค ทั้งเป็นแหล่งทุนทรัพยากรธรรมชาติที่หมุนเวียนให้ได้ใช้กันอย่างไม่รู้หมด

แต่ในวันนี้หลายคนกลับลืมที่จะดูแลรักษาเส้นเลือดเส้นนี้ไปเสียแล้ว คลองประแสจึงเป็นอีกสายน้ำหนึ่งที่กำลังประสบปัญหา และถูกคุกคามจากคนบางกลุ่มที่เห็นแก่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกที่ดินและป่าชายเลนเพื่อทำนากุ้ง การปล่อยน้ำเสียจากนากุ้งและโรงงาน การตัดไม้โกงกางและไม้แสมเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ น้ำเสียทิ้งจากชุมชน หรือแม้แต่การใช้สารเคมีจับสัตว์น้ำ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นเครื่องมือแห่งการเร่งรัดวันเวลาของลำน้ำประแสให้สั้นลงทุกขณะ

แต่บางทีเรื่องอาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิด เพราะถึงแม้ลำน้ำประแสจะต้องผจญกับเหตุคุกคามต่างๆ แต่ก็ยังมีกลุ่มคนอย่าง สมชาย จริยเจริญ เทศมนตรีตำบลเมืองแกลง และสุธีรา ชลนำสุวรรณ หรือหลิว ที่ปรึกษากลุ่มเยาวชนกอจาก บ้านแหลมยาง เล็งเห็นความสำคัญและอนาคตของลำน้ำสายนี้ และได้นำไปสู่จุดเริ่มของการก่อเกิดกิจกรรมดีๆ หลายอย่าง

สมชาย จริยเจริญ เทศมนตรีตำบลเมืองแกลง

อยากให้เทศฯ สมชายเล่าถึงแม่น้ำประแสพอเป็นสังเขปครับ

แม่น้ำประแสนี้ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชาวอำเภอแกลงก็ว่าได้ เพราะตลอดระยะความยาว 110 กิโลเมตรของลำน้ำ ล้วนแต่มีส่วนสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวแกลงแทบทุกคน ซึ่งก็มีทั้งโดยตรงและโดยอ้อม แต่ผมขอสรุปถึงความสำคัญหลักๆ ของแม่น้ำประแสไว้แต่เพียงว่า น้ำในแม่น้ำประแสนั้นถูกนำไปใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาและป้อนเข้าสู่ครัวเรือนต่างๆ ทั้งยังถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และการประมง ซึ่งในที่สุดก็จะคืนผลผลิตในรูปของสินค้า อาหาร และแรงงานกลับมาสู่ชาวอำเภอแกลง

ในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไรบ้างครับ

หากดูจากกิจกรรมการใช้น้ำที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าผลกระทบที่ตามมานั้นมีอยู่ไม่ใช่น้อย และบางครั้งรุนแรงถึงขนาดเน่าเสียก็มี โดยสาเหตุนั้นเราพบว่ามาจากน้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรม ชุมชน การเกษตร และการประมง เป็นผลให้ระบบนิเวศได้รับความบอบช้ำอยู่พอสมควร

เมื่อเป็นเช่นนั้นในฐานะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้หาวิธีหรือมีนโยบายแก้ไขอย่างไร

การฟื้นฟูและอนุรักษ์แม่น้ำประแสถือเป็นนโยบายสำคัญข้อหนึ่งของเรา ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกและดูดทรายในแม่น้ำ การปลูกต้นไม้ตามริมตลิ่งโดยใช้วิธีการจ้างงานเด็กนักเรียนในระหว่างปิดภาคเรียน และการใช้น้ำชีวภาพช่วยบำบัดฟื้นฟูสภาพน้ำโดยการนำขยะเปียกจากครัวเรือนและตลาดมาหมักตามกรรมวิธี เมื่อได้ตามกำหนดก็นำไปใส่ถัง 800 ลิตรซึ่งวางไว้ตามท่อระบายน้ำในเขตเทศบาล แล้วปล่อยให้น้ำชีวภาพค่อยๆ หยดลงไปในท่อ จากความพยายามที่เราได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเราพบว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสภาพน้ำในแม่น้ำดีขึ้นมาก

ทางเทศบาลได้เข้าไปส่งเสริมหรือสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนอย่างไรบ้างครับ

ก่อนอื่นเทศบาลเองก็ยอมรับว่าสภาพการพัฒนารูปแบบเมืองนั้นโตเร็วมาก ท้องถิ่นเองบางครั้งก็ตามไม่ทัน ดังนั้น เราจึงต้องให้ความสำคัญกับภาคประชาชนโดยดึงให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนา อย่างเรื่องการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำประแสนี้เทศบาลไม่สามารถทำได้ตามลำพัง เพราะหากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ สิ่งที่ทำไปก็สูญเปล่าและล้มเหลว เราจึงต้องสร้างการมีส่วนร่วมซึ่งบางครั้งเราต้องลงไปมีส่วนร่วมกับเขาด้วยไม่ใช่คิดแต่จะให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมกับเราฝ่ายเดียว

การดึงเนื้อหาสาระเข้าสู่ความเกี่ยวพันธ์ในชีวิตก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่สร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี คือคนที่นี่ยังทำประมงพื้นบ้านกันอยู่พอสมควร ปลาที่ได้มาก็จะนำไปขายในตลาดเทศบาลหรือตลาดนัดใกล้ๆ และนั่นก็หมายความว่าคนส่วนใหญ่ยังต้องบริโภคอาหารจากแม่น้ำนี้อยู่ ซึ่งหากน้ำในแม่น้ำไม่ได้คุณภาพ เน่าเสียหรือมีสารพิษเจือปน คนแกลงก็เสี่ยงที่จะเป็นผู้รับเคราะห์กรรมนั้นเช่นเดียวกัน และนี่ก็เป็นจุดหนึ่งที่ทางเทศบาลเราได้นำมาใช้สร้างกระแสการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำประแสของเรา

สุธีรา ชลนำสุวรรณ ที่ปรึกษากลุ่มเยาวชนกอจาก บ้านแหลมยาง

หลิวเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำประแสได้อย่างไร

เดิมทีหลิวเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาล อยู่งานพัฒนาชุมชน ก็ได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชาวบ้าน ต่อมาได้เป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานส่วนภูมิภาคของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การทำงานในพื้นที่ก็ยังคงต่อเนื่อง คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรให้ชุมชนเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน ซึ่งก็โชคดีที่มีฐานชาวบ้านอยู่บ้างแล้วจึงได้คนมาช่วยคิดช่วยทำกันหลายคน พอเราเริ่มมีกลุ่ม มีกิจกรรมในชุมชนมากขึ้น หลิวกับกรรมการชุมชนบางท่านก็ได้เห็นร่วมกันว่า ลูกหลานในชุมชนบางคนยังไม่มีกิจกรรมอะไรเป็นหลัก เวลาก็หมดไปอย่างเสียประโยชน์จึงน่าจะรวมเด็กให้เป็นกลุ่มแล้วคิดหากิจกรรมที่มีประโยชน์ทำกัน ซึ่งในที่สุดก็เกิดเป็นกลุ่มเยาวชนบ้านแหลมยางโดยใช้ชื่อว่า กลุ่มต้นจาก และได้เปลี่ยนเป็นกลุ่มกอจากดังปัจจุบัน

กลุ่มกอจากนี้เกิดขึ้นนานหรือยังครับ

การทำงานหรือกิจกรรมภายใต้ชื่อกลุ่มกอจาก เพิ่งเริ่มมาได้ 3 เดือน แต่ก่อนหน้านั้นก็มีการรวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆในชุมชนเหมือนกัน เพียงแต่ยังไม่เป็นกลุ่มกอจากเท่านั้น

กิจกรรมของกลุ่มกอจากมีทิศทางเป็นอย่างไรครับ

ตอนนี้ที่ทำอยู่เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม คืออยากปลูกฝังจิตสำนึกให้พวกเขาได้ตระหนักในเรื่องนี้มากๆ เพราะหากคนเราไม่คิดถึงสิ่งแวดล้อม ทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ผลที่ตามมาก็จะตกอยู่กับทุกคน ทั้งบ้านแหลมยางของเราก็อยู่ติดกับคลองประแส ซึ่งมีความสำคัญและผูกพันกันมาแต่โบราณ จนเรารู้สึกว่าพวกเรากำลังจะสูญเสียคลองประแสไปหากไม่ลงมือช่วยกันรักษาตั้งแต่วันนี้

กลุ่มกอจากจึงเป็นกระแสเสียงทางสังคม ทำหน้าที่บอกผ่านความรู้สึกจากใจเล็กๆ ของเด็กๆ ไปสู่ใจของใครต่อใครอีกหลายคน โดยให้เริ่มจากคนในครอบครัวแล้วขยายออกไปสู่คนรอบข้าง ซึ่งหลิวเชื่อว่าวันหนึ่งคลองประแสจะกลับเข้าไปอยู่ในใจของชาวแหลมยางทุกคน

เห็นว่าสมาชิกของกลุ่มกอจากเป็นเด็กระดับประถมศึกษาเป็นส่วนใหญ่ อย่างนี้การทำงานหรือการบริหารจัดการกลุ่มเป็นหน้าที่ของพวกเขาเองหรือไม่ครับ

จริงๆ แล้ว สมาชิกของกลุ่มมีด้วยกันหลากหลาย คือมีตั้งแต่เด็กเล็กๆ กระทั่งระดับชั้นมัธยมศึกษาก็มี การดูแลกลุ่มก็ให้เป็นการช่วยกันตามถนัด โดยมีพวกโตๆ เป็นพี่ใหญ่ ส่วนเรื่องการทำงานกลุ่มจะใช้รูปแบบกรรมการบริหารซึ่งถือว่าเป็นการฝึกทักษะการทำงานและการอยู่ร่วมกันในสังคมให้กับเด็กๆ ไปด้วย ส่วนหลิวกับชาวบ้านและพ่อแม่ผู้ปกครองก็จะมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่ม เวลาที่เด็กๆ คิดจะทำกิจกรรมอะไรเราจะมาคุยกัน หากเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีกิจกรรมใดๆ เราก็จะรวมกลุ่มกันเพื่อพบปะสัมพันธ์กัน ใครมีปัญหาไม่ว่าจะส่วนตัวหรือส่วนรวมก็มาคุยกัน ปรึกษากัน โดยจะใช้เวลาว่างของวันเสาร์อาทิตย์เป็นหลัก

อยากทราบว่าแนวทางการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มจะเป็นไปในทิศทางใด

จริงๆ แล้วเราไม่ได้คิดว่ากลุ่มจะต้องโตหรืออยู่ได้นานแค่ไหน ที่ผ่านมาคิดแต่เพียงว่าเด็กเหล่านี้เป็นคนท้องถิ่น จะทำอย่างไรให้เขามีสำนึกและมีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรท้องถิ่นของเขา กิจกรรมที่ทำมาก็เริ่มจากงานเล็กๆ อย่างการเก็บขยะ การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ส่วนการปลูกป่าชายเลนและการปล่อยพันธุ์ปลานั้นเป็นกิจกรรมที่เพิ่งเริ่มทำกัน ซึ่งเราเองก็หวังว่าเด็กๆ จะได้ซึมซับ เรียนรู้ และตระหนักในท้องถิ่นได้มากขึ้น

ตลอดระยะการทำงานที่ผ่านมาประสบกับปัญหาอะไรบ้าง

หากเป็นเรื่องความร่วมมือจากหน่วยงานหรือองค์กรถือว่าเราโชคดีที่หลายหน่วยงานเข้าใจและให้การสนับสนุน อย่างไรก็ตาม การทำงานยังประสบกับปัญหาอยู่บ้างโดยเฉพาะความต่อเนื่องของงบประมาณ

ได้มองทางออกในเรื่องนี้ไว้อย่างไร

ยังไม่คิดไกลถึงขั้นการระดมทุนเข้ามาไว้ในกลุ่ม ในแต่ละครั้งของการทำกิจกรรมจะอาศัยการสนับสนุนจากบุคคลหรือกลุ่มองค์กรที่เขาเห็นด้วย ตั้งแต่หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพี่ป้าน้าอาในชุมชนที่เต็มใจเข้ามาช่วย อย่างตอนที่กลุ่มทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน และปล่อยพันธุ์ปลาก็มีชาวบ้านมาช่วยเตรียมงาน ทำอาหาร ขับเรือ ทางเทศบาลตำบลเมืองแกลง กับสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 1 (ระยอง) ก็เข้ามาช่วย

สุดท้ายหลิวมีมุมมองอะไรดีๆ ที่จะฝากให้กับเยาวชนหรือคนที่คิดจะทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเหมือนอย่างกลุ่มกอจากบ้างครับ

การที่เราจะทำอะไรบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับโอกาสและเมื่อมีโอกาสก็ทำให้ดีที่สุด แต่เราต้องเข้าใจตัวเรา เข้าใจความคิดของเราเองด้วย อย่างน้อยก็ต้องตอบตัวเองได้ว่าสิ่งที่ทำนั้นทำเพื่ออะไร และเรามีความสุขกับเรื่องที่ทำนั้นหรือไม่ เราต้องพยายามมองให้เห็นคุณค่าในตัวเองไม่ใช่ทำแบบตามเพื่อน ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดียิ่งต้องถอยออกมาให้ห่าง อย่าปล่อยชีวิตให้ผ่านไปได้ทำวันๆ ลองหันมาถามตัวเองดูว่าเราทำประโยชน์ให้คนอื่นบ้างหรือยัง

การเรียงร้อยความคิดของคนทั้งสองลงในเนื้อหน้ากระดาษของผลิใบ ก็เพื่อจุดประกายความคิดและสำนึกของผู้คนในสังคมให้หันมาตระหนักและใส่ใจกับทรัพยากรธรรมชาติใกล้ตัวให้มากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น โดยที่ตัวเราไม่คิดทำอะไรเลย เพราะหากทุกคนคิดเช่นนี้ ก็เชื่อได้ว่าทรัพยากรที่เหลืออยู่น้อยนั้นจะหมดสิ้นลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

สนใจข้อมูลหรือต้องการติดต่อกลุ่มกอจากได้ที่ พี่หลิว / พี่รุ่ง 55/20 ซ.สหกรณ์ ถ.มาบใหญ่ อ.แกลง จ.ระยอง 21110 โทรศัพท์ 0-6836-3683 อีเมล : koya99@thaimail.com