โรงเรียนสีเขียว

อ่านผลิใบ สมัครสมาชิก โครงการห้องสมุดอุปถัมภ์ ผู้ร่วมสนับสนุน รู้จักกองบรรณาธิการ


เรียนฟิสิกส์
จากของเล่นพื้นบ้านล้านนา





สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เรื่อง / ภาพ

 

บรรยากาศการเรียนวิทยาศาสตร์ การท่องจำ ภาวะความเคร่งเครียดทั้งหลาย กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยเสน่ห์จากของเล่นพื้นเมืองล้านนา เรื่องของของเล่นที่ไม่น่าจะเข้ามาข้องเกี่ยวกันได้กับวิชาฟิสิกส์ ในระดับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย และสามารถทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนมากที่สุด

อาจารย์ไพรรุ่ง งามสมพรพงศ์ นักวิจัยโครงการวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิด
เผยว่า การเรียนการสอนในระบบท่องจำ ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและไม่ท้าทายสติปัญญาของผู้เรียน จึงได้ศึกษาวิจัยเรื่อง "สมบัติและปรากฏการณ์ของคลื่นเสียงจากของเล่นพื้นบ้าน" ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาล้านนาและประโยชน์จากของเล่นพื้นบ้านล้านนา ทั้งยังมองเห็นว่าเป็นการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของครู นักเรียน และชุมชน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนจะได้มีส่วนร่วมในการเรียนมากที่สุด สามารถที่จะศึกษากฎหรือทฤษฎีต่างๆในวิชาฟิสิกส์และสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง

ผลการวิจัยได้แยกหมวดหมู่ของเล่นพื้นบ้านล้านนาที่สามารถใช้แนวคิดเชิงฟิสิกส์อธิบายเรื่องปรากฏการ์ของเสียงได้มากมาย เช่น นกหวีด, นกหวีดชัก, ข่างโว้, ป๋องแป๋ง, ถึ่มถึม, กบไม้, จักจั่น, นกหวีดดิน, อีหวือ, ป๊อกแป๊ก, โหวด เป็นต้น ซึ่งถ้าจัดลำดับให้กับของเล่นพื้นบ้านในดวงใจ อาจารย์ไพรรุ่งให้คะแนนไปที่ "ข่างโว้" "ตอนที่ไปหาของเล่นมาทดลอง เริ่มแรกผมเอาข่างโว้มาทดลองก่อน เพราะชอบและสนใจถึงวิธีของการทรงตัว การหมุนที่ได้สมดุล เป็นความมหัศจรรย์ของคนทำ โดยเฉพาะการเกิดเสียง คุณทราบไหมว่า ถ้าเราหมุนลูกข่างทวนเข็มนาฬิกา จะเกิดเสียง แต่ถ้าหมุนตามเข็มจะไม่เกิดเสียง ตรงนี้ทำให้ต้องไปเสาะหาคำตอบถึงแหล่งผู้ผลิต ยิ่งทำให้เคารพในความคิดของชาวบ้านเขา เพราะเขาใช้วิธีการบากไม้ไผ่ให้ได้องศาเหมาะเจาะ การกะขนาดของรูที่ให้ลมผ่านเพื่อให้เกิดการเสียดสีระหว่างลมกับรู ทำให้เกิดเสียงขึ้นได้ เป็นของเล่นพื้นบ้านที่สามารถสื่อความรู้ด้านคลื่นเสียงได้ชัดเจนที่สุด สามารถอธิบายการเกิดเสียงสูงเสียงต่ำ จากต้นกำเนิดเสียง ถ้าตัวมันเล็ก เกิดความสั่นสะเทือนดี ความถี่จะทำให้เกิดเสียงสูง และเสียงแหลม

"ส่วนของเล่นอีกชิ้นหนึ่งที่ผมนำมาประยุกต์ใช้เรื่องการสั่นพ้องก็คือ "นกหวีดชัก" เพราะการทดลองทางวิทยาศาสตร์เรื่อง การสั่นพ้องของเสียง เราเคยใช้ท่อที่เรียกว่ารีโซแนน (resonance) และมีลำโพง ปล่อยเสียงที่มีความถี่ค่าหนึ่งลงไป และก็มาหาความยาวคลื่นของเสียง เราก็เปลี่ยนอุปกรณ์ตรงนั้นมาเป็นนกหวีดชัก โดยที่มีระดับบอก และนำมาคำนวณหาความยาวคลื่นเสียงอีกที ช่วยให้นักเรียนเกิดความสนใจ เพราะสามารถนำของเล่นพื้นบ้านมาเทียบกับอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่มีอยู่จริง"

การอธิบายเนื้อหาฟิสิกส์ตามตำรา บางทีทำให้ผู้เรียนรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะอาจจะยังไม่เห็นภาพ แต่ถ้าได้เล่นและได้เรียนในเวลาเดียวกัน จะทำให้เข้าใจได้ตลอด ซึ่งก็คือ เรียนจากการเล่น ในชั่วโมงเรียนวิชาฟิสิกส์ อาจารย์ได้นำของเล่นพื้นบ้านล้านนาให้นักเรียนลองเล่นดูก่อน และให้โจทย์แก่นักเรียนได้ใช้ความคิดเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับทฤษฎีฟิสิกส์ นักเรียนรู้สึกสนุกสนาน ชวนติดตาม และได้รับความรู้ควบคู่กันไป บรรยากาศในห้องเรียนที่เกิดขึ้นจึงเป็นตามที่อาจารย์คาดหวังไว้คือ ผลของงานวิจัยชิ้นนี้จะสามารถทำให้นักเรียน "มีความสุขสนุกกับการเรียน"