จดหมายข่าวกิจกรรมทัศนศึกษาจร
TBCSD สัญจร...ย้อนรอยวัฒนธรรม (กรุงรัตนโกสินทร์)
โครงการเรียนรู้รัตนโกสินทร์เพื่อการอนุรักษ์
จัดโดย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551
โครงการเรียนรู้รัตนโกสินทร์เพื่อการอนุรักษ์ ได้จัดกิจกรรมทัศนศึกษาจร TBCSD สัญจร...ย้อนรอยวัฒนธรรม(กรุงรัตนโกสินทร์) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551 เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกในองค์กรของคณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมไทยและเครือข่ายทูตรักษ์รัตนโกสินทร์ได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นที่ประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัญจรบนเส้นทางน้ำอันหลากหลายด้วยวัฒนธรรมและอารยธรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งคณะผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสบรรยากาศและวิถีชีวิตของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและคูคลองต่างๆ ที่สัญจรผ่าน อาทิ คลองบางกอกน้อย คลองชักพระ คลองด่าน และคลองดาวคะนอง เป็นต้น โดยเส้นทางดังกล่าวล้วนแต่เป็นเส้นทางที่คนในอดีตใช้เป็นเส้นทางสัญจร ทำการค้า และเดินทัพ ฝั่งน้ำทั้งสองล้วนแล้วแต่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดวาอาราม รวมถึงชุมชนเก่าแก่ สถาปัตยกรรมและความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่ยังพบเห็นได้อยู่ในปัจจุบัน การสัญจรในครั้งนี้คณะผู้ร่วมเดินทางจึงสัมผัสได้ถึงสภาพของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีความเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยแวดล้อมต่างๆ รวมถึงได้เรียนรู้ถึงการดำเนินชีวิตของคนในอดีตและปัจจุบันที่ยังคงอาศัยน้ำในการดำเนินชีวิตและกิจกรรมประจำวัน เห็นถึงความเกี่ยวพันและการสืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นบรรพบุรุษมาถึงรุ่นปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษาจรในครั้งนี้ถือเสมือนหนึ่งเป็น ทูตรักษ์รัตนโกสินทร์ จากแวดวงของนักธุรกิจในองค์กรธุรกิจระดับชั้นนำของประเทศ ซึ่งมีบุคลากรและเครือข่ายมากมาย รวมถึง เครือข่ายทูตรักษ์รัตนโกสินทร์ที่เป็นภาคีจากภาคการศึกษา รวมจำนวนทั้งสิ้น 43 คน โดยจากภาคเอกชนประกอบด้วย บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด บริษัท เชฟรอนประเทศไทย จำกัด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) บมจ.ธนาคารกรุงไทย บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และเครือข่ายภาคการศึกษาและเยาวชน ประกอบด้วย คณะอาจารย์และนักเรียนจากโรงเรียนเพลินพัฒนา โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ โรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา และโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า
คุณธีรนันท์ ช่วงพิชิต นักวิชาการอิสระจากศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนธนบุรี ได้ร่วมเดินทางไปกับคณะฯ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว เกร็ดสารคดี วิถีชีวิตพื้นถิ่น ภาพรวมและความสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ รวมถึง คุณค่าของสถานที่ต่างๆ ที่ล่องเรือผ่านและแวะขึ้นเยี่ยมชม
สถานที่สำคัญที่คณะทัศนศึกษาจรได้แวะเยี่ยมชมและเรียนรู้บนเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองชักพระ คลองด่าน และคลองดาวคะนอง โดยแวะสักการะและเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (พระปรางค์วัดอรุณฯ) ตลาดน้ำตลิ่งชัน พระอุโบสถวัดนางนอง และชุมชนกุฎีจีน พร้อมเข้าชมโบสถ์ซางตาครู้ส และเยี่ยมชมบ้านขนมฝรั่ง ธนูสิงห์ ในชุมชนกุฎีจีน เพื่อชมการสาธิตการทำขนมฝรั่งที่สืบทอดการทำมาจากบรรพบุรุษชาวโปรตุเกสมาร่วม 200 ปี
เรื่องราวความรู้ ภาพถ่าย และภาพแห่งความทรงจำที่คณะผู้ร่วมเดินทางมาเรียนรู้ได้รับไปจากการที่ได้มีโอกาสมาศึกษาและเยี่ยมเยือนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และมีการขยายผลไปยังผู้อื่นรอบข้างในสังคมเพื่อเพิ่มเครือข่ายของการเรียนรู้เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ต่อไปอย่างยั่งยืนนั้น เป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของโครงการเรียนรู้รัตนโกสินทร์เพื่อการอนุรักษ์ ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยที่ปรารถนาให้คนในสังคมได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกันและตระหนักในความสำคัญและคุณค่าเพื่อที่จะร่วมกัน สืบทอดเจตนารมณ์ และร่วมเป็น เครือข่าย ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของกรุงรัตนโกสินทร์ให้อยู่อย่างยั่งยืนสืบไป
การเดินทางในครั้งนี้ ผู้ร่วมเดินทางได้สะท้อนความคิดเห็นและความรู้สึกให้ทราบว่า พวกเขาได้ประโยชน์จากการเดินทางในครั้งนี้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านความรู้ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของคนในชุมชน ได้เรียนรู้ถึงความเป็นอยู่แบบไทยที่ตั้งอยู่บนความพอเพียง ได้เห็นและสำนึกในคุณค่าของแม่น้ำลำคลอง และที่สำคัญได้รู้จักบรรพบุรุษและตนเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ และเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการจัดการเรียนรู้ในลักษณะของ ทัศนศึกษาจร เพราะทำให้ผู้เรียนรู้ได้สัมผัสกับบรรยากาศของสถานที่จริง ได้เห็นภูมิทัศน์ ทราบภูมินาม และเกร็ดประวัติศาสตร์พื้นบ้านของเราเอง ทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของการผสมผสานทางวัฒนธรรมมากขึ้น และได้รู้จักกับสถานที่สำคัญและน่าสนใจอีกหลายแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของตนเอง อีกทั้งยังได้รับรู้ว่า ปัจจุบันในประเทศไทยยังมีองค์กรอีกหลายองค์กรที่ใส่ใจและเห็นความสำคัญในเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม
คณะผู้ร่วมเดินทางได้กล่าวอย่างภาคภูมิว่า มีความรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นไทยและรักเมืองไทยมากขึ้น อีกทั้งยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า จะนำภาพและสาระอันมีคุณค่าของสิ่งต่างๆ ที่ได้มาเรียนรู้และพบเห็นเหล่านี้ไปเผยแพร่ยังบุคคลอื่นในสังคมต่อไปในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบอกต่อ การสอดแทรกสาระในการเรียนการสอนการนำเสนอต่อสาธารณะ การชักชวนและปลูกฝังให้เยาวชนและคนในสังคมหันมาให้ความสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติเรา และร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำความรู้และแนวความคิดที่เป็นประโยชน์ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานกิจกรรมขององค์กรต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และมีส่วนร่วมในการสืบทอดเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของกรุงรัตนโกสินทร์ร่วมกันต่อไป
คลิกดูภาพขนาดใหญ่ >>>
|