พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และจำเป็นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่การตอบสนองความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นตามการเพิ่มของประชากรโลก ด้วยการใช้ระบบพลังงานที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งมีอยู่จำกัดและได้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกนั้น มิได้เป็นหนทางแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะนอกจากจะไม่ตอบสนองต่อความต้องการใช้ในระยะยาวแล้ว ยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

เพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สถาบันให้ความสำคัญต่อเรื่องพลังงานมาตั้งแต่ปี 2536 โดยมีเป้าหมายการศึกษาวิจัยและดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และสร้างความสมดุลการใช้พลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ให้ประเทศมีความมั่นคงทางด้านพลังงาน ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  ร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

นอกจากการส่งเสริมพลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งเป็นการสร้างความหลากหลายของแหล่งพลังงาน เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศแล้ว ในปี 2547-2551 สถาบันได้ส่งเสริมการลดใช้และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมผ่านเครื่องมือหรือกระบวนการที่ยอมรับในต่างประเทศ คือ การจัดการพลังงานแบบสมบูรณ์ (Total Energy Management, TEM) ที่เน้นการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่โรงงานจำนวนมากกว่า 200 โรงงาน การแลกเปลี่ยนรู้จากการปฏิบัติจริง ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำให้เกิดการลดการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 600 ล้านบาทต่อปี รวมถึงได้จัดทำคู่มือในการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์และเครื่องจักรการใช้งานเพื่อให้โรงงานสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองในอนาคต

นอกจากการใช้กระบวนการการจัดการพลังงานแบบสมบูรณ์แล้ว สถาบันยังใช้เครื่องมือและวิธีการอื่นๆ เพื่อมุ่งสู่การลดการใช้พลังงานและการสร้างพฤติกรรมให้แก่ทุกภาคส่วนตามบริบทที่แตกต่างกัน  อาทิ สังคมคาร์บอนต่ำ กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism) การผลิตที่สะอาด (Cleaner Production) เทคโนโลยีที่สะอาด (Cleaner Technology) ฉลากลดคาร์บอน และฉลากเขียว เป็นต้น ซึ่งดำเนินงานทั้งในระดับผู้ประกอบการ โรงเรียน ท้องถิ่น ประเทศ และระดับภูมิภาค เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดต้นทุนการประกอบการหรือกิจกรรม ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจสำคัญให้การพัฒนา และการจัดการพลังงานตามแนวทางที่สร้างสรรค์เหล่านี้ยกระดับและขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้สถาบันได้ผลักดันให้เกิดการสร้างการมีส่วนร่วมในการลดการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยชี้ให้เห็นถึงปริมาณการใช้พลังงานหรือปริมาณการลดก๊าชเรือนกระจกที่ลดลงจากการดำเนินงานของทุกเครือข่าย เพื่อกระตุ้นและแสดงให้เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมควรช่วยกันและสามารถตรวจสอบตัวเลขการประหยัดพลังงานหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จากการร่วมกิจกรรม โดยได้ดำเนินการในหลายวิธี/โครงการ อาทิ
 
  • ร่วมมือกับคณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมไทยประกาศเจตนารมณ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Manifesto) ภายใต้โครงการสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society)
  • การพัฒนาฉลากลดคาร์บอน (Carbon Reduction Label) เพื่อรับรองสินค้าของผู้ประกอบการที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตได้ตามเกณฑ์กำหนด
  • การพัฒนาฐานข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อมและการประเมินวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์วัสดุพื้นฐานและพลังงานในประเทศไทย ตลอดจนการใช้การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) เพื่อประเมินระดับการใช้และส่งเสริมการลดใช้ทรัพยากรและพลังงานในทุกขั้นตอนของชีวิตผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในสินค้าฉลากเขียว (Green Label)
  • การใช้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) เป็นเครื่องมือกำหนดแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


ในขณะที่การดำเนินงานในระดับพื้นที่และสถานประกอบการ ได้แก่ การฝึกอบรม การจัดการพลังงานแบบสมบูรณ์เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังความร้อนสำหรับอุตสาหกรรม การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของวิสาหกิจขนาดกลาง การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ การสร้างดุลยภาพการใช้พลังงานและการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

การสร้างพฤติกรรมที่ดีเพื่อสร้างรากฐานของสังคมอันเป็นแนวทางที่ดีกว่าการตามแก้ปัญหาปลายเหตุด้านการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ  สถาบันได้ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการปลูกฝังให้เยาวชนมีพฤติกรรมใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินโครงการรุ่งอรุณ โครงการโรงเรียนเชิงนิเวศ โครงการลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา และโครงการลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง ทั้งยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการพลังงานให้กับภาคีที่เกี่ยวข้อง ด้วยการจัดฝึกอบรม สัมมนา การจัดเวทีและช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการให้บริการปรึกษาแนะนำ ตลอดจนพัฒนาสื่อสิ่งพิมพ์ และเว็บไซต์ด้านพลังงานเพื่อเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชน

ปัจจุบัน นอกจากโครงการฉลากลดคาร์บอนซึ่งเป็นภารกิจที่ต่อเนื่องแล้ว โครงการฉลากเขียวมุ่งพัฒนาการจัดทำข้อกำหนดให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าฉลากเขียวในตลาด และรองรับแผนจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ ยิ่งไปกว่านั้นโครงการส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานและฉลากประสิทธิภาพพลังงาน ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยังส่งเสริมการทดสอบมาตรฐานและฉลากของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียให้มีความสอดคล้องกันด้วย

สำหรับงานส่งเสริมพลังงานทางเลือกที่เป็นงานท้าทายและเป็นความอยู่รอดในอนาคตของประเทศ สถาบันได้ร่วมมือกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน และภาคีจากท้องถิ่นและส่วนกลาง อาทิ กระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการส่งเสริมพลังงานทางเลือกในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อขจัดอุปสรรคในการจัดบริการด้านพลังงานทางเลือกในระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น โดยการบูรณาการแผนงานด้านพลังงานหมุนเวียนเข้าในแผนของจังหวัดและท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาและประยุกต์ใช้แนวทาง แนวคิดและนโยบายใหม่ๆ ที่หลากหลาย โดยมุ่งหวังจะให้เป็นตัวอย่างการดำเนินงานในระดับจังหวัดที่เป็นรูปธรรม เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
 

พลังงาน contributes to SDGs as follows: