ทรัพยากรน้ำ การคืนความชุ่มชื้นให้แก่ดินเพื่อให้ระบบนิเวศป่าฟื้นตัวได้เองโดยการสร้างฝายชลอน้ำ และแหล่งน้ำขนาดเล็ก การลดปนเปื้อนของของเสียและมลพิษจากชุมชนและอุตสาหกรรมลงสู่แหล่งน้ำ การขาดแคลนน้ำในบางพื้นที่ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เป็นเรื่องที่สถาบันดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีแหล่งน้ำที่สะอาดตามการใช้ประโยชน์ในแต่ละประเภท และให้เกิดการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่มีอยู่จำกัดผ่านกระบวนการการศึกษา การรณรงค์ และประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ

ป่าบก

สถาบันได้ดำเนินงานการบริหารจัดการป่าไม้ (ป่าบก) อย่างยั่งยืนผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนมาตั้งแต่ปี 2538 ทั้งการบริหารจัดการแนวกันชน การพัฒนาอาชีพเสริมของชุมชนเพื่อลดทอนการใช้ทรัพยากรจากป่า การใช้กระบวนกลุ่มเพื่อกำหนดกรอบกติกาของชุมชนในการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ป่า โดยมีพื้นที่ดำเนินงานทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตก จนสามารถจัดตั้ง เครือข่ายเฝ้าระวังป่าไทย ขึ้นในปี 2542 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการป่าของชุมชน

ป่าชายเลน

หลังเกิดภัยสึนามิในปลายปี 2547 สถาบันจึงได้ผ่องถ่ายประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการร่วมมือกับชุมชนในการบริหารจัดการป่าข้างต้นสู่การบริหารจัดการพื้นที่ป่าชายเลนร่วมกับชุมชนชายฝั่งที่ประสบภัยสึนามิในจังหวัดพังงาและระนองมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ภายใต้โครงการ การบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน จนสามารถฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนได้อย่างเป็นรูปธรรมในระดับหนึ่ง รวมทั้งสามารถสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถให้ชุมชนได้เรียนรู้และใช้กระบวนการกลุ่มภายในชุมชนร่วมจัดทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่น การสำรวจทรัพยากรภาคสนาม การจัดเก็บ วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้จัดทำแผนดังกล่าวและดำเนินการตามแผนงานนั้น

รวมทั้งร่วมส่งเสริมพัฒนาอาชีพเสริมและกองทุนหมุนเวียนของชุมชนและการพัฒนาพื้นที่ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน จากการปฏิบัติงานภาคสนามในพื้นที่ป่าชายเลนดังกล่าวทำให้สถาบันใช้เป็นฐานต่อยอดผลิตงานวิจัยในเชิงประมวล วิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าชายเลนซึ่งเป็นการจัดการความรู้ในลักษณะผ่องถ่ายความรู้เชิงแฝงเร้นของชุมชนท้องถิ่นให้กลายเป็นความรู้เชิงประจักษ์สำหรับสังคมในวงกว้าง และในปี 2552-2553 สถาบันได้รวบรวมประสบการณ์การดำเนินงานในพื้นที่และข้อมูลด้านการปรับตัวและลดผลกระทบจากภัยพิบัติของชุนชนชายฝั่งเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลดำเนินงานด้านความมั่นคงของระบบนิเวศและชุมชนชายฝั่งต่อไป

ปัจจุบัน สถาบันได้ต่อยอดผลผลิตที่ได้จากโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนให้ครอบคลุมไปถึงการดำเนินงานพัฒนาทรัพยากรป่าอื่น ๆทั้งป่าบกและป่าชายหาดที่มีพื้นที่และระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ป่าชายเลนในโครงการข้างต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการร่วมมือกับชุมชนเพื่อเชื่อมโยงให้เกิดการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมระบบนิเวศที่ต่างกันแต่เกี่ยวข้องกันให้อยู่ในขอบข่ายเดียวกันทั้งหมด รวมทั้งได้เริ่มต้นดำเนินงานด้านการพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งในลักษณะเจาะพื้นที่เฉพาะจุดโดยใช้หลักการนิเวศวิทยาและมิติทางสังคมและเศรษฐกิจของเฉพาะพื้นที่นั้นเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน

การทำงานทั้งหมดที่ผ่านมาไม่อาจกล่าวได้ว่า สถาบันเป็นผู้ดำเนินการเพียงองค์กรเดียว  แต่เป็นการร่วมมือ ประสานงาน ประสานแรง และประสานใจจากทุกภาคส่วน ซึ่งรวมถึงภาคเอกชนที่เห็นความสำคัญของระบบนิเวศ คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ คุณค่าของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงได้ร่วมกับสถาบันเพื่อช่วยให้เกิดความเข็มแข็งของชุมชนในพื้นที่ในการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากร  ซึ่งเป็นการสร้างภูมิต้านทานให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของประเทศ
 

ทรัพยากรธรรมชาติ contributes to SDGs as follows: