การพัฒนาการผลิตและการบริโภคที่ไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเกินความต้องการ ประกอบกับจำนวนประชากรของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 7,000 ล้านคน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป  การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้มาตรฐานและถูกสุขลักษณะ   ทำให้มลพิษและของเสียต่างๆ ที่มีปริมาณสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคนเมือง การเจ็บป่วยที่สูงขึ้น  ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค และการสูญเสียอื่นๆ ตามมา

สถาบันมุ่งส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีบทบาทสำคัญในการจัดการเพื่อป้องกัน และควบคุมมลพิษของประเทศ ตั้งแต่การจัดทำแผนแม่บท แผนหลักปฏิบัติการ และระบบสารสนเทศ ทั้งในระดับประเทศ และพื้นที่เฉพาะที่มีการปนเปื้อนไปแล้ว และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

การจัดการคุณภาพน้ำ

ในปี 2539 สถาบันได้รับมอบหมายจากกรมควบคุมมลพิษในการจัดทำแผนปฏิบัติการลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และแม่กลอง โดยการเก็บข้อมูลคุณภาพน้ำและแหล่งกำเนิดมลพิษทั้ง 3 ลุ่มน้ำ การประมาณการคุณภาพน้ำในอีก 30 ปีข้างหน้าโดยการใช้ระบบสารสนเทศและแบบจำลองคุณภาพน้ำ Mike 11 เพื่อการศึกษาศักยภาพในการรองรับมลพิษของแม่น้ำทั้ง 3 แห่งและเพื่อเป็นการวางแผนการควบคุมการเติบโตของแหล่งกำเนิดมลพิษภายในลุ่มน้ำ

และในปี 2548 ได้มีบทบาทสำคัญในการจัดทำแผนแม่บทการจัดการคุณภาพน้ำของประเทศ  เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการฟื้นฟูและลดมลพิษลงสู่แหล่งน้ำ ในเวลาต่อมาได้มีโอกาสในการศึกษาวิจัยเชิงลึกในเชิงพื้นที่และได้ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (ซึ่งเป็นงานหนึ่งที่เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะของสถาบัน) ในพื้นที่ที่อยู่ในกลุ่มพื้นที่วิกฤตเพื่อร่วมกันวางมาตรการในการป้องกันและฟื้นฟูแหล่งน้ำสำคัญ เช่น แม่น้ำบางปะกง ทะเลสาบสงขลา การทำงานลักษณะดังกล่าวใช้ความเชี่ยวชาญในสหวิชาเพื่อทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น ทำงานร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน ฟาร์มสุกร เพื่อลดมลพิษโดยใช้หลักการ Cleaner technology ทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนเพื่อร่วมกันในการติดตามคุณภาพน้ำ สร้างแนวร่วมในการอนุรักษ์และลดการปล่อยมลพิษ

มลพิษทางทะเล

การจัดทำขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติสำหรับการประกาศให้สาร Tri butyl tin (TBT) เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 และการทำฉลากสารเคมีบนผลิตภัณฑ์ที่มีสาร TBT ภายใต้ระบบ GHS เนื่องจากสารดังกล่าวมีการตรวจพบว่าปนเปื้อนในน้ำทะเลและแหล่งน้ำบางแห่ง และมีผลต่อหอยแมลงภู่

การจัดการมลพิษทางอากาศ

การบำบัดและกำจัดมลพิษทางอากาศเป็นงานที่ต้องใช้ต้นทุนสูง สถาบันจึงมุ่งการทำงานด้านนี้ไปที่การลดมลพิษก่อนที่มลพิษจะเกิดหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าการจัดการต้นทาง โดยส่งเสริมให้แหล่งกำเนิดมีการประเมินตนเองว่าแหล่งที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุดคือที่ใด และจะหาวิธีการหรือมาตรการในการลดได้อย่างไร  โดยเริ่มจากการเลือกวัตถุดิบในการผลิตที่เหมาะสม ส่งเสริมการใช้สารทดแทน กระบวนการผลิตที่เหมาะสม ลดการรั่วไหลและการสูญเสียในการผลิต การจัดการมลพิษ และการออกแบบสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เราทราบกันดีว่าแหล่งมลพิษทางอากาศในโรงงานอุตสาหกรรมเกิดจาก 2 กระบวนการคือกระบวนการเผาไหม้และกระบวนทางผลิต ในส่วนการเผาไหม้สามารถลดการระบายมลพิษได้โดยการควบคุมให้เกิดการเผาไหม้เท่าที่จำเป็น เมื่อมีการเผาไหม้ควรเป็นการเผาไหม้แบบสมบูรณ์ และการควบคุมการระบายที่ปล่อง ส่วนมลพิษจากกระบวนการผลิตสามารถลดได้โดยการลดการรั่วไหลของสาร การเกิดของเสียให้น้อยที่สุด การใช้สารเคมีที่เหมาะสม  สถาบันได้ใช้ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานทั้ง 2 ประเด็น โดยเฉพาะด้านสารเคมีได้นำหลักการ PRTR, inventory, MSDS มาใช้ในการช่วยเหลืออุตสาหกรรมในการบริหารจัดการสารเคมีภายในโรงงานอย่างต่อเนื่อง

นอกจากพารามิเตอร์พื้นฐาน เช่น SOx, NOx, ฝุ่น, Ozone และอื่นๆ แล้ว สถาบันได้เน้นการทำงานเชิงลึกไปที่สารในกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile organic compounds, VOCs) ซึ่งบางชนิดอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โดยส่งผู้เชี่ยวชาญให้ความช่วยเหลือรายโรงงานในการทำบัญชีสารเคมี วิธีการตรวจการรั่วไหล การควบคุมหากเกิดการรั่วไหล เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันสถาบันได้มุ่งเน้นการศึกษาไปยัง Non-point sources ของสาร VOCs ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดที่สำคัญเช่นกัน อาทิ ร้านขายสี การใช้สารเคมีในภาคการเกษตรและภาคครัวเรือน เป็นต้น

ปัญหาจากการเผาในที่โล่ง (Open burning) เนื่องจากต้องการเกี่ยวหรือการปลูกใหม่ที่เร็วและสะดวกขึ้น ซึ่งมักจะกระทำในการปลูกข้าว ข้าวโพด น้ำตาล มันสำปะหลัง การเผาป่าเพื่อให้ได้เห็ดหรือผักหวาน รวมถึงการเผาขยะ ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ การสูญเสีย อุบัติเหตุทางรถยนต์ ทั้งทำให้ทัศนวิสัยของเมืองเสียหายมีผลต่อการท่องเที่ยวและท้ายสุดมีผลต่อสุขภาพของคนในพื้นที่ สถาบันได้ทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษในการจัดระเบียบการเผาของภาคการเกษตรในหลายจังหวัดตามความสามารถรองรับได้ของสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่  รวมถึงการทำการเกษตรด้วยชีววิถีเพื่อลดการเผา  ลดหมอกควัน และลดโลกร้อน  

การจัดการสารเคมี

สารเคมีเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำคัญ  นอกจากการมีบทบาทนี้ในเรื่องมลพิษทางทะเลและมลพิษทางอากาศดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สถาบันยังได้จัดร่วมเป็นกรรมการในการจัดทำแผนการจัดการสารเคมี ให้กับคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการสารเคมี

ขณะเดียวกันได้พัฒนารูปแบบมาตรการและเครื่องมือการจัดการมลพิษสำหรับภาคีต่างๆ ที่สำคัญเช่น ระดับท้องถิ่น ได้พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรการในเขตควบคุมมลพิษ มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ในการจัดการมลพิษจากกิจกรรมการเกษตร การใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในการจัดการมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมรวมถึงการนำตัวชี้วัดธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมไปใช้ในนิคมอุตสาหกรรม

ในส่วนผู้ประกอบการ สถาบันได้พัฒนามาตรการและแนวปฏิบัติ การสาธิตใช้เทคโนโลยี และการสาธิตแนวทางการเสริมสร้างศักยภาพการจัดการ ตลอดจนการฝึกอบรมบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน ยิ่งไปกว่านั้น สถาบันยังดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาด้วยการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเพื่อรณรงค์ให้เยาวชนมีความรู้เรื่องอันตรายของสารเคมี การบูรณาการแนวคิดและหลักการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน การลดภาวะโลกร้อน และเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนแนวทางการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้ค่าและยั่งยืน เข้าสู่หลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนในระบบโรงเรียน รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถของโรงเรียนในการขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชน และงานลดมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง พัฒนาสู่การเป็นต้นแบบการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนอื่นๆ และชุมชนรอบข้าง และร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสร้างสังคมมลพิษต่ำ เพื่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคม

นอกจากงานสิ่งแวดล้อมศึกษาที่มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงเนื้อหาสาระ กิจกรรม พื้นที่ดำเนินงาน เครือข่ายความร่วมมือและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมแล้ว สถาบันยังได้จัดทำฐานข้อมูลการใช้สารเคมีในประเทศไทย รวมถึงการผลิต การนำเข้าและการส่งออก เพื่อวิเคราะห์ให้เห็นภาพรวมของการจัดการสารเคมีทั้งหมดในประเทศในช่วงปี 2550-2554 ภายใต้โครงการการพัฒนาการจัดทำทะเบียนปลดปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารพิษ ซึ่งผลการศึกษาเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนจัดการมลพิษของประเทศต่อไป
 

การลดการเกิดมลพิษ contributes to SDGs as follows: