แนวทางการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนของประเทศไทย

สุพรรณิภา หวังงาม
นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
 
2 กันยายน 2562 | 18:07 น.
ขยะพลาสติกเป็นปัญหาที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหา เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร พฤติกรรมการบริโภคของประชาชน การขยายตัวของชุมชนเมืองและธุรกิจ           การท่องเที่ยว รวมทั้ง การนำพลาสติกมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อทดแทนวัสดุอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียว (Single-use plastic) ที่มีอายุการใช้งานสั้นและถูกทิ้งเป็นขยะในปริมาณและสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อีกทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบดิจิตอล ส่งผลให้มีการผลิตผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใหม่ ได้แก่ สารเติมแต่งและไมโครพลาสติก (Micro plastics) เช่น ไมโครบีดส์ (Microbeads) พลาสติกเหล่านี้กลายเป็นขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำ สัตว์น้ำ และตกค้างในห่วงโซ่อาหารที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์  ซึ่งยากต่อการจัดการและยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศให้เกิดความเสื่อมโทรมในระยะยาว

การดำเนินงานจัดการขยะพลาสติกของประเทศไทย รัฐบาลได้เห็นความสำคัญและตระหนักถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก จึงมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ (พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๔)  มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลัก และมีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นหน่วยงานสนับสนุนร่วมดำเนินงานขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก โดยให้มีการเร่งรัดดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาพลาสติกแบบบูรณาการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ            ภาคประชาชน ซึ่งมีแนวทางการดำเนินงานเพื่อจัดการขยะพลาสติก ดังนี้

๑) มาตรการการลดและเลิกใช้พลาสติก: ดำเนินการกับประเภทและชนิดของพลาสติกที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงพลาสติก พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม หรืออื่นๆ ตามที่มีข้อมูลวิชาการวิทยาศาสตร์สนับสนุน การดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการลดและเลิกใช้พลาสติกที่ผ่านมา ได้แก่ (๑) การเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มในอุตสาหกรรมน้ำดื่มไทย (๒) โครงการ “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” ซึ่งมีกิจกรรมภายใต้โครงการ ๕ กิจกรรม ประกอบด้วย ๑) การลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ ๒) กิจกรรมทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก ในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และตลาดสด ๗,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ ๓) กิจกรรมการลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จำนวน ๑๕๔ แห่งทั่วประเทศ ๔) กิจกรรมการลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่สวนสัตว์ จำนวน ๘ แห่ง และ           ๕) กิจกรรมการจัดการขยะบกสู่ขยะทะเลในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะสีชัง เกาะพีพีดอน และตลาดในพื้นที่ ๒๔ จังหวัดชายทะเล (๓) มหาวิทยาลัย ร่วมกับร้านสะดวกซื้อภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยลดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และ (๔) โครงการ “รวมพลังสร้างวินัย ลดใช้ถุงพลาสติก” การรณรงค์ผ่านแคมเปญ “STOP GOBGAB” และการรณรงค์ “งดรับถุงทุกวันพุธ” ในห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ จำนวน ๑๖ หน่วยงานทั่วประเทศ

๒) มาตรการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์: สร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการช่วยกันลดใช้ถุงพลาสติก โดยดำเนินการควบคู่กับการใช้มาตรการบังคับ/กฎหมาย โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการช่วยกันลดและเลิกใช้พลาสติกอย่างต่อเนื่อง

๓) มาตรการบังคับ/กฎหมาย: สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมถุงพลาสติก ภายใต้โครงการ “การศึกษาและพัฒนาแหล่งรายได้จากการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม ค่าธรรมเนียม และมาตรการทางการเงิน”


หลังจากนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ มีมติเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกขึ้น เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศไทยเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ในการบริหารจัดการตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การจำหน่าย การบริโภคและการจัดการปลายทาง โดยเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจึงได้มีหนังสือประกาศคำสั่งแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก” โดยมีปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานอนุกรรมการ และอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นรองประธานอนุกรรมการ จากนั้นที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้มีมติเห็นชอบให้มีการแต่งตั้ง “คณะทำงานสนับสนุนการบริหารจัดการขยะพลาสติก” จำนวน   ๓ คณะ ได้แก่

๑) คณะทำงานด้านการพัฒนากลไกการจัดการพลาสติก

๒) คณะทำงานด้านการส่งเสริมและรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และ

๓) คณะทำงานด้านการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติก ภายใต้คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ในการบริหารจัดการตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การจำหน่าย การบริโภค และการจัดการปลายทาง การดำเนินงานที่ผ่านมา ได้แก่ ๑) จัดทำกรอบและแนวคิดการจัดทำแผนจัดการขยะพลาสติก ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๘๐)   ๒) การเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๗๓    ๓) การเสนอให้ลดและเลิกใช้พลาสติก ๗ ประเภท ได้แก่ ๑) พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (Cap seal) ๒) ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ผสมสารอ็อกโซ่ (Oxo) ๓) ไมโครบีด (Microbead)  ๔) ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนาน้อยกว่า ๓๖ ไมครอน   ๕) กล่องโฟมบรรจุอาหาร   ๖) แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งขนาดความหนาน้อยกว่า ๓๐๐ ไมครอน และ    ๗) หลอดพลาสติก


๔) การเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการและการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติกระยะ ๕ ปี (๒๕๖๑-๒๕๖๕)

๕) โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อการจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน โดยจัดทำระบบการคัดแยกและจัดการขยะพลาสติกให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) โดยการสร้างโมเดลระบบการจัดการขยะพลาสติก ในพื้นที่นำร่อง ๒ พื้นที่ ได้แก่ เขตเมือง คือ พื้นที่เขตคลองเตย และต่างจังหวัด คือ พื้นที่จังหวัดระยอง

อย่างไรก็ตาม ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ก็ยังคงต้องร่วมกันบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐและเพื่อให้การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม  
ที่มา:
  1. https://www.deqp.go.th/service-portal/news-system/news-detail/?id=121451 (สืบค้นเมื่อ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒)
  2. http://www.pcd.go.th/Public/News/GetNewsThai.cfm?task=lt2018&id=17913 (สืบค้นเมื่อ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒)
  3. https://www.posttoday.com/pr/350050 (สืบค้นเมื่อ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒)
  4. https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9620000003106 (สืบค้นเมื่อ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒)
  5. https://gotza0038.blogspot.com/ (สืบค้นเมื่อ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒)

ผู้เขียน สุพรรณิภา หวังงาม | นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย