ความหลากหลายทางชีวภาพ เรียนรู้ได้ยากจริงหรือ ???

วราพรรณ มะเรือง
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่แผนงาน สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
 
11 มีนาคม 2563 | 19:34 น.
จากผลการสำรวจพบว่าคนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจและความตระหนักเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพยังน้อย จึงเป็นที่มาของการหารือกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา


ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่าความหลากหลายทางชีวภาพ “เป็นคำที่เข้าใจยาก” ดูได้จากคำอธิบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งให้ความหมายไว้ว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) หมายถึง การที่สิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศ ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ ชนิดพันธุ์ (species) พันธุกรรม (genetic) และระบบนิเวศ (ecosystem) ที่แตกต่าง โดยอาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งในธรรมชาติ ซึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งหลายนั้นล้วนแต่มีความสัมพันธ์กัน




นอกจากนี้ สังคมยังคิดว่าความหลากหลายทางชีวภาพ “เป็นเรื่องไกลตัว” ทั้งที่ความจริงแล้วเรากินเราอยู่ และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ  ทั้งด้านอาหาร ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่แหล่งผลิตออกซิเจนที่เราหายใจ อาจเพราะทุกวันนี้คนเราส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีแต่อาคาร ถนน รถยนต์ และสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ถูกตัดขาดจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ ความผูกพันและเข้าใจต่อเรื่องเหล่านี้จึงลดลง อีกทั้ง “การสื่อสารที่คลาดเคลื่อน” มักนำเสนอชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เช่น นกฟลามิงโก จิงโจ้ หมีแพนด้า ทำให้การรับรู้ ความผูกพัน และความเข้าใจเกี่ยวกับชนิดพันธุ์พื้นถิ่นของไทยหายไป


“ขาดความเชื่อมโยง" เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ เนื่องจากการเรียนการสอนมักมุ่งให้จดจำชื่อหรือชนิดของสิ่งมีชีวิต มากกว่าความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตและถิ่นที่อยู่อาศัย จึงไม่ได้ช่วยให้เกิดความเข้าใจว่าเมื่อมีป่า ป่าก็เป็นแหล่งที่อยู่ของพืชและสัตว์นานาชนิด เมื่อสัตว์กินผลไม้ในป่า เมล็ดจะถูกขับถ่ายออกมาเป็นการช่วยแพร่กระจายเมล็ดพันธุ์ในป่าด้วยกลไกตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับผีเสื้อ และแมลงชนิดต่าง ๆ ที่มีบทบาทในการช่วยผสมเกสร และช่วยในการกระจายชนิดพันธุ์ ซึ่งเป็นวิธีการเพิ่มความหลายหลากทางชีวภาพ เมื่อพื้นป่าถูกเปลี่ยนเป็นแปลงเป็นพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่เมือง ก็จะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพเหล่านี้หายไป


ดังนั้น หากเราจะช่วยให้ผู้คนเข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพได้ง่ายขึ้น ควรเริ่มต้นจากการคุยเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว ใส่ใจกับชนิดพันธุ์ที่พบในแต่ละวัน แหล่งที่มาของพืชและสัตว์ในอาหาร สภาพของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ชื่นชอบ ผลกระทบจากการสร้างขยะในแต่ละวัน ส่วนเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ เอาไว้ค่อยคุยกัน


ช่วยกันรักษาสภาพพื้นที่ตามธรรมชาติ ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนได้เรียนรู้ ซึมซับ และเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้ง่าย พัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมือง ให้คนเมืองได้เข้าใจและใกล้ชิดกับธรรมชาติ พืช และสัตว์


ควรจัดการศึกษาโดยเชื่อมโยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต หากสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งๆ มีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงไปมาก หรือต้องสูญพันธุ์ไปจะส่งผลต่อชนิดพันธุ์อื่น ๆ หรือหากมีชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเข้ามา อาจมีผลรุกรานต่อพันธุ์พื้นเมืองที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงไป




การสื่อสารสาธารณะที่เข้าถึงผู้คนกว้างขวางก็มีความจำเป็น โดยคัดเลือกประเด็นสำคัญและนําเสนออย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้สังคมเกิดความตระหนัก (และตระหนก) ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อความหลากหลายของจำนวนชนิดพันธุ์สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ และทำให้การรับรู้และเข้าใจว่าความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป   
 
 
โดย วราพรรณ มะเรือง 

ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่แผนงาน  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย