ขยะพลาสติกพุ่งกว่า 60 % ในช่วงโควิด -19

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา
 
22 พฤษภาคม 2563 | 16:40 น.

 
 
ในช่วงโควิด-19 พบว่าเขตเมืองต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ต่างก็มีปริมาณขยะรวมลดลง  โดย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลดลงจากปกติ 10,560 ตันต่อวัน เป็น 9,370 ตันต่อวัน (ลดลง 11 %)  ภูเก็ต ลดลงจาก 970 ตันต่อวัน เป็น 840 ตันต่อวัน (ลด 13 %) นครราชสีมา ลดลงจาก 240 ตันต่อวัน เป็น 195 ตันต่อวัน (ลดลง 19 %) เมืองพัทยา จาก 850 ตันต่อวัน เป็น 380 ตันต่อวัน (ลด 55 %)  เป็นต้น เป็นที่น่าสังเกตุโดยรวมสัดส่วนขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นในเกือบทุกเมือง โดยเฉพาะจากการสั่งอาหารรูปแบบเดลิเวอรี่ (Food delivery) ส่งถึงที่บ้านหรือที่ทำงาน ซึ่งมีหลายจังหวัดในประเทศไทย ทำให้ขยะพลาสติก เพิ่มขึ้นกว่า 60 % ในเขตกรุงเทพมหานคร และ เพิ่มขึ้นกว่า 30 % ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา


โดยทั่วไปในสถานการณ์ปกติ ขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ปีละกว่า 27.8 ล้านตัน จากการที่คนหนึ่งคนสร้างขยะวันละ 1.13 กิโลกรัม ในนั้นประมาณ 12 -13 % เป็นขยะพลาสติก ยกเว้นในเขตกรุงเทพมหานครที่มีปริมาณขยะพลาสติก ประมาณ 20 % หรือ 2,000 ตันต่อวัน จากปริมาณขยะรวมของกรุงเทพฯ 10,560 ตันต่อวัน


การบริการอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี่ (Food delivery) เริ่มเติบโตมาแล้วระยะหนึ่ง พร้อมๆ กับการ เติบโตของระบบ Online Shopping ซึ่งมีการขยายตัวชัดเจนมาตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา ในกรุงเทพและปริมลฑล รวมทั้งเมืองใหญ่ต่างๆ เนื่องจากผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น มีความก้าวหน้าด้าน เทคโนโลยี และการเดินทางที่ไม่สะดวก  ก่อนหน้านี้ มีการคาดกันว่าจะเติบโตประมาณในสถานการณ์ปกติปีละ 10 -20 % แต่ในช่วงโควิด-19 และการประกาศภาวะฉุกเฉินในเดือนมีนาคมและเมษายน 2563 นั้นได้มีการเติบโตมากว่า 300 %



 
จากรายงานของกรุงเทพมหานคร ปริมาณขยะพลาสติกทั้งหมด 3,440 ตัน/วัน (37 % ของปริมาณขยะทั้งหมด 9,370 ตันต่อวัน) ในเดือนเมษายน 2563 เพิ่มขึ้นจากปี 2562 (2,120 ตันต่อวัน) โดยเพิ่มขึ้น 1,320 ตัน/วัน (เพิ่มขึ้นประมาณ 62 %) ประกอบด้วย ขยะพลาสติกรีไซเคิลได้ 660 ตัน/วัน (19 %) และขยะพลาสติกปนเปื้อน 2,780  ตัน/วัน (81 %)  ซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (Covid - 19)


มีปริมาณขยะพลาสติกปนเปื้อนเพิ่มขึ้น จากช่วงสถานการณ์ปกติ อาจมีสาเหตุมาจากมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ (Work from home) การสั่งสินค้าออนไลน์ รวมถึงการสั่งซื้ออาหาร Delivery ที่เพิ่มขึ้น และขยะที่นำไปรีไซเคิล มีสัดส่วนที่ลดลง จากปกติ ประมาณ 27 %





สิ่งที่ตามมา คือ ขยะพลาสติก ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากกิจกรมดังกล่าวด้วย ขยะจากการส่งอาหารประกอบด้วยบรรจุภัณฑ์หีบห่อและอุปกรณ์ ได้ก่อให้เกิดขยะพลาสติกไม่น้อยกว่า 5 ชิ้นต่อการสั่งอาหารแต่ละครั้ง หรืออาหารบางประเภทอาจมากถึง 10 ชิ้น ได้แก่ ถุงพลาสติก กล่องพลาสติกใส่อาหาร กล่องพลาสติก/ซองพลาสติกแยกชนิดอาหาร ซองเครื่องปรุงรส แก้วพลาสติกใส่เครื่องดื่ม ตะเกียบไม้หรือพลาสติก ช้อนและส้อมพลาสติก กระดาษทิชชู และแต่ละประเภทก็มีซองพลาสติกใส่อีก เป็นต้น



 


การลดและจัดการขยะพลาสติกจาก Food delivery มีทางเลือกดังต่อไปนี้  
 
  • ด้วยความต้องการความสะดวกสบายของผู้บริโภคส่วนใหญ่ เป็นตัวขับเคลื่อนให้ Food Delivery เติบโต การที่จะให้ผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่เป็นพลังปรับเปลี่ยนให้ Food Delivery ลดขยะ พลาสติกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมน่าจะเป็นความท้าทาย 
  • การเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคที่มีปัจจัยด้านราคาเป็นเงื่อนไขในการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงต้องคิดถึงปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่า ทางเลือกในการสั่งสินค้าแบบรับหรือไม่รับพลาสติก ความง่ายในการใช้งานแอฟฟลิเคชั่น หรือจะให้เมื่อผู้บริโภคร้องขอ เป็นต้น
  • สำหรับผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควรจะมีทางเลือกในการสั่งอาหารแบบ Food Delivery ที่สามารถลดขยะพลาสติกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือปฎิเสธบบรจุภัณฑ์พลาสติกบางประเภท
  • ทางเลือกที่ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ให้บริการ แอฟฟลิเคชั่น และผู้ผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์อาหาร ควรทำเพื่อ ลดปริมาณขยะพลาสติก ได้แก่ 
    1. งดการใช้และการให้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastics) เช่น ช้อนส้อม หลอดกาแฟ ทิชชูบบรจุซองพลาสติก เป็นต้น
    2. เลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบย่อยสลายได้ เช่น ผลิตภัณฑ์จากชานอ้อย จากกระดาษ เป็นต้น
    3. เลือกใช้บรรจุภัณฑ์อาหารแบบใช้ซ้ำ โดยจัดให้มีระบบค่ามัดจำบรรจุภัณฑ์ สำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (niche market)
    4. ออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารให้เหมาะกับอาหารแต่ละประเภท เพื่อลดจำนวนขยะที่เกิดขึ้น เช่น มีช่องแยกชนิดอาหาร 
    5. เพิ่มทางเลือกในการสั่งอาหารผ่านแอฟฟลิเคชั่น โดยระบุรับหรือไม่รับช้อนพลาสติกหรืออื่นๆ ที่ไม่ต้องการ
 

 
 
  • การคัดแยกขยะก็ยังนับว่ามีความสำคัญในทุกสถานการณ์ ทั้งก่อนและหลัง COVID-19 เพื่อเพิ่มโอกาสให้ขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นได้ถูกรวบรวมและนำไปแปรรูปกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ถือว่าลดการใช้ทรัพยากรอีกทางหนึ่ง ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งภาครัฐต้องสร้างระบบการจัดการเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ว่าหากแยกขยะแล้วจะไม่นำกลับไปเทและฝังกลบรวมกันเช่นที่ผ่านมา ได้แก่ การแจกถุงขยะรีไซเคิลตามบ้านและรวบรวมเก็บบางวัน มีจุดทิ้งขยะรีไซเคิลในชุมชน เป็นต้น
  • ภาครัฐต้องส่งเสริมและกำกับดูแลลดการใช้ Single-use plastics และใช้มาตรการจูงใจเพื่อขยายตลาดสินค้าบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมให้แข่งขันได้กับตลาดสินค้าทั่วไปให้ได้
  • ระยะยาว ภาครัฐวางระบบ ออกกฎระเบียบที่สามารถแก้ไขปัญหาขยะและขยะพลาสติกอย่างครบวงจร


ขยะเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เรา ทางออกสำคัญที่สุดก็คือพวกเราทุกคน สำรวจตนเองว่าเราทำให้เกิดขยะและขยะพลาสติกที่ไม่จำเป็นอะไรบ้าง ตั้งเป้าหมายลด ใช้ซ้ำ รีไซเคิล ตามหลัก 3 R (Reduce, Reuse, Recycle) ทิ้งขยะให้ลงถังและถูกถัง ทุกๆ คนร่วมกันก็จะเกิดผลต่อประเทศ ต่อโลก ต่อสิ่งแวดล้อม และต่อเราเอง ต่อลูกหลานเราในอนาคตด้วย

 

 

โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา
ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย