ลอยกระทง ไม่ให้หลงทาง ลดภาระสิ่งแวดล้อม และห่างไกล COVID-19

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา
 
26 ตุลาคม 2563 | 10:26 น.
ในโอกาสที่ใกล้จะถึงวันประเพณีลอยกระทง วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 นี้ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้ให้ข้อมูลและแนวทางในการร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง โดยไม่สร้างภาระกับสิ่งแวดล้อม และร่วมมือป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ COVID-19 รวมกันให้บรรลุ “กระทงโฟมเหลือศูนย์” หรือ “Zero กระทงโฟม”
 
ประเพณีลอยกระทงในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล แม้จะมีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับที่มาของการลอยกระทงหลายประการ แต่ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าเป็นการขอบคุณพระแม่คงคาเทพเจ้าแห่งสายน้ำ ที่ให้น้ำไว้ใช้ในการเกษตรและประโยชน์อื่น ๆ และเป็นการขอขมาที่ได้ลงอาบน้ำและปล่อยของเสียลงไป  เดิมที การทำกระทงนิยมทำด้วยใบตอง ใบพลับพลึง กาบมะพร้าว ประดิษฐ์เป็นรูปต่าง ๆ แล้วปักธูปเทียนบนวัสดุที่ไม่จมน้ำ นำไปปล่อยลงให้ลอยไปตามลำน้ำ แต่ปัจจุบัน ปริมาณกระทงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น มีการดัดแปลงกระทงโดยใช้วัสดุต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดขยะตกค้าง ขัดขวางการระบายน้ำ และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้  
 
จากข้อมูลของกรุงเทพมหานคร พบว่าในปี 2555 มีจำนวนกระทงที่เก็บได้ 916,354 ชิ้น โดยที่ผ่านมาจำนวนกระทงมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะเมื่อปี 2562  มีจำนวนกระทง 502,024 ชิ้น ลดลงจากปีก่อนหน้านั้นกว่า 40% และมีการใช้กระทงทำจากโฟมเพียง 3.7 %  เห็นได้ว่า การประชาสัมพันธ์และรณรงค์ของสื่อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำให้ประชาชนและผู้ขายกระทงมีความตระหนักและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้ว่าการลดลงของจำนวนกระทงอาจมีผลมาจากปัจจัยการลดลงของนักท่องเที่ยว และทางเลือกที่เพิ่มขึ้น เช่นการลอยกระทงแบบออนไลน์ เป็นต้น


แหล่งข้อมูล: กทม.

แนวทางในการลอยกระทงเพื่อลดภาระสิ่งแวดล้อม สำหรับประชาชนทั่วไป ทั้งผู้ลอยกระทงและผู้ขายกระทง มีดังนี้
  1. ไปด้วยกัน ใช้กระทงเดียวกัน ได้แก่ ครอบครัวละหนึ่ง คู่รักละหนึ่ง กลุ่มละหนึ่ง เพื่อ “กระทงจะได้ไม่หลงทาง” เป็นการลดจำนวนกระทงที่จะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและเป็นภาระจัดเก็บหลังเสร็จงาน และช่วยประหยัดสำหรับผู้ที่จะซื้อกระทงอีกทางหนึ่งด้วย
  2. เลือกใช้วัสดุธรรมชาติ โดยใช้หยวกกล้วย กาบกล้วย ใบตอง นำเป็นประดิษฐ์กระทง ประดับด้วยกลีบดอกบัวหรือดอกไม้ กระทง กลัดด้วยไม้แทนเข็มหมุด ในลักษณะนี้จะไม่ย่อยสลายหรือจมลงเร็วเกินไป สามารถจัดเก็บและนำไปกำจัดได้ง่ายหลังจากเสร็จงาน หรือแม้มีบางส่วนที่เล็ดลอดออกสู่สิ่งแวดล้อมก็สามารถย่อยสลายได้
  3. หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุกระดาษ ซึ่งอาจจมน้ำหรือเปียกน้ำ แล้วจะยุ่งยากในการจัดเก็บ เท่ากับเป็นการสูญเสียทรัพยากรไป และควรนำไปรีไซเคิล ที่เกิดประโยชน์มากกว่า
  4. หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุพวกแป้ง ขนมปัง ที่ตั้งใจจะให้เป็นอาหารของปลาและสัตว์น้ำ แต่วัสดุพวกนี้ซับน้ำได้เร็วยุ่ยง่าย จมเร็ว และเป็นสารอินทรีย์ย่อยสลายได้เร็ว หากมีจำนวนมาก สัตว์น้ำไม่สามารถกินได้หมด จะทำให้แหล่งน้ำเน่าเสียเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นการเพิ่มความสกปรกให้แหล่งน้ำ โดยเฉพาะในสระน้ำ บึง หรือหนองน้ำที่น้ำไม่ไหลเวียน หรือแหล่งน้ำนิ่ง
  5. ควรเลือกวัสดุประเภทเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการแยกกระทงไปจัดการต่อของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เมื่อได้ทำการจัดเก็บหลังเสร็จงานแล้ว  เช่น ทำจากใบตองหรือวัสดุธรรมชาติเป็นอินทรีย์ทั้งกระทง
  6. งดการวัสดุพลาสติกและโฟม ซึ่งเป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก พลาสติกบางชิ้นและโฟมไม่เหมาะในการนำไปรีไซเคิล หากเล็ดลอดสู่แม่น้ำและทะเลแล้วก็จะใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลาย เมื่อปีที่ผ่านมายังพบการใช้กระทงโฟมอยู่บ้าง ปีนี้จึงขอความรวมมืองดการใช้อย่างจริงจัง 
  7. งดใช้ลวด แม็กซ์ หมุด ตะปู ในการยึดวัสดุทำกระทง เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจหลุดและตกลงสู่แหล่งน้ำ เป็นอันตรายได้และหากจัดเก็บกระทงมาได้ก็ยากในการคัดแยกเพื่อนำไปจัดการอย่างถูกวิธี จึงควรใช้ไม้กลัดจากวัสดุธรรมชาติแทน

แนวทางจัดการกระทงหลังเสร็จงาน สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีดังนี้
  1. วางแผนและเตรียมการจัดเก็บกระทง โดยเฉพาะจากการจัดงานประเพณีและแหล่งชุมชน โดยกำหนดจุดจัดเก็บ เตรียมกำลังคน อาสาสมัคร เรือหรืออุปกรณ์ที่เหมาะกับสภาพแหล่งน้ำ โดยอาจทำทุ่นลอยดักกระทงบริเวณปลายน้ำ เพื่อความสะดวกในการรวบรวม
  2. คัดแยกวัสดุจากกระทง ออกเป็นประเภทต่าง ๆ ตามที่วางแผนไว้เพื่อนำไปจัดการอย่างเหมาะสม ได้แก่ นำกระทงจากวัสดุธรรมชาติไปหมักเป็นสารบำรุงดิน หลีกเลี่ยงการนำกระทงที่จัดเก็บมาได้ทั้งหมดไปฝังกลบรวมกัน เพราะจะทำให้เปลืองพื้นที่ฝังกลบ
  3. รวบรวมวัสดุที่คัดแยกนำไปจัดการอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาเรื่องสถานที่ ค่าใช้จ่าย และระบบที่มีอยู่​
  • วัสดุธรรมชาติ จำพวกหยวกกล้วย ใบตอง ใบไม้ ดอกไม้ รวมถึงวัสดุจำพวกแป้ง (หากสามารถจัดเก็บได้ทัน) ควรนำ ไปหมักเป็นสารบำรุงดิน ซึ่งต้องเตรียมพื้นที่ไว้ล่วงหน้าให้เหมาะสม
  • เทียนไข รวบรวมเพื่อนำไปหลอมใหม่
  • พลาสติก เลือกประเภทพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้หรือผู้ประกอบการรับซื้อ เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หรือนำไปเผาในเตาเผาที่มีประสิทธิภาพและระบบควบคุมมลพิษ
  • โฟม รวบรวมนำไปสู่กระบวนรีไซเคิล ซึ่งต้องพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดและขนส่ง หรือนำไปฝังกลบ  ซึ่งต้องพิจารณาถึงขนาดพื้นที่ของหลุมฝังกลบเพราะจะทำให้พื้นที่หลุมฝังกลบที่ใช้งานได้เหลือน้อยลง หรือนำไปเผาด้วยเตาเผาความร้อนสูงและมีอุปกรณ์ควบคุมมลพิษ ซึ่งมีอยู่ในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตามปีนี้ควรงดกิจกรรมที่ส่งเสริมการใช้กระทงโฟม
  • ขยะอื่น ๆ ที่ต้องกำจัด นำไปฝังกลบหรือการเผาด้วยเตาเผาตามระบบการจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ในวันลอยกระทงปีนี้คาดว่าจำนวนคนร่วมกิจกรรมและกระทงจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากอยู่ในสภาวะสถานการณ์ COVID-19 และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศมีจำนวนน้อย การลอยกระทงปีนี้  นอกจากต้องยึดหลักไปด้วยกันใช้กระทงเดียวกัน เลือกกระทงที่ไม่ไปขยะหรือสร้างภาระแก่สิ่งแวดล้อม ยังต้องระมัดระวังตัวกันเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น โดยต้องสวมหน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนด ขณะที่หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ต้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลและเตรียมความพร้อมในการจัดการกระทงหลังเสร็จงาน ส่วนผู้ที่ตัดสินใจงดไปร่วมงานลอยกระทง ซึ่งจะเลือกลอยกระทงแบบออนไลน์หรือไม่ก็ตาม ก็ขอให้ระลึกถึงบุญคุณของแหล่งน้ำที่เราได้ใช้ประโยชน์มาโดยตลอด และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ

โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา
ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย