เพราะขยะอาหาร คือ การสูญเสีย

 
23 มีนาคม 2564 | 12:07 น.
ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมร้อยละ 46 หรือเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ประเทศ เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก มีการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและอาหารที่สำคัญๆ ได้แก่ ข้าว น้ำตาล มันสำปะหลัง ผลไม้ เป็นต้น จึงมีคำกล่าวที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่ในอดีตว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของประชากรในปัจจุบันทำให้ความต้องการอาหารพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ทรัพยากรมีอยู่จำกัด จึงทำให้ต้องคิดทบทวนเพื่อจะลดการสูญเสียอาหารที่เกิดขึ้นในขั้นตอนต่างๆ ตามที่จากข้อมูลที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้เผยแพร่เมื่อสิบปีก่อนว่าอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกราว 1 ใน 3 หรือมากกว่านั้น สูญเสียไปในกระบวนการต่าง ๆ และกลายเป็นขยะอาหาร ได้เป็นที่รับรู้และได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะมิติด้านความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่บางส่วนกังวลในมิติสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะนอกจากการเกิดความสูญเสียด้านต่าง ๆ แล้ว ขยะอาหารยังเป็นแหล่งปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย




การสูญเสียที่เกิดจากขยะอาหาร
  • สูญเสียโอกาสการใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อื่น
  • สูญเสียน้ำ พลังงาน และทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดบนโลก ไปในกระบวนการผลิต 
  • สูญเสียทุนการผลิตของผู้ประกอบการ
  • สูญเสียค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค
  • สูญเสียอาหารสำหรับผู้ด้อยโอกาสในสังคม
  • สูญเสียงบประมาณในการจัดการขยะ
  • สูญเสียสภาพแวดล้อมที่ดี 


เรื่องใหญ่กว่าที่คิด วิกฤตโลก


การวิเคราะห์ปัญหานี้ในห่วงโซ่คุณค่าของอาหาร (Food Value Chain) ได้จำแนกเป็นการสูญเสียอาหาร (Food Loss) ที่เกิดในกระบวนการผลิต ตั้งแต่ในพื้นที่ผลิต การขนส่งและเก็บรักษาผลผลิต และการแปรรูป หลังจากนั้นก็จะมีโอกาสเกิดเป็นขยะอาหาร (Food Waste) ในขั้นตอนการจัดจำหน่าย การบริการ และการบริโภคที่เราทุกคนล้วนเกี่ยวข้อง



ปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วโลก โดยในประเทศกำลังพัฒนามักเกิด “การสูญเสียอาหาร” ในแปลงเพาะปลูก จากการขนส่งที่มีข้อจำกัดด้านระบบขนส่ง สาธารณูปโภค โลจิสติกส์ และขาดระบบการเก็บรักษาผลผลิตที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มผักผลไม้ พืชกินหัว ธัญพืช นม เนื้อสัตว์ เป็นต้น ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องเผชิญกับปัญหา “ขยะอาหาร” ซึ่งมีอาหารเหลือทิ้งจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และที่พักอาศัย ในปริมาณมาก จนต้องลุกขึ้นมาจัดการกันอย่างจริงจัง


ประเด็นนี้ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางและถูกกำหนดเป็นเป้าประสงค์หนึ่งภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ไว้ว่า “ลดขยะอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี พ.ศ. 2573” 
นอกจากนี้ ยังมีเวทีระดับโลกอื่น ๆ ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ อย่างเช่นการประชุม “World Food Summit” ในปี พ.ศ. 2560  ได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหารและการขาดแคลนอาหารในบางภูมิภาคของโลก จึงเรียกร้องให้ผู้บริโภคลดผลกระทบจากขยะ โดยควรตระหนักถึงคุณค่าของอาหารที่สูญเสียไปมากกว่ากังวลเรื่องขยะ ขณะที่รายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) เมื่อปี พ.ศ. 2562 ยังคงชี้ให้เห็นว่าขยะอาหารเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ คิดเป็นร้อยละ 8-10 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด จึงต้องเร่งลดขยะอาหาร เพื่อช่วยแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ


จากอาหาร เป็นขยะอาหาร


การที่อาหารซึ่งผลิตขึ้นเพื่อให้คนเราได้รับประทาน แต่ต้องกลายไปเป็น “ขยะอาหาร” นั้น เกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ ทั้งขาดการวางแผนและการใส่ใจที่มากพอ และการมีข้อจำกัดในด้านต่าง ๆ อย่างกรณีผลผลิตทางการเกษตรซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ต้องขนส่งมาไกล เกิดการกระแทกระหว่างการขนส่งทำให้มีตำหนิไม่เป็นที่ต้องการของตลาด  บ่อยครั้งที่มีการซื้อขายในลักษณะเหมาสวนเหมาเข่ง ทำให้มีผลผลิตที่รูปทรง ขนาด และสีที่ไม่ได้ตามเกณฑ์ปะปนมา  จึงถูกคัดทิ้งในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งสภาพอากาศที่ร้อนและชื้นเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้อาหารเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น จนกลายเป็นขยะอาหารไปอย่างน่าเสียดาย

  • อาหารเหลือ จากการที่มีปริมาณมากเกินไป ทั้งจากการจำหน่าย การจัดเลี้ยง หรือรับประทาน รวมถึงอาหารจานใหญ่หรือชิ้นใหญ่เกินไปในแต่ละมื้อ อาหารว่างที่ไม่เหมาะกับการรับประทานระหว่างการประชุม และอาหารที่มีรสชาติไม่ถูกปาก 
  • อาหารถูกคัดทิ้ง ส่วนใหญ่เกิดจากร้านค้าส่งค้าปลีกที่กำหนดเกณฑ์รับซื้อสินค้า หากขนาด สี และรูปทรงไม่เป็นไปตามนั้นถือว่าตกเกรด รวมถึงสินค้าที่บรรจุภัณฑ์หรือป้ายชำรุดจากการขนส่งหรือการจัดวาง และอาหารใกล้หมดอายุตามกฎระเบียบที่กำหนด
  • อาหารเสื่อมสภาพ จากการเก็บไว้นานเกินอายุอาหารแต่ละประเภท หรือการเก็บไว้ในที่ไม่เหมาะสม ช่วงฤดูที่มีสภาพอากาศร้อนหรือชื้นเกินไป จนทำให้อาหารเสื่อมสภาพก่อนกำหนด รวมถึงอาหารหมดอายุที่เสื่อมสภาพ 

แม้ผู้ประกอบการบางรายที่มีนโยบายลดการสูญเสียอาหารที่ชัดเจน มีระบบกำกับและติดตามร้านสาขา (Chain) และร้านในระบบสิทธิทางการค้า (Franchise) ด้วยระบบข้อมูลการจัดซื้อจ้างและบริหารคลังสินค้า
การเก็บรักษาสินค้า และการจัดวางสินค้า ทำให้สามารถวางแผนบริหารจัดการได้อย่างแม่นยำ แต่ยังมีแหล่งจำหน่ายสินค้าและอาหารอีกจำนวนมากที่มีอาหารส่วนเกินเหลือจากการจำหน่ายหรือจัดเลี้ยง รวมถึงมีอาหารที่ใกล้หมดอายุที่จะถูกนำไปทำลายและทิ้งรวมปะปนกับอาหารทั่วไป แทนที่จะเลือกบริจาค แม้เริ่มมีองค์กรสาธารณะประโยชน์ช่วยกระจายอาหารส่วนเกินเหล่านั้น แต่ยังไม่มีการส่งเสริมและกำกับดูแลในด้านนี้ ที่จะช่วยสนับสนุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ต้องการบริจาคอาหารและผู้รับบริจาค

ส่วนผู้บริโภคก็มีส่วนสำคัญทำให้อาหารเป็นขยะ จากพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า อย่างเช่น การบีบจับผลไม้เพื่อเช็คว่าเหมาะกับการรับประทานหรือไม่ หรือสัมผัสจนสินค้าบอบช้ำและบรรจุภัณฑ์เสียหาย การตักอาหารบุฟเฟต์มากเกินไปจนเหลือทิ้ง เป็นต้น


ชวนร่วมมือกันจัดการขยะอาหาร


ขณะที่ประเทศไทยกำลังมีการศึกษาสำรวจอัตราการเกิดขยะอาหารและปริมาณขยะอาหาร เพื่อนำไปจัดทำโรดแมปและแผนปฏิบัติการจัดการขยะอาหารที่ชัดเจนนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง ผู้ให้บริการ และผู้บริโภค ต่างก็สามารถช่วยกันป้องกันและลดขยะอาหาร เพื่อลดการสูญเสียในด้านต่าง ๆ โดยเริ่มจากการคิดวางแผนก่อนซื้อให้เหมาะกับความต้องการ ยึดหลัก FIFO - First in, First Out หรือ มาก่อนขายก่อน มาก่อนกินก่อน ซึ่งต้องจัดวางสินค้าหรืออาหารให้ง่ายต่อการหยิบออกไป เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายเมื่อมีอาหารเสื่อมสภาพซึ่งเป็นขยะอาหารที่ไม่เหมาะสำหรับการรับประทานแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างอื่น และต้องคัดแยกเพื่อรวบรวมให้หน่วยงานนำไปจัดการต่อ


หมดยุคอาหารเหลือเฟือ กินทิ้งกินเหลือไม่เป็นไร


สิ่งที่ต้องทำเพื่อแก้ปัญหาขยะอาหาร ก็คือการร่วมกันกำหนดเป้าหมายลดขยะอาหารของประเทศหรือในแต่ละพื้นที่ และจัดทำแผนอย่างชัดเจน บนฐานความร่วมมือรัฐ เอกชน และประชาชน (Public -Private - People Partnership: 4P) ซึ่งมีหลายเรื่องที่ภาครัฐต้องเร่งขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งการส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การควบคุมการทิ้งขยะอาหารจากแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่ การพัฒนานวัตกรรมในการเก็บรักษาอาหารให้ยาวนาน การพัฒนาเทคโนโลยีและระบบการจัดการขยะอาหารที่เหมาะสมกับสังคมเมือง การสนับสนุนการลงทุนในกิจการกำจัดขยะอาหารและบริหารจัดการขยะอาหารในท้องถิ่น รวมถึงการมีข้อตกลงในการกระจายอาหารส่วนเกินระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง

เพราะทุกวันนี้เราไม่ได้มีอาหารเหลือเฟืออย่างเมื่อก่อน แต่เรามีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า ทั้งภาวะโลกร้อน ภัยแล้ง การแพร่ระบาดของโรคใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึง และความสามารถในการผลิตที่อาจจะลดลง ซึ่งทำให้เราต้องช่วยกันคิดและลงมือทำให้มากขึ้น เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นจากขยะอาหารให้น้อยลง

แหล่งที่มาข้อมูล

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2562). รายงานโครงการศึกษาแนวทางการจัดการการสูญเสียอาหารเพื่อการบริโภคที่ยั่งยืน.
FAO. (2011). Global food losses and food waste. Extent, causes and prevention.
IPCC. (2019). IPCC, 2019: Climate Change and Land (IPCC special report).
UNEP. (2014). Prevention and reduction of food and drink waste in businesses and households.

โดย เบญจมาส โชติทอง และ ณัฐณิชา ยี่ลังกา
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย