16 กันยายน 2564 | 16:27 น.

Montreal Protocol - Keeping us, our food and vaccines cool

Montreal Protocol - Keeping us, our food and vaccines cool

ข้อความเนื่องในวันโอโซนโลก 16 กันยายน (World Ozone Day) ในปี 2564 นี้ ถูกสื่อสารให้สังคมได้รู้จักพิธีสารมอลทรีออล และสร้างความตระหนักว่าระบบทำความเย็นเพื่อเก็บรักษาอาหารและวัคซีนเป็นสิ่งจำเป็น แต่อาจทำให้เกิดปัญหามากกว่าที่คิด
นับเป็นเวลาร่วมทศวรรษแล้ว ที่เราพึ่งพาระบบการทำความเย็นในการรักษาคุณภาพอาหารและวัคซีน โดยคาดไม่ถึงว่าสารเคมีที่ใช้ในระบบการทำความเย็นต่างๆ จะเป็นตัวทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก

จากการค้นพบว่าก๊าซโอโซนได้ถูกทำลายและลดลงเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ได้เป็นสัญญาณเตือนภัยว่าสภาพภูมิอากาศจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต หากการพัฒนายังคงดำเนินไปในรูปแบบเดิม ทำให้ความตื่นตัวในเรื่องนี้ค่อยๆ มากขึ้นตามลำดับ กระทั่งในปี 2528 สมัชชาสหประชาชาติได้ร่วมกันจัดทำอนุสัญญาการป้องกันชั้นโอโซน ที่เรียกว่า “อนุสัญญาเวียนนา” และต่อมาในปี 2530 ได้จัดให้มีการลงนามของเหล่าประเทศภาคีสมาชิกใน “พิธีสารมอนทรีออล” ว่าด้วยการเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน ขึ้นในวันที่ 16 กันยายน พร้อมประกาศให้วันดังกล่าวของทุกปีเป็นวันโอโซนโลก เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนได้ตระหนักถึงการลดลงของชั้นโอโซน 

ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกในพิธีสารนี้ และมีผลบังคับในปี 2532 จึงมีส่วนร่วมกับประชาคมโลกในการลดและเลิกการผลิตและการใช้สารเคมีหลายชนิดที่ทำลายชั้นโอโซน  ซึ่งใช้อุตสาหกรรมสารทำความเย็น สารที่อยู่ในกระป๋องสเปรย์ สารดับเพลิงในอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัย ฯลฯ เริ่มจากการควบคุม ลด และยกเลิกตามลำดับ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และเป็นการปกป้องสุขภาพของมนุษย์และระบบนิเวศควบคู่กันไป

การปกป้องและดูแลชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศยังต้องเร่งดำเนินการต่อ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมการทำความเย็น ระบบขนส่ง และระบบโลจิสติกส์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร และผู้บริโภค ลดการสูญเสียทรัพยากรและพลังงาน พร้อมสร้างความมั่นใจว่าอาหารและวัคซีนซึ่งต้องรักษาคุณภาพโดยระบบการทำความเย็นนั้น จะมีสภาพที่ดีและสามารถเข้าถึงทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง อันจะก่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพของผู้คนต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล: เว็บไซต์โครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)