5 มีนาคม 2561 | 16:47 น.

สังคมลดพลาสติก

เกาะไต้หวันตั้งเป้าแน่วแน่ต้องการ  หยุด  ใช้สิ่งของพลาสติกแบบ  ใช้ครั้งเดียวทิ้ง  ทั้งหมดภายในปี 2573 หรือ 12 ปีข้างหน้า ตามนโยบายรัฐบาลมุ่งเน้นรักษาสภาพแวดล้อมมากขึ้นเช่นเดียวกับกระแสตื่นตัวเรื่องนี้ทั่วโลก


สิ่งของพลาสติกแบบ  ใช้ครั้งเดียวทิ้ง  ไล่ตั้งแต่หลอดดูดน้ำ ถุงพลาสติก แก้ว จาน ชามพลาสติกและอื่นๆที่ทำจากพลาสติก เพราะส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมอย่างคาดไม่ถึง


ประเมินว่า ชาวเกาะไต้หวันแต่ละคน (ประชากรราว 23.5 ล้านคน) ใช้เฉพาะถุงพลาสติกเฉลี่ยปีละ 700 ถุง ทางการตั้งเป้าเบื้องต้นลดจำนวนการใช้ให้เหลือเฉลี่ยคนละ 100 ถุงภายในปี 2568 และปลอดถุงพลาสติกทั้งหมดภายในปี 2573


เฉพาะปีที่แล้ว ทางการไต้หวันต้อง  รีไซเคิล  ขยะถุงพลาสติกน้ำหนักมากถึง 200,000 ตัน ไม่นับรวมขยะหลอดดูดน้ำพลาสติก ซึ่งถือว่าเก็บ กำจัดและรีไซเคิลยาก ทั้งพบได้มากมายตามชายหาดเกือบทุกแห่งของโลก


เป้าหมายของทางการไต้หวันคือ ตั้งแต่ปีหน้า 2562 ตามร้านอาหารทุกแห่งต้องไม่มีบริการหลอดดูดน้ำพลาสติกแก่ลูกค้า มาตรการนี้จะขยายไปเรื่อยๆจนไต้หวันกลายเป็นเกาะปลอดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในปี 2573


ใช่เฉพาะเกาะไต้หวันดำเนินการลักษณะนี้เพื่อปกป้องสภาพแวดล้อม หลายประเทศในยุโรปดำเนินการเรื่องนี้กันไปแล้ว สหภาพยุโรปเริ่มทยอยหยุดการใช้สิ่งของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเมื่อเร็วๆนี้ ขณะที่รัฐบาลอังกฤษอยู่ระหว่างพิจารณายกเลิกใช้หลอดดูดน้ำพลาสติกด้วยพบว่าแต่ละปีชาวเมืองผู้ดีอังกฤษใช้หลอดดูดน้ำพลาสติกมากถึงกว่า 8,500 ล้านหลอด การกำจัดหลอดดูดน้ำเหล่านั้นด้วยวิธีธรรมชาติต้องใช้เวลานานมากกว่า 200 ปี ผลกระทบจากขยะพลาสติกยังหมุนเวียนเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติและวนกลับมาถึงมนุษย์อีกไม่รู้จบสิ้น


นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งอังกฤษ  เทเรซา เมย์  ต้องการกำจัดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทั้งหมดให้ได้ภายใน 25 ปี แม้แต่พระราชวังบักกิ้งแฮม ปราสาทวินเซอร์และสถานที่ ประทับของราชวงศ์อังกฤษเกือบทุกแห่ง ต่างก็มีนโยบายลดการใช้ภาชนะและสิ่งของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง


เสียงต่อต้านเรื่องหยุดใช้หลอดดูดน้ำพลาสติกก็มีอยู่บ้างในอังกฤษ กลุ่มเคลื่อนไหวบางส่วนชี้แจงเหตุผลเครื่องดื่มร้อนใช้หลอดดูดน้ำแบบทำจากกระดาษไม่ได้ เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ป่วยโรคพาร์กินสันก็อันตรายเกินไปถ้าจะใช้หลอดดูดน้ำแบบทำจากโลหะ

------------------------------------------------------

ที่มา : อานุภาพ เงินกระแชง | https://www.thairath.co.th/content/1214630