14 มิถุนายน 2561 | 08:30 น.

โพลสำรวจอนาคตไทยไม่รอด "ฮับขยะพิษ"

โพลสำรวจความคิดเห็นของคนไทย กังวลประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางนำเข้าขยะพิษมากที่สุดในโลก หลังตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวระดมตรวจจับ เชื่อช่องว่างเกิดจากการทุจริต ขาดหน่วยงานตรวจสอบ ระบุ จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น มาเลเซีย นำขยะเข้าไทย

วันนี้ (11 ม.ย.2561) นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่องการนำเข้าขยะพิษในประเทศไทยกรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ 1,037 ตัวอย่าง ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 2-9 มิ.ย.ที่ผ่านมา

พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 ระบุว่า เป็นไปได้ที่ไทยจะกลายเป็นประเทศศูนย์กลางการนำเข้าขยะพิษมากที่สุดในโลกเพราะต้นตออยู่ที่มีการทุจริตกันมาก เห็นแก่เงิน ประชาชนขาดวินัย รัฐบาลทำงานไม่ดี ระบบราชการไทยหละหลวม ไม่มีหน่วยงานจัดการขยะที่ดี และการตรวจสอบไม่เข้มงวดรัดกุม ทั้งยังไม่ทันสมัย ขณะที่ ร้อยละ 35.3 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้

และร้อยละ 82.8 ระบุว่า กลุ่มธุรกิจชาวจีนเป็นผู้นำเข้าขยะพิษเข้ามาในไทย รองลงไปคือ สหรัฐ อเมริกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้ นอกจากนี้เสียงส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 แสดงออกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาลไทยควรจะประกาศเรื่องห้ามนำเข้าขยะอิเล็ก ทรอนิกส์เหมือนประเทศจีน ทั้งนี้คนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.5 ยังเห็นด้วยในประเด็นที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไขกฎหมายด้วยการเพิ่มบทลงโทษแก่ขบวนการธุรกิจนำเข้าขยะพิษ

ทั้งนี้ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 69.9 ยังไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลและหน่วยราชการไทยจะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยจากขยะพิษ ที่สำคัญคนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.1 เห็นว่ารัฐบาลและหน่วยราชการไทยยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ที่มากเพียงพอเพื่อให้ประชาชนรับรู้ถึงอันตรายจากขยะพิษ.

ด้านพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการตรวจสอบบริษัทที่นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ว่า เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีหน่วยงานใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย แต่เกิดจากช่องว่างของกฎหมาย ที่กรมศุลกากร ไม่สามารถตรวจตู้คอนเทนเนอร์ได้ทุกตู้

จึงมีการใช้ช่องว่างนี้ปล่อย ให้เล็ดลอดเข้ามา ซึ่งขณะนี้อธิบดี กรมศุลกากรได้ประสานให้ตรวจเอกซเรย์ผลิตภัณฑ์ขยะเม็ดพลาส ติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดแล้วในการที่ให้ สตช.ส่งรายชื่อบริษัทที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ขยะหรือเศษพลาสติกให้กรมศุลกากรตรวจสอบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อไม่ให้มีการสำแดงเท็จนำขยะเข้ามา

ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมได้ร่วมกับอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษ เข้าตรวจสอบมาตรฐานโรงงานและมลพิษทางน้ำ อากาศ และฝุ่นละอองให้ครบถ้วน รวมถึงรอบนอกโรงงานว่ามีการปล่อยน้ำเสียลงสู่สาธารณะหรือปล่อยควันพิษหรือไม่ จากนั้นกรมควบคุมมลพิษจะเก็บตัวอย่างมาดำเนินคดีทาง อาญาและทางแพ่งต่อไป

ทั้งนี้กรมสรรพากรให้ข้อมูลว่าทั้ง 12 บริษัท 26 โรงงาน ไม่มีบริษัทไหนเลยที่มีบัญชีภาษีที่ถูกต้อง แต่จะจ้างคนไทยที่เป็นนักบัญชีแต่งรายได้ว่าขาดทุน มีเพียงไม่กี่บริษัทที่จ่ายเพียง 90,000 บาทต่อปี จึงเป็นการฉ้อฉลเรื่องภาษีด้วย

ส่วนจะดำเนินคดี กับนอมินีที่ถือหุ้น อย่างไรพล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระ หว่างการตรวจสอบทางคดี แต่ก็จะมีการดำเนินคดีกับนักบัญชีที่ไปช่วยแต่งบัญชีฉ้อฉลภาษีจนทำให้เกิดความเสียหายบ่อนทำลายประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่ามีอีกหลายแห่งที่ขยะพิษถูกนำไปทิ้งที่ห่างไกลความเจริญ ประชาชนไม่มีปากเสียง เรื่องนี้จึงต้องฝากผู้นำชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ให้ปล่อยปละละเลยจนเกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนต่อไป

---------------------------------------------------------

โดย ข่าวไทยพีบีเอส | http://news.thaipbs.or.th/content/272721