3 ธันวาคม 2561 | 15:34 น.

พลาสติก : กฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกเข้มงวดที่สุดในโลกของเคนยาใช้ได้ผลหรือไม่?

ทางการเคนยาเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่ห้ามการใช้ถุงพลาสติกชนิดบางแบบที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2017 ถือเป็นกฎหมายห้ามการใช้ถุงพลาสติกที่มีความเข้มงวดที่สุดในโลก โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 4 ปี หรือปรับสูงสุด 38,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.25 ล้านบาท) สำหรับผู้จำหน่าย ผลิต หรือใช้ถุงพลาสติกประเภทนี้

นับแต่เริ่มใช้กฎหมายนี้ ทางการได้จับกุมผู้กระทำผิดแล้วกว่า 500 ราย รัฐบาลเคนยาชี้ว่า กฎหมายฉบับนี้จะช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันปัญหาขยะพลาสติกล้นเมืองถือเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายประเทศในแถบแอฟริกากำลังเผชิญ โดยก่อนที่ทางการเคนยาจะเริ่มใช้กฎหมายฉบับนี้คาดว่าแต่ละเดือนชาวเคนยาใช้ถุงพลาสติกมากถึง 24 ล้านใบ

ทีมข่าวบีบีซีลงพื้นที่พูดคุยกับชาวเคนยาหลังจากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้มาได้ 1 ปี พบว่า มาตรการนี้ช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกแล้ว 100 ล้านใบ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม โดยทำให้ปัญหาขยะพลาสติกตามถนนหนทาง แม่น้ำลำคลอง และท่อระบายน้ำดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจพลาสติกวิจารณ์ว่ากฎหมายนี้ทำให้งานภาคอุตสาหกรรมพลาสติกหายไปและบรรดานักลงทุนต่างหันไปลงทุนในประเทศข้างเคียงที่ยังอนุญาตให้ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกได้อยู่

นอกจากเคนยาแล้ว ปัจจุบันหลายประเทศในแอฟริกา เช่น รวันดา มอริเตเนีย และเอริเทรีย ก็มีกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกเช่นกัน ส่วนบังกลาเทศ ถือเป็นประเทศแรกในโลกที่บังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้ในปี 2002

งานวิจัยในยุโรปบ่งชี้ว่า ถุงกระดาษสำหรับใส่ของนั้นจะต้องนำกลับมาใช้งานซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้งจึงจะคุ้มค่ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตและการขนส่ง

ส่วนถุงพลาสติกแบบหนาจะต้องใช้ซ้ำอย่างน้อย 4 ครั้ง และถุงผ้าฝ้ายจะต้องใช้ซ้ำอย่างน้อย 131 ครั้ง

โดย BBC | https://www.bbc.com/thai/features-46187370